การปลูกลูกม่อนหรือมัลเบอร์รี่เพื่อขาย การทำให้ออกผลนอกฤดูและประโยชน์จากมัลเบอร์รี่

ลูกม่อน Mulberry

25 ก.พ. 2016 การปลูกลูกม่อนหรือมัลเบอร์รี่เพื่อขาย การทำให้ออกผลนอกฤดูและประโยชน์จากมัลเบอร์รี่

Mulberry บนต้น มัลเบอร์รี่ (Mulberry) หรือ หม่อน (ภาคอีสานเรียกว่า “มอน”) ที่เรารู้จักกันจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ หม่อนหรือมัลเบอร์รี่ชนิดที่ปลูกไว้เพื่อรับประทานผลเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีชื่อสามัญว่า Black Mulberry และมีชื่อวิทยาศาสตร์ Morus nigra L. จัดอยู่ในวงศ์ MORACEAE ผลสุกจะเป็นสีดำมีรสเปรี้ยวอมหวาน นิยมนำมารับประทานและนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ส่วนอีกชนิด คือ หม่อนที่ปลูกไว้เพื่อการเลี้ยงไหมเป็นหลัก มีชื่อสามัญว่า White Mulberry และมีชื่อวิทยาศาสตร์ Morus alba L. ชนิดนี้ใบจะมีขนาดใหญ่กว่าและออกใบมากกว่า ใช้เป็นอาหารเลี้ยงไหมได้ดี แต่ผลจะมีขนาดเล็กกว่า เมื่อสุกจะมีรสเปรี้ยว ใช้รับประทานได้เช่นกัน แต่ไม่เป็นที่นิยมเท่าชนิดแรก และยังมีชนิดอื่น ๆ อีกหลายชนิดครับ เช่น Red Mulberry ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Morus rubra L. เป็นต้น

การปลูกลูกม่อนหรือมัลเบอร์รี่

การปลูกมัลเบอร์รีควรเริ่มจากการหาต้นพันธุ์ ซึ่งในประเทศไทยจะมีหลากหลายพันธุ์ที่นิยมปลูก แต่พันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทยก็คือ กำแพงแสน 84 บุรีรัมย์ 60 เชียใหม่60 ซึ่ง 3 พันธุ์นี้เหมาะสำหรับพื้นที่แลภูมิอากาศของประเทศไทยเพราะได้มีการพัฒนาจากสถานบันเกษตรต่าง ๆอย่างต่อเนื่อง

วิธีการปลูกในกรณีเพื่อการค้า

  • ไถดินให้ลงลึกที่สุด ตากดินไว้ประมาณ 1 สัปดาห์
  • กำหนดระยะปลูก ในแปลงปลูกเราใช้ระยะแถว 2.50 เมตร ระยะต้น 2 เมตร
  • ขุดหลุมปลูกขนาด 30 x 30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยอินทรีย์วัตถุและปุ๋ยเคมีสูตร 16-16-16 ( โดยแบ่งหน้าดิน กับ ดินชั้นล่าง ไว้คนละข้างบนหลุมปลูก )
  • นำต้นพันธุ์ที่ได้จากการชำ หรือจากการตอนมาปลูก ให้นำหน้าดินผสมกับอินทรีย์วัตถุและปุ๋ยผสมกัน ใส่ลงไปก่อน นำต้นมาปลูกวางกลางหลุม แล้วนำดินชั้นล่างมากลบด้านบน
  • รดน้ำ ( ปกติมัลเบอรี่เป็นพืชที่ทนแล้งอยู่แล้ว ) การให้น้ำว่าเหมาะสมหรือไม่ ให้ตรวจเช็คความชื้นของดิน ในแปลงปลูกให้นำ้ระบบมินิสปริงเกลอร์
  • หลังจากปลูกแล้ว 3 เดือน กำหนดทิศทางของทรงพุ่ม เพื่อการตัดแต่ง ตัดหญ้ารอบๆแปลงและโคนต้น ในระหว่างนี้เราได้ฉีดผลิตภัณฑ์ฮอร์โมน เพื่อการบำรุงรักษาต้น และทำให้ดินร่วนซุย และใส่ปุ๋ยสูตร 16-16-16 ไปด้วย
  • เมื่อลำต้นเริ่มแก่ อายุประมาณ 5 เดือน หรือเปลือกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล มากกว่าครึ่งต้น ทำการตัดแต่งแบบหนัก ( Hard pruning ) คือคงกิ่งหลักไว้เพื่อให้แตกกิ่ง เป็นทรงพุ่มตามต้องการ
  • ส่วนการปลูกในกระถางนั้น ก็ทำวิธีเดียวกัน เพียงแต่ใช้กระถางให้มีขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า 10 นิ้ว ซื้อดินผสมปลูกสำเร็จใช้ได้เลย

