การปลูกอ้อยเพื่อเพิ่มผลผลิตให้มากยิ่งขึ้น

Zemanta Related Posts Thumbnail

29 ต.ค. 2010 การปลูกอ้อยเพื่อเพิ่มผลผลิตให้มากยิ่งขึ้น

การผลิตอ้อยอย่างถูกต้องและเหมาะสม จะทำให้ผลผลิตอ้อยเพิ่มขึ้น และผลผลิตน้ำตาลเพิ่มขึ้น จะผลิตอ้อยให้ถูกต้องและเหมาะสมได้อย่างไร เพื่อจะยกระดับปริมาณผลผลิตให้ได้มากกว่าเดิม ซึ่งจะต้องอาศัยวิธีการหรือเทคโนโลยีการจัดการและการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม ประกอบด้วยขั้นตอน ดังนี้

1. การเลือกพื้นที่ปลูก   

  • มีความสม่ำเสมอ ลาดเอียงไม่เกิน 3 %
  •  เป็นดินร่วนถึงร่วนเหนียว
  •  มีความเป็นกรดเป็นด่าง 5.5 – 7.0 %
  •  มีการระบายน้ำดี
  •  มีอินทรียวัตถุในดินไม่น้อยกว่า 1.5 %
  • มีแหล่งน้ำเพียงพอหรือมีปริมาณน้ำฝนระหวาง 1,000 – 1,500 มิลลิเมตรตอ่ ปี
  •  มีแสงแดดและอุณหภูมิสูงเพียงพอต่อการเจริญของลำต้น
  • มีอากาศเย็นในช่วงก่อนเก็บเกี่ยว ประมาณ 2 เดือน
  • ไม่ควรอยูห่างจากโรงงานน้ำตาลเกินกวา60 กิโลเมตร สำหรับชาวไร่อ้อยรายใหม่ จะต้องมีโควต้าอ้อยส่งโรงงานน้ำตาล และจดทะเบียนผู้ปลูกอ้อยด้วย

 2. การเลือกพันธุ์ปลูก

 

           พันธุ์อ้อยที่ใช้ปลูกจะต้องเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศในแต่ละภาคให้ผลผลิตสูง และความหวานมากกว่า 10 ซี.ซี.เอส. ไว้ตอได้ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง และต้านทานต่อโรคและแมลงที่สำคัญ พันธุ์ที่นิยมปลุกทุกภาคคือ พันธุ์เค 84 – 200 อู่ทอง 3 เค 88 – 92 และอู่ทอง 1 ภาคเหนือและภาคกลางยังมีพันธุ์ เค 90 – 77 เค 76 – 4 เค 92 – 80 แอลเค 92 – 11 อู่ทอง 4 และอู่ทอง 5 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พันธุ์ขอนแก่น 1

3. การเตรียมพันธุ์อ้อย

         ใช้พันธุ์อ้อยที่ผ่านการคัดเลือกแล้วว่ามีความแข็งแรงปราศจากโรคและแมลงมาทำพันธุ์ จะช่วยลดการสูญเสียและค่าใช้จ่ายในการป้องกันกำจัดโรคและแมลงโดยมีวิธีการปฏิบัติดังนี้

  • ในเขตที่มีการระบาดของโรคและแมลงรุนแรงควรแช่พันธุ์อ้อยในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส นาน 2 ชั่วโมง หรือแช่ในสารเคมีโพรนิโคนาซอล อัตรา 16 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรนาน 30 นาที ป้องกันโรคแส้ดำ
  • พันธุ์อ้อยควรมีอายุ 8 – 10 เดือน
  • ไม่ต้องลอกกาบใบและควรลอกเมื่อปลูก
  • ไม่ควรตัดพันธุ์อ้อยทิ้งไว้เกิน 3 วัน

4. การเตรียมดิน

 

 

  • การไถ ควรไถอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยไถในขณะที่ดินมีความชื้นพอเหมาะไถลึก 20 – 50 เซนติเมตร พรวนและยกร่องระยะแถว 1 –1.5 เมตร
  • การปรับระดับพื้นที่ ควรมีความลาดชันไม่เกิน 0.3 %
  • ขนาดของแปลงอ้อยควรมีขนาดที่เหมาะสมในการใช้เครื่องจักรกล

 5. การปลูก

 

การปลูกแบบแถวเดี่ยว

      ใช้ระยะห่างระหว่างแถว 1.4 – 1.5 เมตร (สำหรับเครื่องจักรเก็บเกี่ยว) และ 1.0 –1.3 เมตร (สำหรับแรงงานเก็บเกี่ยว) โดยวางพันธุ์อ้อยทั้งลำลงในร่อง ให้ลำอ้อยเกยซ้อนกัน แล้วเดินสับลำอ้อยเป็น 3 – 4 ท่อน และกลบดินหนา3 – 5 เซ็นติเมตร

