การผลิตเชื้อเห็ด

Zemanta Related Posts Thumbnail

24 ม.ค. 2011 การผลิตเชื้อเห็ด

การผลิตหัวเชื้อเห็ดจากเมล็ดข้าวฟ่างอย่างมีคุณภาพดี หลังขั้นตอนการผลิตเชื้อเห็ดบริสุทธิ์บนอาหารวุ้น จนได้ เส้นใยเห็ดคุณภาพดีปลอดการปลอมปนจากเชื้อภายนอก ก็มาถึงขั้นตอนของการต่อ เชื้อเห็ดบริสุทธิ์จากอาหารวุ้นลงในวัสดุเพาะ เพื่อผลิตเป็นหัวเชื้อ เห็ด ซึ่งวัสดุที่นิยมนำมาใช้เพาะกันอย่างกว้างขวาง ได้แก่ เมล็ดข้าว ฟ่าง เนื่องจากมีสารอาหารที่เพียงพอต่อการเลี้ยงเชื้อเห็ดให้เจริญเติบโตได้ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งการผลิตหัวเชื้อเห็ดจากเมล็ดข้าวฟ่าง มีขั้นตอนและ วิธีการทำ ดังต่อไปนี้ การเลือกใช้เมล็ดข้าวฟ่าง ให้เลือกใช้เมล็ดข้าวฟ่างที่มีขนาดใหญ่ ไม่แตกหักมากนัก และ เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาจากการเก็บเกี่ยวใหม่ๆ สำหรับจำหน่ายเป็นอาหารสัตว์เท่านั้น เพราะเมล็ดข้าวฟ่างที่จะนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ จะไม่ค่อยมีสารเคมีทางการเกษตรตกค้าง เมล็ดข้าวฟ่างสีแดงหรือสีขาวก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน การล้างทำความสะอาดเมล็ดข้าวฟ่าง การล้างทำความสะอาดเมล็ดข้าวฟ่าง จะต้องล้างเอาฝุ่นละอองออกให้หมด และคัดเอาเมล็ดที่ลอยน้ำทิ้ง เพราะเป็นเมล็ดไม่สมบูรณ์ อาจโดนแมลงแทะแตกหักหรือเชื้อราเข้าทำลาย คัดเลือกเอาแต่เมล็ดที่จมน้ำซึ่งเป็นเมล็ดที่สมบูรณ์ไว้ใช้เท่านั้น การทำเมล็ดข้าวฟ่างให้สุกด้วยการนึ่ง นำเมล็ดข้าวฟ่างที่ผ่านการคัดเลือกและล้างน้ำสะอาดแล้ว ไปแช่ในน้ำสะอาดนาน 1 คืน เพื่อให้เมล็ดข้าวฟ่างอ่อนตัวและอมน้ำจนอ่อนนิ่ม เพื่อจะได้นึ่งให้สุกได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อแช่ทิ้งไว้จนครบกำหนด ให้นำขึ้นมาล้างน้ำให้สะอาดหลายๆ ครั้ง หรือ จนกว่าจะหมดกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ที่เกิดจากขบวนการบูดเน่าของเมล็ดแตกหักขณะนำไปแช่น้ำ จากนั้นนำเมล็ดข้าวฟ่างทั้งหมดไปห่อผ้าสะอาดหลวมๆ ให้แต่ละห่อมีขนาดประมาณ 2-3 ขีด แล้วนำห่อเมล็ดข้าวฟ่างไปนึ่งในลังถึงหรือหม้อนึ่งความดันจนสุกดี ไม่แฉะเละ หรือจะนำเมล็ดข้าวฟ่างไปต้มให้สุกก็ได้เช่นกัน การทำเมล็ดข้าวฟ่างให้สุกด้วยวิธีการต้ม การต้มเมล็ดข้าวฟ่าง ให้นำเมล็ดข้าวฟ่างที่ผ่านการล้างทำความสะอาดและคัดเอาแต่เมล็ดที่สมบูรณ์ ไว้ ไปต้มในหม้อ หรือ ภาชนะชนิดไหนก็ได้ ไฟแรงในการต้มให้เดือด เมื่อเดือดแล้วจึงเบาไฟลงพอให้น้ำในหม้อเดือดเล็กน้อย อาจจะต้องใช้ไม้พายช่วยกวนบ้างเป็นระยะ เพื่อเป็นการช่วยกระจายความร้อนให้ทั่วถึงทั้งหม้อ จนกระทั่งเมล็ดข้าวฟ่างเริ่มสุก โดยสังเกตได้จากเมล็ดที่มีลักษณะพองและมีรอยปริแตกเล็กน้อย และไม่ควรต้มจนเมล็ดข้าวฟ่างพองบาน เพราะจะใช้เลี้ยงเชื้อได้ไม่ค่อยดี จากนั้นจึงตักเมล็ดข้าวฟ่างขึ้นมาจากหม้อใส่ตะแกรงแล้วเกลี่ยเบาๆ ผึ่งลมให้สะเด็ดน้ำ การผึ่งเมล็ดข้าวฟ่างสุก นำเมล็ดข้าวฟ่างใส่ในตะแกรงหรือกระด้ง ที่มีช่องทางให้น้ำไหลออกได้ง่าย เช่น ถาดที่พื้นเป็นมุ้งไนล่อน ใส่เมล็ดวางแผ่ให้บางๆ หรือ อาจจะใช้พัดลมช่วยเป่าให้แห้งเร็วยิ่งขึ้นก็ได้เช่นกัน การกรอกเมล็ดข้าวฟ่างสุกใส่ในขวด ขวดที่นำมาใช้ในขั้นตอนนี้นิยมใช้เป็นขวดแบนขนาดใหญ่ ที่ผ่านการล้างทำความสะอาดและตากแห้งแล้ว การกรอกเมล็ดข้าวฟ่างลงขวดให้นำกรวยมารองบริเวณปากขวดเพื่อป้องกันปากขวด เลอะเปื้อนเมล็ดข้าวฟ่างสุก เพราะถ้าปากขวดเลอะจะทำให้เกิดเชื้อราปนเปื้อนบริเวณปากขวดได้ง่าย และ อาจจะเจริญลุกลามเข้าไปในขวดได้อีกด้วย การใส่เมล็ดข้าวฟ่างให้ใส่แค่ครึ่งขวด หรือ ปริมาณ 2 ใน 3 ของขวด ไม่ควรใส่ในปริมาณที่มากหรือน้อยเกินไปกว่านี้ เพราะถ้าใส่มากไปจะทำให้เส้นใยเห็ดเจริญได้ช้า แต่ถ้าใส่ในปริมาณที่น้อยเกินไป จะทำให้เส้นใยเห็ดเจริญบนเมล็ดข้าวฟ่างได้เร็ว เหมาะแก่การใช้งาน แต่ในด้านการผลิตหัวเชื้อขายจะกลายเป็นว่ามีราคาแพงไม่เป็นที่นิยมของผู้ ซื้อ การอุดปากขวดด้วยจุกสำลี ให้ใช้สำลีสะอาดปั้นม้วนจุกให้มีขนาดพอเหมาะกับปากขวด การอุดจะอุดให้ไม่แน่นมากนัก ส่วนการทำจุกสำลีจะใช้วิธีเดียวกันกับการทำจำกสำลีปิดขวดอาหารวุ้น การป้องกันจุกสำลีเปียกขณะนึ่งฆ่าเชื้อ ให้นำถ้วยพลาสติกชนิดทนร้อนมาสวนครอบทีละจุก หรือ จะนำขวดใส่ลงในตะกร้านึ่งหลายๆ ขวด แล้วคลุมด้านบนด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ให้มิดชิดก็ได้ แต่การทำแบบนี้เหมาะต่อการทำงานแบบต่อเนื่องคือ เตรียมเมล็ดข้าวฟ่างเสร็จในวันนี้ แล้วเขี่ยเชื้อทันทีในวันพรุ่งนี้ ไม่เหมาะต่อการทิ้งขวดไว้นานๆ แต่ถ้าต้องการเก็บขวดเมล็ดข้าวฟ่างไว้เขี่ยเชื้อได้นานๆ ให้ตัดกระดาษหนังสือพิมพ์หุ้มจุกสำลีแล้วรัดด้วยยางให้แน่นหนาก่อนนำขวด เมล็ดข้าวฟ่างไปนึ่งฆ่าเชื้อ เมื่อนึ่งฆ่าเชื้อเสร็จจะทำให้เก็บไว้ใช้งานได้นานหลายวันก่อนนำไปเขี่ย