Mulberry บนพื้น

มัลเบอร์รี่ ผลไม้ลูกเล็กเปี่ยมประโยชน์ จากผลงานวิจัยหลายสถาบันในประเทศไทย

  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ชื่อ Anthyocyanin ซึ่งเป็นสารสีม่วงแดง ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และป้องกันโรคมะเร็ง
  • มีวิตามินบี 6 ช่วยบำรุงเลือด ตับ ไต ลดการเกิดสิว ลดอาการปวดประจำเดือน
  • ป้องกันและยับยั้งการเกิดลิ่มเลือด ป้องกันเส้นเลือดแตก สาเหตุของโรคอัมพฤก อัมพาต
  • มีวิตามินซี สูง ช่วยป้องกันหวัด โรคภูมิแพ้ โรคปอด วัณโรค ป้องกันเชื้อไวรัส
  • มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก (ป้องกันแสงสีน้ำเงินเข้าทำลายเลนส์ตา) บำรุงเหงือกและฟัน สร้างภูมิให้ระบบหายใจ บำรุงผิว ลดการอักเสบของสิว
  • มีกรดโฟลิค หรือวิตามินใบไม้ หรือวิตามินเอ็ม ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันทารกพิการ ช่วยการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ หญิงแรกตั้งครรภ์เดือนแรกต้องการกรดโฟลิค
  • ช่วยแก้อาการเมาค้าง ผ่อนคลายความเครียด
  • ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำ ป้องกันผมหงอกก่อนวัย

การทำให้มัลเบอร์รี่ออกผลนอกฤดู

ปรกติโดยทั่วไปเมื่อต้นหม่อนมีการเจริญเติบโตทางด้านลำต้นไประยะหนึ่งแล้วก็จะมีการออกดอกติดผล ซึ่งการออกดอกติดผลของหม่อนจะเริ่มมีการแทงช่อดอก ในช่วงต้นฤดูหนาวประมาณต้นเดือนมกราคม จากนั้นก็จะเริ่มสุกในช่วงต้นเดือนมีนาคม จนถึงเดือนเมษายน ปริมาณผลหม่อนที่ได้จะขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ ขนาดและอายุของต้น นอกจากนั้นหม่อนยังมีการแทงช่อดอกในปริมาณที่เล็กน้อยเมื่อมีการตัดแต่งกิ่งหม่อนในแต่ละครั้งที่มีการตัดกลาง ตัดแขนงในช่วงกลางปี ปัจจัยในการออกดอกของหม่อน

  1. การสะสมความเย็นในระยะการเจริญเติบโตของพืช ทำให้มีผลต่อสรีระวิทยาของพืชเพื่อกระตุ้นการออกดอก หม่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนของฮอร์โมนพืชภายในลำต้นหม่อนเพื่อกระตุ้นให้มีการติดดอกออกผล
  2. ผลกระทบของช่วงระยะเวลาของแสงที่มีต่อการเจริญเติบโตของพืช ทำให้มีผลต่อสรีระวิทยาของพืชเพื่อกระตุ้นการออกดอก
  3. ความอุดมสมบูรณ์ของต้นหม่อน เป็นการสะสมสารอาหารต่าง ๆ ภายในลำต้นของหม่อนซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อให้ผ่านระยะเวลาการเจริญเติบโตทางลำต้น (vegetative growth) เข้าสู่ระยะของการติดดอกออกผล (reproductive growth)
  4. การเก็บเกี่ยวผลผลิตผลหม่อนโดยวิธีการธรรมชาติและจากผลพลอยได้จากการตัดแต่งกิ่งหม่อนแต่ละครั้งจึงยังให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการแปรรูปผลหม่อนด้านต่างๆ ดังนั้นการใช้วิธีการบังคับต้นหม่อนด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตผลหม่อนในปริมาณที่มาก และตามระยะเวลาที่ต้องการ จึงเป็นวิธีการที่น่าจะทำให้การผลิตผลหม่อนออกมาคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ปัจจุบันมีการศึกษาในเรื่องการบังคับการติดดอกออกผลของหม่อนกันน้อยมากแต่ขณะนี้กำลังอยู่ในจุดเริ่มต้นการศึกษาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง การบังคับการอกดอกของหม่อนมีวิธีการดังนี้ คือ

