กระบาก

กระบาก Anisoptera costata Korth. วงศ์ DIPTEROCARPACEAE

14 ต.ค. 2012 กระบาก

กระบาก Anisoptera costata Korth. วงศ์ DIPTEROCARPACEAE กระบาก Anisoptera costata Korth. วงศ์ DIPTEROCARPACEAE ชื่ออื่น บาก, กระบากขาว (ทั่วไป); ตะบาก (ลำปาง); กระบากโคก (เพชรบูรณ์), ประดิก (สุรินทร์); พนอง (ภาคตะวันออก) ลักษณะวิสัย ไม้เนื้อแข็งปานกลาง โตค่อนข้างเร็ว ไม่ผลัดใบ ขนาดใหญ่ สูง ได้ประมาณ 50 ม. ลำต้นตรง มีพูพอน เปลือกเป็นร่องตื้นตามยาว เปลือกในหนา เรียงเป็นชั้นสีเหลือง ชันใส กระพี้อ่อน ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ หูใบยาวประมาณ 1 ซม. ร่วงง่าย ใบรูป ขอบขนาน ยาว 7–25 ซม. แผ่นใบด้านล่างมีขนรูปดาวและเกล็ดสีเขียวเทาอม เหลืองหนาแน่นหรือประปราย เส้นแขนงใบเรียงจรดกันใกล้ขอบใบ เส้นใบ ย่อยแบบขั้นบันได ช่อดอกออกตามซอกใบ ดอกสีขาว มี 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 20–40 อัน ก้านชูอับเรณูสั้น ปลายอับเรณูมีรยางค์รูปเส้นด้าย ยาว 2–4 เท่า ของความยาว อับเรณู รังไข่มีฐานก้านยอดเกสรเพศเมียรูปทรงกระบอก มีขนรูปดาว ก้านเกสร เพศเมียแยก 3 แฉก ผลมีหลอดกลีบเลี้ยงแนบติดกับเมล็ด ค่อนข้างกลม เส้น ผ่านศูนย์กลาง 1–1.5 ซม. ปีกยาว 2 ปีก ยาว 9–15 ซม. ปีกสั้น 3 ปีก ยาว 1–2 ซม. เมล็ดมีขนสั้นนุ่ม ปลายมีติ่งแหลม เขตการกระจายพันธุ์ พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ การกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยาในประเทศไทย ขึ้นในป่าดิบแล้ง ป่า ผลัดใบผสมในระดับสูง และป่าดิบชื้น กระจายทุกภาคของประเทศ บางครั้งพบเป็น กลุ่มหนาแน่น โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน จนถึงระดับความ สูงประมาณ 1,000 ม. ผลแก่ช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม การสืบพันธุ์ตาม ธรรมชาติค่อนข้างต่ำเนื่องจากผลถูกทำลายโดยแมลง หรือผลมักร่วงก่อนแก่ ประโยชน์ เนื้อไมใ้ชใ้นการกอ่ สรา้ งในรม่ ที่ไมต่ อ้ งการความคงทนและแข็งแรง มากนัก เช่นเดียวกับไม้หลายชนิดในวงศ์ยาง แต่เนื้อไม้เลื่อยและตบแต่งได้ยากกว่า เนื้อไม้อ่อนกว่าไม้สัก ชันของไม้ กระบากไม่นิยมใช้ การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด เมล็ดควรเป็นเมล็ดที่เก็บใหม่ ๆ จากบนต้น ควรตรวจดูความสมบูรณ์ ไม่ถูกแมลงเจาะ ทำลาย ห้ามนำไปตากแดด เมล็ดมีอายุสั้น ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 3 วัน นำเมล็ดแช่น้ำ 6–8 ชั่วโมง เพิ่มอัตราการงอกได้ ข้อแนะนำ เป็นไม้ที่โตค่อนข้างเร็ว กล้าไม้ต้องการร่มเงา ไม้หนุ่มชอบแสงและเจริญเติบโตอย่าง รวดเร็ว เหมาะสำหรับการปลูกฟื้นฟูสภาพป่าดิบแล้งทั้งในระดับต่ำและระดับสูง เป็นไม้ใหญ่ที่ให้ความชุ่มชื้น ร่มรื่นแก่ป่าได้ดี ระบบรากลึกแข็งแรง สามารถปลูกผสมผสานกับไม้โตช้าหลายชนิดของป่าดิบแล้ง เช่น จำปีป่า ยมหอม กฤษณา และไม้ในวงศ์ยาง เช่น ยางปาย ยางแดง พันจำ ตะเคียนหิน กระบากดำ ข้อมูลเพิ่มเติม พรรณไม้ต้นของประเทศไทย (ส่วนพฤกษศาสตร์ป่าไม้, 2542); PROSEA No. 5 (1) (1993); Dipterocarpaceae of Thailand with special reference to silvicultural ecology (Smitinand & Santisuk, 1981)

No Comments

Post A Comment