การจัดการสวนผลไม้หลังน้ำท่วมขัง และการบำรุงรักษาดินหลังน้ำท่วม

16 ก.ค. 2013 การจัดการสวนผลไม้หลังน้ำท่วมขัง และการบำรุงรักษาดินหลังน้ำท่วม

ผลเสียหายที่เกิดแก่ไม้ผลที่ถูกน้ำท่วมขัง

  1. ถ้าน้ำท่วมนานๆไม้ผลบางชนิดอาจจะล้มได้
  2. น้ำท่วมทำให้ดินขาดการระบายอากาศ ทำให้รากไม้ผลขาดออกซิเจน รากพืชจำเป็นต้องใช้ ในการหายใจและเป็นที่สะสมของคาร์บอนไดออก- ไซด์
  3. ขณะน้ำท่วมอินทรียวัตถุในดินเศษพืช และ สัตว์ต่างๆ จะถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายโดยกระบวน การไม่ใช้อ๊อกซิเจน ทำให้เกิดก๊าซพิษที่อันตรายต่อ รากไม้ผล
  4. ขณะน้ำท่วมประสิทธิภาพการดูดน้ำ และ แร่ธาตุต่างๆ ของไม้ผลจะลดลง ทำให้ต้นไม้ขาดน้ำ และธาตุอาหาร
  5. ขณะน้ำท่วมรากพืช ลำต้นของไม้ผลจะ อ่อนแอง่ายต่อการที่โรคและแมลงจะเข้าทำลาย

สวนผลไม้ วิธีลดความสียหายของไม้ผลจากน้ำท่วม

  • ห้ามเข้าไปเหยียบย่ำใต้ต้นไม้ผล เพราะ จะทำให้รากขาดและอาจทำให้รากเน่าได้ง่าย
  • กรณีที่ไม้ผลจะล้มต้องทำการค้ำยัน ไม้ผลไว้ก่อน ต้องใช้ไม้ยาวๆ โดยหลีกเลี่ยงการ เข้าไปเหยียบย่ำใต้ต้นไม้
  • ทำการระบายน้ำออกจากโคนต้นให้ หมดเป็นการเร่งด่วน
    • ทำร่องน้ำระหว่างแถวไม้ผลให้ลึก อย่างน้อย 1 ฟุต เหมาะสมที่สุด คือ 50 ซม. ถ้าใน ขณะนั้นดินเป็นเลน ให้ใช้ไหผูกเชือกแล้วลากให้เป็น รอยลึกระหว่างแถว สามารถใช้เป็นทางระบายน้ำได้
    • เอาไม้แหวกดินให้เป็นร่อง เล็กๆ ที่บริเวณโคนต้น ให้น้ำไหลลงสู่ทาง ระบายน้ำที่สร้างขึ้นมา

ไม้ค้ำต้นผลไม้ ทางระบายน้ำในสวนผลไม้  

  • ใช้พลั่วดึงเศษพืชและสัตว์ต่างๆ ที่ดินเลน ทับถมออกให้หมด เพราะการสลายตัวของเศษพืช ที่ฝังดินและน้ำท่วม ทำให้เกิดความร้อนและก๊าซพิษ ที่เป็นอันตรายต่อรากพืช
  • ในกรณีที่มีไม้ไผ่ใช้ไม้ไผ่เจาะรูปักไว้ใต้ โคนต้นเพื่อระบายความร้อน และก๊าซพิษออกจาก โคนต้นขณะน้ำท่วมขังและดินแฉะ
  • เมื่อดินเริ่มแห้ง ทำการตัดแต่งกิ่ง โดยเอา ใบแก่และกิ่งที่อยู่ภายในทรงพุ่มที่ใบไม่ได้รับแสงแดด ออก เพราะใบพวกนี้ปรุงอาหารไม่ได้หรือได้น้อย แต่กินอาหารมาก
  • ทำการให้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ร่วมกับปุ๋ย เคมีสูตร 15-15-15 ใส่ในร่องที่ขุดดินขึ้นรอบๆ ทรงพุ่ม ความกว้างของร่องประมาณ 15 ซม. ลึก ประมาณ 15 ซม. หรือใส่ที่โคนต้นในกรณีที่ต้นไม้ยัง มีขนาดเล็ก

การบำรุงดินด้วยปุ๋ยคอก

  • ให้น้ำรอบๆ โคนต้นในกรณีที่ดินแห้ง
    • ในกรณีที่เป็นที่ต่ำ ยกขอบแปลงเป็น คันดินให้สูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมไม่ต่ำกว่า 30 ซม. โดยทำการขุดคูน้ำรอบๆ แปลง แล้วนำดินจากการ ขุดคูน้ำมาปั้นเป็นคันดินรอบๆแปลง ขอบคูน้ำให้ ปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน และกรองตะกอนดินไม่ให้ไหลลงร่องน้ำ
    • นำดินที่ได้จากการขุดคูน้ำมาถมเป็น พื้นที่เพาะปลูกที่เรียกว่า คูยกร่องสวน
    • ควรขุดบ่อหรือสระน้ำไว้ในพื้นที่เพื่อ ใช้ระบายน้ำเมื่อฝนตกชุก และนำไปใช้เมื่อฝน ทิ้งช่วง
    • ถ้าพื้นที่เป็นดินลูกรัง หรือดินเหมือง แร่เก่า หรือพื้นที่ดินทรายหรือดินแฉะ ให้ใช้วงบ่อ ในการปลูกไม้ผล

คูร่องแปลงผลไม้[code]ที่มา : สำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12 กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม 10900[/code]      

No Comments

Post A Comment