Mulberry บนกิ่ง

การโน้มกิ่ง-เด็ดยอด-ริดใบ ในลักษณะการโน้มกิ่งแบบโค้งยอดเข้าหาพื้นดิน วิธีการนี้เหมาะสำหรับการปลูกหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60 แบบเดิม ที่มีระยะปลูก 0.75 x 2.00 -3.00 เมตร วิธีการบังคับจะทำการตัดต่ำหม่อนตามปกติ ในช่วงต้นฤดูปล่อยให้หม่อนเจริญเติบโตทางลำต้นไม่ต่ำกว่า 6 เดือน ในช่วงนี้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตใบหม่อนได้ตามปรกติโดยวิธีการเก็บใบ แต่ต้องระวังไม่ให้มีการกระทบกระเทือนต่อตาข้างของหม่อน และเมื่ออายุกิ่งหม่อนครบ 6 เดือน ก็เริ่มทำหารริดใบหม่อนที่เหลืออกให้หมด จากนั้นจึงโน้มกิ่งเข้าหากันลักษณะแถวต่อแถว โดยใช้เชือกฟางผูกติดกิ่งหม่อนแถวหนึ่งเข้ากับอีกแถวหนึ่ง ทำให้มองดูเหมือนอุโมงค์ ซึ่งทำให้ความสูงของอุโมงค์สูงประมาณ 1.50 เมตรจากพื้นดิน ทำการตัดยอดกิ่งหม่อนออกให้หม่อนทุกกิ่งโดยการตัดไม่ให้ล้ำยื่นออกไปจากแนวแถวหม่อนเดิมเพื่อไม่ให้กีดขวางการปฏิบัติงานระหว่างแถวหม่อน หลังจากบังคับทรงพุ่มแล้วปล่อยให้หม่อนเจริญเติบโตตามปรกติ ซึ่งหม่อนจะมีการแตกตาข้างออกมาเกือบทุกตาพร้อมกับมีการแทงช่อดอกออกมาตามบริเวณที่แตกยอกออกมาใหม่ ตาดอกจะเริ่มทยอยบาน ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหมดตาดอก ซึ่งมีประมาณ 3-6 ตาต่อยอดใหม่ที่ตากออกมา ในลักษณะเช่นนี้หม่อน 1 ต้น จะให้ผลผลิตผลหม่อนประมาณ 400-500 ผล และให้ผลผลิตต่อไร่ประมาณ 300-400 กิโลกรัม สำหรับหม่อนพันธุ์ บุรีรัมย์ 60 โดยมีระยะเก็บเกี่ยวหลังจากดอกบานประมาณ 60-90 วัน วิธีการเช่นนี้สามารถแบ่งแปลงหม่อนบังคับทรงพุ่มต่างเวลากันเพื่อขยายระยะเวลาการให้ผลผลิตผลหม่อนได้ยาวนานขึ้น โดยสามารถโน้มกิ่งหม่อนที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือน 7 เดือน 8 เดือน และ 9 เดือน ก็จะมีผลผลิตผลหม่อนตั้งแต่ เดือนธันวาคม จนถึง เดือนเมษายน ของแต่ละปีแต่ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำฝนในแต่ละปีด้วย หากมีปริมาณน้ำฝนมาก ควรยึดระยะเวลาในการโน้มกิ่งให้ช้าลง การโน้มกิ่งหม่อนที่ปลูกแบบทรงพุ่ม เป็นวิธีการบังคับทรงพุ่มหม่อนที่ปลูกแบบไม้ผลที่มีระยะปลูก ประมาณ 2 x 2 หรือ 4 x 4 เมตร ขึ้นไป เป็นการปลูกแบบไม่มีการตัดแต่งกิ่งแต่ทำการบังคับให้ทรงพุ่มสูงจากพื้นดิน 1.50 เมตร เมื่อหม่อนแตกกิ่งกระโดงใหม่ขึ้นมาในแต่ละปีก็จะทำการโน้มกิ่งให้ปลายยอดขนานกับพื้นดิน และก่อนจะโน้มกิ่งจะต้องริดใบหม่อนออกให้หมดก่อนพร้อมทั้งตัดยอดส่วนที่เป็นกิ่งสีเขียวออกยาวประมาณ 30 เซนติเมตรออกก่อน วิธีการโน้มกิ่งสามารถกระทำได้หลายวิธี คือ