เชื้อ โดยต้องไม่แกะกระดาษหุ้มสำลีออก ขณะเก็บรักษาขวดเมล็ดข้าวฟ่าง การนึ่งฆ่าเชื้อขวดเมล็ดข้าวฟ่าง ใช้หม้อนึ่งความดันไอน้ำเช่นเดียวกับการฆ่าเชื้อในอาหารวุ้น โดยใช้ความดันไอน้ำไม่น้อยกว่า 15 ปอนด์ นาน 30-60 นาที ระยะเวลาที่ใช้ในการนึ่งจะขึ้นอยู่กับจำนวนขวดที่นึ่ง การต่อเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ในอาหารวุ้นลงในขวดเมล็ดข้าวฟ่าง ก่อนการเขี่ยเชื้อจากอาหารวุ้นลงไปในเมล็ดข้าวฟ่าง ต้องสังเกตดูก่อนว่าเมล็ดข้าวฟ่างนั้นไม่บูดเน่า เพราะถ้าเตรียมเมล็ดข้าวฟ่างไม่ดี จะทำให้เมล็ดข้าวฟ่างบูดเน่าภายใน 2 วัน หากสังเกตเห็นว่ามีน้ำเยิ้มสีขาวๆ หรือ เมล็ดข้าวฟ่างแฉะเหนียวหนืด แสดงว่าบูด อาการเน่าบูดนี้มักจะพบในมือใหม่ ซึ่งเกิดจาการใช้หม้อนึ่งความดันโดยไม่มีการไล่ลมออกก่อนหรือไล่ลมออกไม่หมด ก่อนให้ความดันเพิ่มขึ้น ทำให้มีเชื้อเหลือตกค้างอยู่ในหม้อนึ่งความดัน ซึ่งอาจเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดที่ทนร้อนได้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่พบเชื้อรา เพราะเชื้อราจะตายได้ง่ายกว่า การเขี่ยเชื้อจากอาหารวุ้นลงในขวด เมล็ดข้าวฟ่าง จะใช้เข็มเขี่ยเชื้อที่ลนไฟและทิ้งไว้ให้เย็นแล้วเขี่ยตัดชิ้นวุ้นในขวดให้ ชิ้นวุ้นมีขนาดประมาณ 1 * 1 เซนติเมตร โดยใช้วิธีการเปิดจุกสำลีเช่นเดียวกันกับการเขี่ยเชื้อเห็ดในตู้เขี่ยเชื้อ และขวดอาหารเชื้อบริสุทธิ์ที่นำมาเขี่ยเชื้อ ก็ควรจะมีเส้นใยเจริญดีจนเต็มผิวหน้าของวุ้น หรือเพิ่งเจริญเต็มผิววุ้นใหม่ๆ ไม่มีเชื้ออื่นปลอมปน การเขี่ยเชื้อจากอาหารวุ้นลงขวดข้าวฟ่างให้ใช้เทคนิคการปลอดเชื้อเช่นเดียว กับการเขี่ยเชื้อในตู้เขี่ยเชื้อ โดยก่อนตัดชิ้นวุ้นออกมาต้องมีการลนไฟที่ปากขวดฆ่าเชื้อ หลังตัดชิ้นวุ้นเสร็จควรปิดจุกสำลีไว้เหมือนเดิม จากนั้นจับปากขวดข้าวฟ่างขึ้นมาแล้วเปิดจุกสำลี ลนไฟที่ปากขวด ตะแคงขวดให้เมล็ดข้าวฟ่างไหลมาใกล้ปากขวดส่วนหนึ่ง แต่ระวังอย่าให้หกล้นออกมา แล้ววางชิ้นวุ้นลงในส้วนลึกของขวดเมล็ดข้าวฟ่าง โดยคะเนดูว่าเมื่อตั้งขวดในแนวตรงแล้ว เมล็ดข้าวฟ่างจะไหลกลบชิ้นวุ้นที่อยู่ท่ามกลางเมล็ดข้าวฟ่างพอดี เมื่อนำเข็มเขี่ยเชื้ออกมาจากขวดเมล็ดข้าวฟ่างแล้ว ให้ลนไฟที่ปากขวดเมล็ดข้าวฟ่าง ก่อนปิดจุกสำลี และหุ้มด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ รัดยางให้แน่นหนา เพื่อนำขวดไปบ่มเพาะเชื้อต่อไป การบ่มเชื้อข้าวฟ่าง นำขวดที่ได้จากการต่อเชื้อบริสุทธิ์จากอาหารวุ้นแล้ว ไปเก็บบนชั้นวางในห้องที่ไม่ถูกแสงแดดส่งถึง และไม่มีฝุ่นละอองมากเกินไป มีอุณหภูมิอยู่ที่อุณหภูมิห้องปกติ ยกเว้นแต่ถ้าเป็นเชื้อเห็ดหอม ที่จะเจริญเติบโตได้ดีที่อุณหภูมิ ระหว่าง 20-25 องศาเซลเซียส จึงควรนำไปบ่มในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศจึงจะเหมาะสม จากนั้นให้หมั่นตรวจสอบการเจริญของเชื้อเห็ดบนเมล็ดข้าวฟ่าง หากพบว่ามีขวดใดมีการปนเปื้อนของเชื้ออื่น หรืออาจมีตัวไรกัดกินเส้นใยเห็ด ให้คัดออกไปทำลายทิ้ง หากเชื้อเห็ดแข็งแรงดี จะพบเห็นเส้นใยเห็ดแผ่กระจายออกมาจากชิ้นวุ้น ทุกทิศทางจนเต็มขวด หากเป็นเชื้อเห็ดในกลุ่มนางรม-นางฟ้า จะใช้ระยะเวลา 7 – 10 วันก็จะเดินเต็มขวด หากเป็นเห็ดหูหนูจะใช้เวลา 10-14 วัน ส่วนเห็ดเป๋าฮื้อจะใช้เวลา 15-20 วันจึงจะเดินเต็มขวด การแก่ของเชื้อเห็ด(ระยะการเจริญของเชื้อที่เหมาะสมต่อการนำมาใช้งาน) เชื้อที่เจริญบนเมล็ดข้าวฟ่าง ที่เหมาะสมต่อการนำไปใช้งานมากที่สุด คือ ระยะที่เส้นใยเริ่มเจริญเต็มขวดใหม่ๆ เมื่อเขย่าแล้วเมล็ดร่วนง่าย เหมาะต่อการถ่ายเทลงก้อนวัสดุเพาะเชื้อ นับเป็นระยะเวลาที่เหมาะสมต่อการนำเชื้อเห็ดในเมล็ดข้าวฟ่างไปต่อเชื้อที่ สุด เพราะถ้าเกินไปจากระยะเวลาดังกล่าว เส้นใยเห็ดจะเริ่มแก่ และ เส้นใยเห็ดจะสานเส้นใยกันแน่น เมื่อเขย่าดุจะไม่ร่วน จึงนำไปถ่ายเทเชื้อต่อไม่ได้ หากมีความจำเป็นแบะต้องการที่จะยืดอายุเชื้อเห็ดในเมล็ดข้าวฟ่างที่เจริญ เติบโตที่แล้วออกไป อาจทำได้โดยการเขย่าขวดหัวเชื้อทุกวัน ก็จะทำให้เชื้อร่วนได้ แต่หัวเชื้อที่จะคุณภาพไม่ดี เท่ากับระยะที่เส้นใยเจริญเต็มขวดใหม่ ๆ การเก็บรักษาหัวเชื้อเห็ดจากเมล็ดข้าวฟ่าง หัวเชื้อจากเมล็ดข้าวฟ่างจะเจริญเต็มเมล็ดข้าวฟ่างที่บรรจุในขวดทั้งหมด จะใช้ระยะเวลาประมาณ 8- 10 วัน (ขวดแบบที่ใส่เมล็ดข้าวฟ่าง 50 กรัม) ควรนำไปใช้ทันที มิฉะนั้นเชื้อเห็ดจะเกิดการรวมตัว และเชื่อมต่อระหว่างเส้นใย ทำให้เส้นใยเหนียวติดกันเป็นก้อน ทำให้นำไปใช้ไม่ได้ หากจำเป็นต้องเก็บหัวเชื้อไว้รอการใช้ ควรเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิต่ำ ไม่เกิน 10 องศาเซลเซียส แต่ไม่ควรเก็บไว้นานเกินกว่า 2 เดือน เราะจะทำให้ความชื้นในขวดลดลง ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเชื้อเห็ด