การปรับพื้นที่ดินแข็งหรือดินชั้นดาน ให้เหมาะสบแก่การเพราะปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิต

20 ก.ย. 2013 การปรับพื้นที่ดินแข็งหรือดินชั้นดาน ให้เหมาะสบแก่การเพราะปลูกเพื่อเพิ่มผลผลิต

ดินชั้นดาน หมายถึง ชั้นดินที่อัดตัวแน่นทึบ หรือชั้นที่มีสารเชื่อมอนุภาคดินมาจับตัวกันแน่น ทึบและแข็งจนเป็นอุปสรรคต่อการชอนไชของ รากพืช การไหลซึมของน้ำและอากาศแบ่งออก เป็น 2 ประเภท คือ ดินชั้นดาน ชั้นดานแข็ง เป็นชั้นแข็งเชื่อมกันแน่น โดยสารเชื่อม สารเชื่อมมีหลายชนิดและมีชื่อเรียก แตกต่างกันไปขึ้นกับชนิดของสารเชื่อม เช่น เหล็ก อินทรียวัตถุ คาร์บอเนต ซิลิก้า หรือเรียกว่า duripan ชั้นดานแข็งที่พบในประเทศไทยมีเนื้อที่รวมกันประมาณ 21,506,841 ไร่ หรือร้อยละ 6.71 ชั้นดานเปราะ เป็นชั้นดานที่มีความ หนาแน่นสูงกว่าชั้นดินบนและล่าง ชั้นดานนี้เกิดขึ้น เนื่องจากการอัดตัวของดินเหนียว ทรายแป้งและ ทราย มีการเชื่อมยึดตัวแน่นเมื่อแห้งจะเปราะเมื่อชื้น น้ำซึมผ่านได้ช้ามาก และมีปริมาณอินทรียวัตถุต่ำพบ ในดินทั่วๆ ไป นอกจากพวกดินด่าง ชั้นดานเปราะที่ พบในประเทศไทยมีเนื้อที่รวมกันประมาณ 10.24 ล้านไร่หรือร้อยละ 3.19 ประกอบด้วยชั้นดินดาน เหนียวชั้นดานไถพรวน การแยกชั้นดานแข็งออกจากชั้นดานเปราะ จะพิจารณาจากการละลายน้ำ ถ้าหากไม่ละลาย น้ำจะเป็นชั้นดานแข็ง ถ้าละลายน้ำได้จะเป็นชั้นดาน เปราะ ชั้นดานเปราะมีข้อจำกัดในการใช้ประโยชน์ น้อยกว่าเนื่องจากละลายน้ำได้ ปัญหาของชั้นดานต่อการเจริญเติบโต และการให้ผลผลิตพืช ถ้าพบชั้นดานอยู่ตื้นกว่า 50 เซนติเมตร จะมีผล ต่อการปลูกพืชเป็นอย่างมาก บริเวณนี้ควรปลูกสร้าง สวนป่า หรือสงวนไว้เป็นต้นน้ำลำธาร แต่ถ้าจำเป็น ต้องทำการเกษตรแล้วควรปลูกพืชไร่ที่มีรากสั้น หรือ ทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ถ้าจะปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นต้องมี การปรับปรุงเฉพาะหลุม แต่ถ้าชั้นดานอยู่ระหว่างความลึก 50-100 เซนติเมตร จะมีผลต่อการปลูกพืชบ้างแต่ไม่มากนัก สามารถปลูกพืชไร่ ไม้ผล ไม้ยืนต้น แต่ต้องมีการจัด การที่ดีด้วย ถ้าชั้นดานอยู่ลึกมากกว่า 100 เซนติเมตร ดิน ไม่มีข้อจำกัดใดๆทั้งสิ้น สามารถปลูกพืชต่างๆได้ อาจ พบปัญหาเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย ปัญหาของชั้นดานต่อการเจริญเติบโต วิธีการจัดการดินที่มีชั้นดาน เพื่อเพิ่มผลผลิตพืชเศรษฐกิจ พื้นที่เพาะปลูกพืชไร่ ได้แก่ พื้นที่ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด สับปะรด วิธีที่ 1 ใช้ไถลึก (Ripper) ไถเบิกดินดาน โดยใช้ระยะห่างรอยละ 50 เซนติเมตร ไถลึก (Ripper) วิธีที่ 2 ปลูกหญ้าแฝกปลูกเป็นแถวสลับ กับแถวพืชหลัก ปลูกหญ้าแฝก วิธีที่ 3 วิธีการผสมระหว่างการใช้ไถลึก และการปลูกหญ้าแฝก คือ เริ่มด้วยการใช้ไถลึก ระยะห่างรอยละ 50 เซนติเมตร จากนั้นปลูกหญ้าแฝก สลับแถวพืช 5 หรือ 10 แถวต่อหญ้าแฝก 1 แถว ไถลึก และการปลูกหญ้าแฝก วิธีการปลูกหญ้าแฝก ให้ปลูกในช่วงต้นฤดูฝนเป็นแถวตามแนวระดับ ขวางความลาดเทของพื้นที่ภายหลังจากที่ไถเตรียม ดินแล้ว โดยการขุดหลุมในร่องที่ไถไว้สำหรับเป็น แนวระดับยาว ตามพื้นที่ให้แต่ละต้นห่างกัน 5 เซนติเมตร หญ้าแฝกแนวต่อไปก็จะปลูกขนานกับแนว แรก โดยมีระยะห่างขึ้นกับสภาพความลาดชันของ พื้นที่ เช่น ถ้าระยะตามแนวดิ่ง คือ 2 เมตร แนว รั้วหญ้าแฝก ณ ความลาดเอียง 5% 10% และ 15% จะอยู่ห่างกัน 40 เมตร 15 เมตร และ 10 เมตร ตามลำดับ ควรระมัดระวังในการไถเตรียมดินโดยให้ รักษาแนวหญ้าแฝกไว้ นอกจากนี้ควรตัดใบหญ้าแฝก ให้อยู่ระดับ 30-50 เซนติเมตร และปลูกหญ้าแฝก ซ่อมแซมให้หนาแน่น วิธีการปลูกหญ้าแฝก ข้อดีของการปลูกหญ้าแฝก รากหญ้าแฝกจะชอนไชเข้าไปในชั้นดานและ แทรกไปในชั้นดาน เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา ดินดานขึ้นมาในพื้นที่ นอกจากทำให้ผลผลิตสูงตลอด แล้วยังเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำลายชั้น ดาน [code]ที่มา : สำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12 กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม 10900 ข้อมุลจาก : กลุ่มวิจัยและพัฒนาการจัดการดินศักยภาพต่ำ[/code]

No Comments

Post A Comment