การปลูกแบบแถวคู่ 

       ใช้ระยะระหว่างแถวคู่ 20 – 30 เซนติเมตร ระยะระหว่างคู่แถว 1.2 – 1.4 เมตรถ้าปลูกอ้อยข้ามแล้งต้องยกร่องปลูกและ กลบทันทีเพื่อเก็บความชื้นควรกลบให้หนามากกว่า 5 เซนติเมตร

6. การให้น้ำ

 

ควรให้น้ำตามระยะการเจริญเติบโตของอ้อยอาจใช้แบบตามร่อง หรือฝนเทียมก็ได้ แบ่งเป็น 4 ระยะ คือ

      1. ระยะงอก – ตั้งตัว (0 – 30 วัน) ต้องการน้ำ 120 มม. (4 มม./ วัน) ระวังไม่ให้น้ำขัง จะทำให้ตาอ้อยเน่าตาย       2. ระยะแตกกอ – เจริญเติบโตทางลำต้น (31 – 170 วัน) ต้องการน้ำมากขึ้น จำนวน 630 มม. (4.5 มม./ วัน)       3. ระยะย่างปล้อง – เริ่มสร้างน้ำตาล (171 – 295 วัน) ต้องการน้ำใกล้เคียงกับระยะที่ 2 จำนวน 625 มม. (5 มม./วัน) เป็นส่วนที่ต้องการน้ำมากกว่าระยะอื่น       4. ระยะแก่ (296 – 330 วัน) ต้องการน้ำ 140 มม. (4 มม./วัน) ต้องการน้ำน้อยลง และงดการให้น้ำ 1 เดือนก่อนเก็บเกี่ยวอ้อย

7. การใส่ปุ๋ย

      การใส่ปุ๋ยเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะดินที่มีการปลูกอ้อยมานาน ควรใส่ ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยพืชสด เพื่อปรับสภาพทางกายภาพของดินร่วมกับปุ๋ยเคมี ปุ๋ยเคมีที่ใช้ควรมีธาตุอาหารครบทั้ง 3 ชนิดคือ ไนโตนเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม เช่น ปุ๋ยสูตร 15 – 15 –15 , 16– 16 –16  และ  12 – 10 –18 เป็นต้น

8. การเก็บเกี่ยว

 

         การตัดอ้อยในเวลาที่เหมาะสมเมื่ออ้อยมีอายุ 11 – 12 เดือน และถูกวิธี จะทำให้ได้ผลผลิตอ้อยและน้ำตาลต่อหน่วยพื้นที่สูงสุดโดยมีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้

  • ตัดอ้อยสด
  • ตัดอ้อยให้ชิด
  • ดิน ตัดยอดอ้อยต่ำกว่าระดับคอใบสูงสุดที่ปรากฏให้เห็น ลงมาประมาณ 25 เซนติเมตร
  •  ขนส่งอ้อยที่ตัดแล้วเข้าโรงงานทันที
  • ไม่ควรเผาใบอ้อยก่อนการเก็บเกี่ยว เพราะทำให้เกิดการสูญเสียน้ำหนักและคุณภาพ ความหวาน แต่ถ้าอ้อยไฟไหม้ควรรีบตัดอ้อยเข้าโรงงานให้เร็วที่สุดภายใน 48 ชั่วโมง
  • ตัดอ้อยที่มีอายุมาก (อ้อยตอ) เข้าโรงงานก่อน
  • การขนอ้อยออกจากแปลง ไม่ควรให้รถบรรทุกเหยียบย่ำบนแปลงอ้อยบ่อยครั้ง

 

 9. การดูแลต้นตอ

  • ในกรณีที่ตัดอ้อยไม่ชิดดิน ควรมีการตัดแต่งตอให้ชิดดินหลังเก็บเกี่ยวอ้อย
  • ในอ้อยตอที่มีใบและเศษซากอ้อยคลุมดินควรใช้ไถผาลจักรร่วมกับจอบหมุนสับใบและเศษซากอ้อยที่อยู่ระหว่างแถวอ้อยตอจำนวน 1 – 3เที่ยว เพื่อป้องกันไฟไหม้
  • ให้น้ำ และใส่ปุ๋ยยูเรีย อัตรา 65 กิโลกรัมต่อไร่ หรือแอมโมเนียซัลเฟต143 กิโลกรัมต่อไร่ พร้อมทั้งกำจัดวัชพืชหลังอ้อยตองอก 1เดือน
  • ในอ้อยตอที่มีการเผาใบอ้อย หลังให้น้ำ 1 วัน ควรพ่นสารกำจัดวัชพืช

 ผลิตและเผยแพร่ทางเว็บไซต์ กลุ่มสื่อส่งเสริมการเกษตร สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร

 

No Comments

Post A Comment