การแยกเนื้อเยื่อจากดอกเห็ดลงในอาหารวุ้นพีดีเอ(PDA) จะ ต้องทำในสภาพปลอดเชื้อ และ ห้องปลอดเชื้อทั้งนี้เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจาก เชื้อภายนอกที่จะส่งผลทำให้เชื้อเห็ดที่ผลิตได้ ไม่บริสุทธิ์ เสียหาย ปน เปื้อน เส้นใยไม่เดินในอาหารวุ้น ขั้นตอนนี้จำต้องอาศัย เทคนิคความรู้ความ ชำนาญส่วนบุคคลประกอบด้วย จึงจะได้เชื้อเห็ดบริสุทธิ์ปลอดการปนเปื้อน อุปกรณ์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ด : 1. สปอร์หรือดอกเห็ดที่สมบูรณ์ 2. มีดผ่าตัดขนาดเล็ก 3. ตะเกียงแอลกอฮอล์แบบมีฝาปิด 4. เข็มเขี่ยเชื้อขนาดยาว 18-20 เซนติเมตร ส่วนปลายมีด้ามจับ ส่วนปลายด้านตรงข้ามเป็นลวดงอหักเป็นมุมฉากจากปลาย 5 มิลลิเมตร 5. ตู้เพาะเลี้ยงเชื้อ หรือห้องที่สะอาด สามารถปิดกั้นลมพัดถ่ายเทเข้าออกระหว่างที่ทำการเพาะเลี้ยงเชื้อ 6. อาหารวุ้นที่ใช้เพาะเลี้ยงเห็ด 7. จานแก้วมีฝาครอบ 8. หม้อนึ่งความดันไอน้ำ 9. กระดาษซับ ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว 10. สาร ละลายเมอร์คิวริกคลอไรด์ (Mercurichoride) 0.1 % *** ก่อนทำการเขี่ยเชื้อเห็ด ควรใช้แอลกอฮอล์ 70% ฉีดพ่นมือทั้งสองข้างให้ทั่ว และไม่ควรสวมใส่เครื่องประดับที่มือ เพราะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและการฆ่าเชื้ออาจเข้าไปได้ไม่ทั่วถึง วิธีการแยกเนื้อเยื่อจากดอกเห็ด : การฆ่าเชื้อ ให้ใช้สำลีที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วชุบแอลกอฮอล์70 % เพื่อฆ่าเชื้อบริเวณผิวนอกของเห็ด แล้วใช้กระดาษซับที่ปราศจากเชื้อ(ผ่านการฆ่าเชื้อ)ซับให้แห้ง หรือ แช่ดอกเห็ดในสารละลายเมอร์คิวริกคลอไรด์ 0.1 % เป็นเวลานาน 5% จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วเช็ดดอกเห็ดให้แห้ง แล้วนำไปใส่ในภาชนะสะอาดที่เตรียมไว้ใช้ การตัดเนื้อเยื้อเห็ด : ให้ฉีกเห็ดออกแล้วใช้มีดที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วมาตัดตรงบริเวณรอยต่อของหมวก ดอกและก้านเห็ด หรือ ตลบริเวณ ครีบหมวกออกมา 1 ชิ้น วางบจานแก้วแล้วเฉือนเป็นชิ้นบางๆ ขนาดประมาณ 0.5 – 1 เซนติเมตร การตัดเนื้อเยื่อให้เป็นชื้นเล็ก ๆ จะช่วยลดการปนเปื้อนจากเชื้อราได้ ปละจะทำให้ได้เชื้อเห็ดที่บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือ เนื้อเยื่อที่มีขนาดเล็กจะมีเปอร์เซ็นต์การตายยากขึ้น