  1. โดยใช้ลวด หรือเชือกผูกโยงติดไว้กับกิ่งที่อยู่ข้างล่างหรือพื้นดินโดยใช้หลักไม้ไผ่ปักไว้บนพื้นดินสำหรับยึดเชือกหรือลวดไว้
  2. ใช้ไม้ไผ่ล้อมเป้นคอกไว้สูงจากพื้นดิน ประมาณ 1.50 เมตร แล้วโน้มกิ่งออกมาใช้เชือกผูกมัดติดไว้กับคอกที่ล้อมไว้
  3. ทำราวเส้นลวดขึงขนานในระหว่างแถวของต้นหม่อนแล้วโน้มกิ่งให้ขนานกับพื้นดิน จากนั้นนำกิ่งหม่อนที่ตัดยอด ริดใบออกแล้วมามัดติดไว้กับราวเส้นลวด วิธีการสามารถเก็บเส้นลวดไว้ใช้งานได้นานหลายปี

ส่วนระยะเวลาขอบการโน้มกิ่งจะอยู่ในช่วง เดือน กันยายน – เดือนมกราคม ในปีถัดไปแล้วแต่ว่าจะเลือกให้หม่อนติดดอกออกผลในช่วงระยะเวลาไหน ซึ่งปกติจะสามารถเก็บเกี่ยวผลหม่อนได้หลังจากทำการโน้มกิ่งประมาณ 60 วัน และมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวผลหม่อน ประมาณ 30 วัน อนึ่งสำหรับหม่อนที่ปลูกในสภาพพื้นที่สูบงที่มีอากาศหนาวเย็นมากการเก็บเกี่ยวและการติดตาดอกออกผลจะช้าออกไปประมาณ 1 เดือน ตามขนาดของความหนาวเย็น Mulberry ในจาน

คุณค่าทางโภชชนาการของมัลเบอร์รี่ ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 43 กิโลแคลอรี่
  • คาร์โบไฮเดรต 9.8 กรัม
  • น้ำตาล 8.1 กรัม
  • ใยอาหาร 1.7 กรัม
  • ไขมัน 0.39 กรัม
  • โปรตีน 1.44 กรัม
  • เถ้า 0.69 กรัม
  • วิตามินเอ 25 หน่วยสากล
  • เบต้าแคโรทีน 9 ไมโครกรัม
  • ลูทีน และ ซีแซนทีน 136 ไมโครกรัม
  • วิตามินบี1 0.029 มิลลิกรัม (3%)
  • วิตามินบี2 0.101 มิลลิกรัม (8%)
  • วิตามินบี3 0.62 มิลลิกรัม (4%)
  • วิตามินบี6 0.05 มิลลิกรัม (4%)
  • วิตามินบี9 6 ไมโครกรัม (2%)
  • วิตามินซี 36.4 มิลลิกรัม (44%)
  • วิตามินอี 0.87 มิลลิกรัม
  • วิตามินเค 7.8 ไมโครกรัม
  • โคลีน 12.3 มิลลิกรัม (3%)
  • แคลเซียม 39 มิลลิกรัม (4%)
  • ธาตุเหล็ก 1.85 มิลลิกรัม (14%)
  • แมกนีเซียม 18 มิลลิกรัม (5%)
  • ฟอสฟอรัส 38 มิลลิกรัม (5%)
  • โพแทสเซียม 194 มิลลิกรัม (4%)
  • โซเดียม 10 มิลลิกรัม (1%)
  • สังกะสี 0.12 มิลลิกรัม (1%)
  • ทองแดง 0.06 มิลลิกรัม
  • ซีลีเนียม 0.6 ไมโครกรัม

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)

Referance :

  • เทคนิคการบังคับให้มัลเบอร์รี่(หม่อน)ติดผล การบังคับให้หม่อนติดผลนอกฤดูกาล at farmthai
  • มัลเบอร์รี่ สรรพคุณและประโยชน์ของมัลเบอร์รี่ 24 ข้อ ! (Mulberry) at frynn
  • มัลเบอร์รี่ ผลไม้ลูกเล็กเปี่ยมประโยชน์ at dailynews
  • มัลเบอร์รี ความต้องการสูง ปลูกง่าย at thaiarcheep
  • การปลูกมัลเบอรี่ง่ายๆ แบบ Evergreen Khaoyai at seedplannet
  • รูป Mulberry บนต้น at eattheweeds
  • รูป Mulberry ในจาน at Mike McCune
  • รูป Mulberry บนกิ่ง at mauroguanandi
  • รูป Mulberry บนพื้น at coniferconifer

Save

No Comments

Post A Comment