การบำรุงดินและฟื้นฟูดินสำหรับสวนยางพาราหลังจากน้ำท่วม

29 ก.ค. การบำรุงดินและฟื้นฟูดินสำหรับสวนยางพาราหลังจากน้ำท่วม

ยางพารา เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออก ยางพารามากเป็นอันดับหนึ่งของโลก และมีการใช้ยางธรรมชาติภายในประเทศ ประมาณร้อยละ 11 ของปริมาณที่ผลิตได้ทั้งหมด สวนยางพารา สภาพพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกยาง- พารา ควรอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 200 เมตร เป็นพื้นที่ราบหรือมีความลาดเทไม่เกิน 35 องศา อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 15-28 องศาเซลเซียส ปริมาณฝน เฉลี่ย 2,000 มิลลิเมตรต่อปี มีจำนวนวันที่ฝนตกไม่ น้อยกว่า 120-150 วันต่อปี ลักษณะดิน ที่เหมาะสมต่อการปลูก ยางพารา ควรจะมีหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร ไม่มี ชั้นหินแข็งหรือดินดาน ระดับน้ำใต้ดินลึกกว่า 1 เมตร มีอนุภาคดินทรายประมาณร้อยละ 30 มีธาตุอาหาร พืชเพียงพอและค่าความเป็นกรดเป็นด่าง 4.5-5.5 สภาวการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ปลูกยางพารา ยางพารา จัดเป็นพืชที่ไม่ทนสภาพน้ำท่วมขัง ยางพาราที่อายุ 2-8 เดือน ทนน้ำท่วมได้ไม่เกิน 15 วัน และถ้าท่วมยอดจะตายภายใน 7 วัน ยางพารา อายุน้อยที่ถูกน้ำท่วมใบจะร่วงและเริ่มตายจากยอดลง มาถ้าปริมาณน้ำลดภายใน 15 วัน ให้ตัดส่วนที่ตาย ออก ยางพาราจะแตกยอดใหม่และเจริญเติบโตได้ สำหรับยางพาราที่อายุมากกว่า 8 เดือนขึ้นไป จะมีความสามารถในการทนสภาพน้ำท่วมขังได้บ้าง ไม่ตายแต่จะล้มง่าย เนื่องจากพื้นดินอ่อนตัวเพราะ ชุ่มน้ำดังนั้นจึงต้องยกและทำการค้ำยันต้นยางพารา ไว้ภายใน 7 วัน การจัดการดินหลังน้ำท่วมเบื้องต้น ในพื้นที่ปลูกยางพารา

  1. รีบทำการระบายน้ำออกอย่างเร่งด่วน
  2. ขณะดินชื้นหรือชุ่มน้ำ ห้ามเดินเหยียบย่ำ หรือใช้เครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่เพื่อป้องกันดินแน่น
  3. เมื่อดินแห้งให้พรวนดินโคนต้นยางพารา ที่อายุน้อย เพื่อปรับสภาพทางกายภาพของดิน สำหรับยางพาราที่อายุมากไม่ควรพรวนดินใต้โคนต้น เพราะจะทำให้กระทบกระเทือนต่อราก
  4. ฟื้นฟูคุณสมบัติของดิน โดยการใส่ปุ๋ยหมัก ผสมกับสารเร่ง พด.3 ในกรณีที่พื้นที่อยู่ในสภาพน้ำ แช่ขังเป็นเวลานาน และเสี่ยงต่อการเกิดโรค
  5. หากพื้นดินภายหลังน้ำท่วมเกิดสภาพ ความเป็นกรด ให้ใส่อินทรียวัตถุหรือปูน เพื่อปรับ สภาพความเป็นกรดของดิน โดยปริมาณการใช้ขึ้นอยู่ กับสภาพความรุนแรงของกรดในพื้นที่นั้นๆ

ใส่อินทรียวัตถุหรือปูน เพื่อปรับ สภาพความเป็นกรดของดิน การวางแผนเพื่อการจัดการทรัพยากรดิน ในพื้นที่ปลูกยางพาราอย่างยั่งยืน

  1. การจัดการพื้นที่ปลูกยางพาราภายหลัง น้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยการปลูกพืชตระกูลถั่วหรือ คลุมดินด้วยเศษพืชและใบยางระหว่างแถวปลูกยาง พารา เพื่อยึดหน้าดินรวมถึงเพื่อชะลอการไหลของน้ำ ซึ่งอาจพัดพาหน้าดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ไป
  2. ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มปริมาณ ธาตุอาหาร และปรับคุณสมบัติของดินหลังน้ำท่วมให้ เหมาะสม
  3. ส่งเสริมการปลูกพืชท้องถิ่น โดยเฉพาะ ไม้ยืนต้นในพื้นที่หรือในชุมขนตามหัวไร่ปลายนา เพื่อลดความรุนแรงจากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ ในอนาคต สร้างสภาพนิเวศและสร้างภูมิอากาศที่ สมดุลให้กับพื้นที่ โดยปลูกพืชที่เหมาะสมกับชุมชน และท้องถิ่นนั้นๆ เช่น ลังแข ละไม มะไฟ ทุเรียน ชะมวง หรือพืชผักท้องถิ่น เพื่อเสริมรายได้จากความเสียหาย เช่น ผักเหลียง ผักมันปู ผักลิ้นห่าน เป็นต้น
  4. พยายามปลูกฝังเยาวชนในท้องถิ่นให้ สำนึกรักระบบเกษตรพื้นบ้าน รักษาสิ่งแวดล้อม ภายในชุมชนอันเป็นมูลเหตุสำคัญประการหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวพันกับสภาวะน้ำท่วม ส่งเสริมให้เห็นความ สำคัญของการรับประทานอาหารและพืชผักพื้นเมือง เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรและสังคมที่สงบสุขใน อนาคต

ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มปริมาณ ธาตุอาหาร ปุ๋ยอินทรีย์ช่วยเพิ่มธาตุอาหาร สำหรับยางพารา ใบยางพารา ทำปุ๋มอินทรีย์ [code]ที่มา : สำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12 กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม 10900[/code]

No Comments

Post A Comment