การป้องกันดินถล่ม และวิธีปฏิบัติสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ลาดชัน

17 ส.ค. 2013 การป้องกันดินถล่ม และวิธีปฏิบัติสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ลาดชัน

ดินถล่ม หรือแผ่นดินถล่ม หมายถึง การเคลื่อนที่ของ แผ่นดินและขบวนการซึ่ง เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ของแผ่นดิน หิน ตาม แนวลาดชัน เนื่องจากแรงดึงดูดของโลก การ เคลื่อนที่ของมวลเหล่านี้ มีความเร็วปานกลางถึง เร็วมาก ประเทศไทยส่วนใหญ่เกิดจากฝนตกหนัก มาก และมักเกิดพร้อมกับน้ำป่าไหลหลากบริเวณ เทือกเขา ดินถล่ม หรือแผ่นดินถล่ม สาเหตุของการเกิดดินถล่ม

  • การตัดไม้ทำลายป่า ในสภาพป่าที่สมบูรณ์ นอกจากจะสามารถดูดซับน้ำได้มากกว่าพื้นที่อื่น ระบบรากยังสามารถยึดตัวกับดินได้มากและมั่นคง มากด้วย
  • ลักษณะดิน ดินแต่ละชนิดจะมีการยึดตัว และการอุ้มน้ำแตกต่างกัน ดินที่มีความหนา 1-2 เมตร วางตัวอยู่บนชั้นหินแข็ง มีโอกาสถล่มมากกว่าบริเวณ ที่มีดินหนามากหรือบางเกินไป
  • พื้นที่ลาดชันบริเวณเทือกเขา
  • ฝนตกหนัก คือ ฝนที่ตกมากกว่า 100 ม.ม./ วัน
  • พื้นที่ลุ่มน้ำที่มีขนาดใหญ่ มีพื้นที่รับน้ำมาก ย่อมเพิ่มความรุนแรงให้กับดินถล่ม เนื่องจากมี ปริมาณน้ำมาก เช่น กรณีดินถล่มที่ อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช

สาเหตุของการเกิดดินถล่ม การเฝ้าระวังและเตือนภัยดินถล่ม ระดับหน่วยงาน ดินถล่มเป็นเหตุการณ์ที่เกิดอย่างรวดเร็ว ยาก ต่อการเตือนภัยหรือหลบหนีได้ทัน ในประเทศไทย ยังไม่มีอุปกรณ์ที่ใช้ในการเตือนภัยทางตรง จึงต้อง ใช้การเตือนภัยทางอ้อมโดยใช้ปริมาณน้ำฝนเป็น เกณฑ์ คือ มากกว่า 100 ม.ม./วัน สำหรับขั้นตอน การเฝ้าระวังและเตือนภัยมีดังนี้

  • การติดตามสภาวะอากาศ ข้อมูลดาวเทียม และข้อมูลอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • วิเคราะห์ข้อมูลปริมาณฝนร่วมกับแผนที่ เสี่ยงภัยดินถล่ม เพื่อให้ทราบบริเวณที่จะเกิดดินถล่ม และพื้นที่เสี่ยงภัย
  • ออกประกาศเตือนทางสื่อต่างๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เน็ท เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ เฝ้าระวังและเตรียมตัวอพยพ
  • แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทราบ เพื่อเตรียมการช่วยเหลือ

การเฝ้าระวังและเตือนภัยระดับหมู่บ้าน

  • ถ้ามีฝนตกหนักติดต่อกันมากกว่า 1-2 วัน โดยเฉพาะบริเวณเทือกเขาใกล้หมู่บ้าน หรือมีการ วัดปริมาณน้ำฝน โดยเครื่องวัดน้ำฝนแบบง่ายๆ ใน บริเวณหมู่บ้าน โดยมีการเตือนเมื่อมีปริมาณฝนตก มากกว่า 100 ม.ม.ต่อวัน
  • เฝ้าสังเกตระดับน้ำในลำห้วยว่าเพิ่มสูงผิด ปกติหรือไม่ หรือติดตั้งเครื่องวัดระดับน้ำให้เห็นการ เปลี่ยนแปลงระดับน้ำอย่างชัดเจน
  • มีการแจ้งเตือน ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น หอ กระจายข่าย ตีกลอง หรือระฆัง เพื่อให้มีการอพยพไป อยู่ที่ปลอดภัยชั่วคราว

การแก้ไขปัญหาดินถล่มในระยะยาว

  • ไม่ตัดไม้ทำลายป่า
  • การปลูกป่าทดแทน ในบริเวณเทือกเขา ที่ป่าถูกทำลาย เนื่องจากป่าไม้เป็นเขื่อนธรรมชาติ ที่ช่วยชะลอความแรงของน้ำ เก็บกักน้ำและระบบ รากของป่าไม้จะช่วยยึดดินให้มีความมั่นคงมากขึ้น ด้วย
  • การสร้างระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เช่น การสร้างคันดิน โดยกรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการ จัดทำคันดินในบริเวณพื้นที่สูงชันมาเป็นเวลานาน และยังคงดำเนินการต่อไป
  • การปลูกหญ้าแฝก กรมพัฒนาที่ดินได้ ร่วมกับหลายหน่วยงานส่งเสริมการปลูกหญ้าแฝก เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ เนื่องจากหญ้าแฝกมีระบบ รากลึกและสามารถยึดกับดินได้อย่างดี ส่วนกอต้น หญ้าแฝกจะอัดกันแน่น ช่วยชะลอความเร็วน้ำไหล มาในบริเวณพื้นที่ปลูกป่าควรมีการปลูกหญ้าแฝก ร่วมด้วย เพราะในระยะแรกต้นไม้ยังเล็ก ระบบรากยัง ไม่มากพอ และหญ้าแฝกเจริญได้เร็วกว่า
  • การสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ หรือฝายแม้ว ซึ่งช่วยเก็บกักน้ำและลดความรุนแรงของน้ำ
  • การติดตั้งระบบเตือนภัย เช่น ติดตั้งเครื่อง วัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ ในบริเวณเทืองเขาติดตั้ง ระบบส่งสัญญาณเสียงสำหรับเตือนและกระจายข่าว

การแก้ไขปัญหาดินถล่ม การแก้ไขปัญหาดินถล่มระยะยาว การสร้างเขื่อน อ่างเก็บน้ำ หรือฝายแม้ว [code]ที่มา : สำนักบริหารและพัฒนาทการใช้ที่ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12 กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม 10900[/code]    

No Comments

Post A Comment