การปลูกข้าวหอมมะลิในระบบอินทรีย์

12 พ.ย. การปลูกข้าวหอมมะลิในระบบอินทรีย์

ข้าวหอมมะลิ การผลิตข้าวอินทรีย์เป็นระบบการผลิตที่เน้น การใช้วัสดุธรรมชาติไม่ใช้ปุ๋ยเคมีสังเคราะห์ และสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในทุกขั้นตอน การผลิตและในระหว่างการเก็บรักษาผลผลิต การ ปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 แบบเกษตรอินทรีย์ ให้ได้ผลผลิตดีที่สุด ต้องมีการจัดการวางแผน การปลูก และจัดหาปัจจัยการผลิต ดังนี้ คือ การเลือกพื้นที่ปลูก พื้นที่ปลูกข้าว ควรอยู่ห่างจากถนนหลวง มีพื้นที่ ขนาดใหญ่ติดต่อกัน มีแหล่งน้ำเพียงพอต่อการ เพาะปลูก มีการวิเคราะห์คุณสมบัติของดินและน้ำ และทำประวัติการทำการเกษตรของพื้นที่ การวางแผนการป้องกันสารปนเปื้อน ปลูกพืชเป็นแนวกันชน ห่างจากพื้นที่ข้างเคียง ไม่น้อยกว่า 1 เมตร ประกอบด้วยพืชกันลมเพื่อ กรองสารเคมีไม่ให้เข้ามาในแปลง ได้แก่ ยูคาลิปตัส แคฝรั่ง แนวกระถิน เป็นต้น การจัดการดิน เน้นการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อเพิ่มความอุดม สมบูรณ์ให้กับดิน และทำให้ดินมีกำลังการผลิตที่ เพียงพอโดยไม่ใช้ปุ๋ยเคมี สามารถทำได้โดยการเพิ่ม ปริมาณซากพืช เพิ่มธาตุอาหารพืชในดิน และกระตุ้น ให้เกิดกิจกรรมทางชีวภาพในดิน โดยใช้วัสดุจาก ธรรมชาติ ดังนี้ การใช้ปุ๋ยพืชสด เพื่อเพิ่มธาตุอาหารพืชและปรับปรุงโครง สร้างของดิน ตามอัตราแนะนำของกรมพัฒนาที่ดิน โดยปลูกพืชปุ๋ยสดก่อนปลูกข้าวประมาณ 2 เดือน แล้วไถกลบที่อายุ 45 วัน หรือพร้อมกับการไถดะจาก นั้นปล่อยทิ้งไว้ 14 วัน จึงทำการปลูกข้าวตาม อัตราของเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดที่ใช้ขึ้นอยู่กับระดับ ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และชนิดของพืชปุ๋ยสด ดังนี้

อัตราเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด (กิโลกรัมต่อไร่)

การใช้ปุ๋ยคอก ในพื้นที่ที่สามารถหาปุ๋ยคอกได้ง่าย กรมพัฒนา ที่ดินแนะนำให้ใช้ปุ๋ยคอกในอัตรา 2-6 ตันต่อไร่ ในดิน ที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำถึงปานกลางและใช้อัตรา 1-4 ตันต่อไร่ ในดินมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง ถึงสูง การไถกลบตอซัง ทำการเตรียมดินพร้อมกับไถกลบตอซังและ ฟางข้าว ทิ้งไว้เป็นเวลา 15-20 วัน เพื่อให้วัสดุตอซัง ย่อยสลายเสีย ก่อน จึงปล่อยน้ำ เข้าสู่แปลงนา เพื่อเตรียมปลูก ต่อไป ไถกลบตอซัง การใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ ที่ได้จากการหมักวัสดุธรรมชาติ หรืออินทรีย์สาร เพื่อเพิ่มธาตุอาหารและ กระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางชีวภาพในดิน รวมทั้งป้องกันกำจัดศัตรูพืชและโรคพืช วิธีการหมักปุ๋ยอินทรีย์น้ำ โดยใช้เชื้อจุลินทรียสารเร่ง ซุปเปอร์ พด.2 มีอัตราส่วน คือ ปลา,หอย : กากน้ำตาล : ผลไม้ : น้ำ อัตรา 3:1:1:1 ผลไม้ : กากน้ำตาล : น้ำ อัตรา 4:1:1 โดยการหมักสูตรปลา,หอย เป็นเวลา 21 วัน และสูตรผลไม้เป็นเวลา 7 วัน เมื่อเป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ แล้วอัตราการใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ 1 ส่วน ผสมน้ำ 500 ส่วน ฉีดพ่นที่ใบและลำต้นหรือรดลงดินเพื่อปรับปรุง ดินและเพิ่มผลผลิตพืช การใช้อินทรียวัตถุทดแทนปุ๋ยเคมี ธาตุไนโตรเจน : แหนแดง สาหร่ายสีเขียวแกม น้ำเงิน กากเมล็ดสะเดา เลือดสัตว์แห้ง และ กระดูกป่น ธาตุฟอสฟอรัส : หินฟอสเฟต กระดูกป่น มูลไก่ มูลค้างคาว กากเมล็ดพืช ขี้เถ้าไม้ และสาหร่าย ธาตุโพแทสเซียม : ขี้เถ้าและหินปูนบางชนิด ธาตุแคลเซียม : ปูนขาว โดโลไมท์ เปลือกหอย และกระดูกป่น การใช้อินทรียวัตถุทดแทนปุ๋ยเคมี การวางแผนการจัดการศัตรูพืชและโรคพืช ช่วงก่อนปลูก แช่เมล็ดพันธุ์ในน้ำร้อน หรือคลุกเมล็ดด้วย จุลินทรีย์ควบคุมโรคพืช เลือกใช้พันธุ์ต้านทาน ไถพรวนและตากดินแปลงปลูก 1-2 สัปดาห์ ใช้ปูน ขาวปรับค่าความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของดิน ช่วงปลูกพืชแล้ว ใช้สารและผลิตภัณฑ์กำจัดศัตรูพืขที่ได้จาก ธรรมชาติ เช่น สารสกัดจากมะรุม มะละกอ กระชาย มหาหิงส์ ใช้ในการป้องกันกำจัดเชื้อราและเชื้อ แบคทีเรีย ใช้สารสกัดจากสะเดา บอระเพ็ด ยาสูบ เพื่อป้องกันเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เป็นต้น นอกจากนี้ วิธีการใช้ตัวห้ำตัวเบียน หรือการป้องกันกำจัด โดยวิธีกล เช่น ใช้กับดักแสงไฟเพื่อล่อแมลง หรือ กับดักกาวเพื่อดักจับแมลงก็เป็นอีกวิธีหนึ่งซึ่งสามารถ ใช้ได้ การวางระบบพืช ปลูกพืชตัดวงจรชีวิตแมลง โดยปลูกพืชหมุนเวียนในระบบการผลิต เช่น ปลูกพืชปุ๋ยสดหมุนเวียนกับการปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 หรือการปลูกพืชปุ๋ยสด หลังการล้มตอซัง เป็นต้น ปลูกพืชไล่แมลง ปลูกพืชที่มีคุณสมบัติในการไล่แมลงศัตรูพืช ในบริเวณรอบเขตนาหรือตามคันนา เช่น ตะไคร้หอม สะเดา ข่า เถาวัลย์ เปรียง น้ำนมราชสีห์ บอระเพ็ด เป็นต้น [code] ที่มา: สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12

No Comments

Post A Comment