กล้วยฤาษี

กล้วยฤาษี Diospyros glandulosa Lace วงศ์ EBENACEAE

15 ต.ค. 2012 กล้วยฤาษี

กล้วยฤาษี Diospyros glandulosa Lace วงศ์ EBENACEAE กล้วยฤาษี Diospyros glandulosa Lace วงศ์ EBENACEAE ชื่ออื่น จันป่า (เชียงใหม่); มะเขือเถื่อน (เลย) ลักษณะวิสัย ไม้เนื้อแข็งปานกลาง โตค่อนข้างเร็ว ไม่ ผลัดใบ ขนาดเล็ก สูงไม่เกิน 15 ม. เปลือกสีน้ำตาลค่อนข้าง เรียบหรือแตกเป็นสะเก็ดขนาดเล็ก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ ใบเรียงเวียน รูป ขอบขนานหรือรูปไข่กลับ ยาว 8–14 ซม. แผ่นใบค่อนข้างหนา ด้านล่างมีขนหนาแน่น ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่ต่าง ต้น สีขาวหรือชมพู กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีจำนวนอย่างละ 4 กลีบ กลีบเลี้ยงมีขนคล้ายไหม กลีบดอกรูปคนโท มีขนตาม แนวกลางแฉก ดอกเพศผู้ออกเป็นช่อกระจุกสั้นๆ เกสรเพศผู้ 14–30 อัน ดอกเพศเมียออกเดี่ยว ๆ ดอกมีขนาดใหญ่กว่า ดอกเพศผู้ กลีบเลี้ยงติดทน ผลแบบผลมีเนื้อหนึ่งถึงหลายเมล็ด กลมแป้น กลีบเลี้ยงขยายใหญ่ ปลายกลีบกางออก หรือแนบผล เอนโดสเปิร์มเรียบ เขตการกระจายพันธุ์ อินเดีย พม่า ลาว เวียดนาม ไทย การกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยาในประเทศไทย ขึ้นในป่าดิบแล้งและป่าดิบเขาทางภาคเหนือ ภาคตะวันออก เฉียงเหนือ และภาคตะวันออก โดยเฉพาะตามชายป่าและที่โล่งในป่าเสื่อมโทรม ระดับความสูง 700–1,500 ม. ออกดอก เดือนมีนาคม–พฤษภาคม เป็นผลเดือนกันยายน–ธันวาคม ประโยชน์ เนื้อไม้ใช้ทำเครื่องเรือน ผลอ่อนใช้ย้อมผ้า แห อวน ผลสุกรับประทานได้ นิยมใช้เป็นต้นตอสำหรับ ปลูกพลับ (Diospyros kaki Thunb.) ในพื้นที่สูง การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ควรเก็บผลแก่ที่มีสีเหลือง แกะเนื้อออก แช่น้ำประมาณ 12 ชั่วโมง ก่อนนำไปเพาะ อัตราการงอกสูงกว่าร้อยละ 80 ข้อแนะนำ เป็นไม้โตค่อนข้างเร็ว ชอบแสง เหมาะสำหรับฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำในพื้นที่สูง โดยเฉพาะ ปลูกผสมผสานกับก่อชนิดต่างๆ รวมทั้งสนสามใบ ข้อมูลเพิ่มเติม อนุกรมวิธานพืชอักษร ก. (ราชบัณฑิตยสถาน, 2546); ต้นไม้เมืองเหนือ (ไซมอน และคณะ, 2543); Flora of Thailand 2 (4) (1981)

No Comments

Post A Comment