การดูแลและจัดการพิ้นที่ปลูกสวนปาล์มน้ำมันหลังน้ำท่วม

26 ก.ย. 2013 การดูแลและจัดการพิ้นที่ปลูกสวนปาล์มน้ำมันหลังน้ำท่วม

ปาล์มน้ำมัน เป็นพืชน้ำมันเศรษฐกิจที่มี ศักยภาพในการให้ผลผลิตน้ำมันต่อพื้นที่ สูงสุด เมื่อเทียบกับพืชน้ำมันชนิดอื่น ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดเพื่อการบริโภคใน ประเทศไทยถึงร้อยละ 62 ของน้ำมันพืชทุกชนิด โดยมีปริมาณการผลิตน้ำมันเพื่อการบริโภคและ อุปโภคของโลกเพิ่มขึ้นทุกปี ตามจำนวนพื้นที่ปลูก ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 20 ต่อปี เป็นพืชน้ำมันเศรษฐกิจที่มี ศักยภาพในการให้ผลผลิตน้ำมันต่อพื้นที่ สูงสุด เมื่อเทียบกับพืชน้ำมันชนิดอื่น ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดเพื่อการบริโภคใน ประเทศไทยถึงร้อยละ 62 ของน้ำมันพืชทุกชนิด โดยมีปริมาณการผลิตน้ำมันเพื่อการบริโภคและ อุปโภคของโลกเพิ่มขึ้นทุกปี ตามจำนวนพื้นที่ปลูก ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 20 ต่อปี ปาล์มน้ำมัน สภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมในการปลูก ปาล์มน้ำมันนั้นพบว่าควรมีฝนตกชุกระหว่าง 1,800- 2,200 มิลลิเมตรต่อปี สามารถทนต่อสภาพการ ขาดน้ำได้นาน 2-4 เดือน โดยควรมีการให้น้ำเสริม ในช่วงเวลาดังกล่าวสภาพภูมิอากาศทั่วไป ควรมี อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ในช่วง 26-28 องศาเซลเซียส สภาพพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกปาล์ม น้ำมัน ควรเป็นดินที่มีโครงสร้างดี พื้นที่ควรมีความ ลาดชันน้อยกว่า 12 องศา ความลึกของหน้าดินถึง ชั้นดานหรือระดับน้ำใต้ดินมากกว่า 75 เซนติเมตร ค่าความเป็นกรดเป็นด่าง 4.0-6.0 หากอยู่ในพื้นที่พรุ ควรมีความหนาของชั้นดินอินทรีย์ 0-0.6 เมตร และ มีความสามารถในการซึมน้ำของดินปานกลาง สภาวการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน โดยธรรมชาติของปาล์มน้ำมันนั้นเป็นพืชที่ ชอบอากาศในเขตร้อน ฝนตกชุก และมีความชื้นสูง แต่จากลักษณะทางพฤกษศาสตร์ระบบรากของปาล์ม น้ำมัน พบว่ามีประสิทธิภาพในการดูดน้ำและธาตุ อาหารต่ำกว่าพืชใบเลี้ยงคู่โดยทั่วไป ดังนั้น เมื่อปาล์ม น้ำมันอยู่ในสภาวะขาดน้ำยาวนานจะมีผลให้ดอกตัว เมียฝ่อหรือลดลง และมีผลให้ปาล์มน้ำมันผลิตดอก ตัวผู้เพิ่มขึ้น สวนปาล์มน้ำมัน แต่ขณะที่เกิดสภาวะน้ำท่วมในสวนปาล์มน้ำมัน ที่มีอายุ 2 ปีครึ่งถึง 3 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงเกิดตาดอกจน กระทั่งช่วงเก็บเกี่ยวเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ ต้นปาล์มน้ำมันเกิดความเครียดจากสภาวะดังกล่าว เนื่องจากรากขาดอากาศหายใจ และถ้าการระบาย น้ำไม่มีประสิทธิภาพ และมีปริมาณกรดในดินมาก เกินไป สามารถก่อให้เกิดความเป็นพิษจากการเพิ่ม ความเป็นกรดของดินเป็นผลให้การเจริญเติบโตและ การให้ผลผลิตลดลงได้ อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทนต่อสภาพ น้ำท่วมของปาล์มน้ำมันจะเพิ่มขึ้นตามระดับอายุ และจากประสบกรณ์ในภาคสนามของเกษตรกร พบว่าปาล์มน้ำมันสามารถทนน้ำขังได้นานกว่า 30 วัน การจัดการดินหลังน้ำท่วมเบื้องต้น ในพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน

  1. รีบทำการระบายน้ำเหนือดินออกอย่างเร่ง ด่วน
  2. ขณะดินชื้นหรือชุ่มน้ำ ห้ามเดินเหยียบย่ำ หรือ ใช้เครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่เพื่อป้องกันดินแน่น
  3. เมื่อดินแห้งให้ใช้ทะลายเปล่าปาล์มน้ำมัน คลุมโคนต้นในอัตรา 30-70 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี โดย คลุมห่างจากโคนต้นประมาณ 50 เซนติเมตร เพื่อปรับ สภาพทางกายภาพของดิน
  4. ฟื้นฟูคุณสมบัติของดิน โดยการใส่ปุ๋ยหมัก ผสมกับสารเร่ง พด.3 ในกรณีที่พื้นที่อยู่ในสภาพน้ำ แช่ขังเป็นเวลานานและเสี่ยงต่อการเกิดโรค
  5. หากพื้นดินภายหลัง น้ำท่วมเกิดสภาพความเป็น กรด สามารถใส่อินทรียวัตถุ หรือปูนเพื่อปรับสภาพความ เป็นกรดของดิน โดยปริมาณ การใช้ขึ้นอยู่กับสภาพความ รุนแรงของกรดในพื้นที่นั้นๆ

พื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน การวางแผนเพื่อการจัดการทรัพยากรดิน ในพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน

  • การจัดการพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ภายหลัง น้ำท่วม สามารถทำได้โดยการคลุมดินด้วยเศษพืช ทะลายเปล่า หรือทางใบปาล์มน้ำมันรอบโคนต้น เพื่อยึดหน้าดินรวมถึงเพื่อชะลอการไหลของน้ำ ซึ่งอาจ พัดพาหน้าดินที่มีความอุดมสมบูรณ์
  • ควรส่งเสริมและสนับสนุนการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มปริมาณธาตุอาหารและปรับ คุณสมบัติของดินหลังน้ำท่วมให้มีความเหมาะสม
  • ส่งเสริมการปลูกพืชท้องถิ่น โดยเฉพาะ ไม้ยืนต้นในพื้นที่หรือในชุมชนตามหัวไร่ปลายนา เพื่อลดความรุนแรงจากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น ได้ในอนาคตสร้างสภาพนิเวศและสร้างภูมิอากาศที่ สมดุลให้กับพื้นที่ โดยปลูกพืชที่เหมาะสมกับชุมชนและ ท้องถิ่นนั้นๆ เช่น ลังแข ละไม มะไฟ ทุเรียน ชะมวง หรือพืชผักท้องถิ่นเพื่อเสริมรายได้จากความเสียหาย เช่น ผักเหลียง ผักมันปู ผักลิ้นห่าน เป็นต้น
  • พยายามปลูกฝังเยาวชนในท้องถิ่นให้ สำนึกรักระบบเกษตรพื้นบ้าน รักษาสิ่งแวดล้อม ภายในชุมชนอันเป็นมูลเหตุสำคัญประการหนึ่งซึ่ง เกี่ยวพันกับสภาวะน้ำท่วม ส่งเสริมให้เห็นความสำคัญ ของการรับประทานอาหารและพืชผักพื้นเมือง เพื่อ ความยั่งยืนของทรัพยากรและสังคมที่สงบสุขใน อนาคต

[code]ที่มา : กลุ่มวิจัยและพัฒนาพื้นที่ยางพาราและปาล์น้ำมัน สำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12 กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม 10900[/code]

No Comments

Post A Comment