การติดเนื้อเยื่อเห็ดลงบนอาหารวุ้น : ให้ใช้เข็มเขี่ยลนเปลวไฟ(ช่วงที่มีสีแดง)จากตะเกียง แอลกอฮอล์ ลนจนปลายเข็มร้อนแดง เป็นการฆ่าเชื้อที่เข็มเขี่ย จากนั้นพักเข็มให้คลายความร้อนสักพักหนึ่ง เพื่อไม่ให้ความร้อนจากปลายเข็มไปฆ่าเนื้อเยื่อเห็ด จากนั้นจึงใช้เข็มเขี่ยเนื้อเยื่อเห็ดไปใส่ไว้ตรงส่วนกลางของอาหารวุ้น ที่เตรียมไว้ในขวด หรือในหลอดแก้ว โดยก่อนเปิดปากขวดควรลนฆ่าเชื้อบริเวณปาขวดก่อนเปิดและควรลนปากขวดอีกครั้ง ก่อนปิดปากขวดแล้วอุดด้วยจุกสำลี หุ้มทับด้วยกระดาษและรัดยาง ที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้วอีกชั้นหนึ่งเป็นอันเสร็จขั้นตอนของการเขี่ยเนื้อ เยื้อเห็ด ลงบนอาหารวุ้น ** หลังจากวางเนื้อเยื่อเห็ดบนอาหารวุ้นได้ 7-10 วันเส้นใยจะเจริญเติบโตบนอาหารวุ้น และ สามารำนำไปขยายพันธุ์ได้ต่อไป การผลิตหัวเชื้อเห็ดจากเมล็ดธัญพืชและปุ๋ยหมัก การ เพาะเลี้ยงเส้นใยเห็ดในอาหารวุ้นนั้น  เราเรียกว่า  แม่เชื้อ (mother mycelium) ซึ่งจะได้จากการเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดบริสุทธิ์ และไม่นิยม นำไปถ่ายเลี้ยงลงในวัสดุเพาะโดยตรง  เพราะจะทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อ โรคภายนอกได้สูง  ดังนั้นจึง ต้องนำแม่เชื้อมาผ่านการทำเป็นหัวเชื้อหรือ เชื้อขยาย (spawn)ก่อนนำไปถ่ายลงในวัสดุเพาะอีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้ มีปริมาณของเชื้อเห็ดมากพอที่จะถ่ายต่อไปยังวัสดุเพาะ  ซึ่งหัวเชื้อที่นิยม ใช้กันมากที่สุดในปัจจุบันได้แก่ คือ  หัวหัวเชื้อที่ได้จากเมล็ดธัญพืชและ หัวเชื้อที่ได้จากปุ๋ยหมัก โดยทั่วไปแล้วหัวเชื้อที่ทำจากเมล็ดธัญพืชจะเป็น ที่นิยมใช้กันมาก ในการผลิตเห็ดหลายชนิด  ส่วนหัวเชื้อที่ทำจากปุ๋ยหมักจะ นิยมใช้กับเห็ดฟางเป็นส่วนใหญ่ การผลิตหัวเชื้อจากเมล็ดธัญพืช : จะ ใช้เมล็ดธัญพืช เช่น เมล็ดข้าวฟ่าง เมล็ดข้าวสาลี เมล็ดข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ฯลฯ ปัจจุบันนิยมใช้เมล็ดข้าวฟ่าง ซึ่งมีวิธีการเตรียม ดังนี้ วิธีการเตรียมข้าวฟ่างเพื่อผลิตเป็นหัวเชื้อเห็ด 1. นำเมล็ดข้าวฟ่างที่ไม่มีสารป้องกันและกำจัดศัตรูพืชทั้งโรคและแมลงตก ค้างอยู่ มาทดสอบเปอร์เซ็นต์ความงอกและเลือกใช้เมล็ดข้าวฟ่างที่มีเปอร์เซ็นต์ความงอก สูงกว่า 85 % มาใช้งาน โดยทดสอบอย่างง่ายๆ คือ แช่ข้าวฟ่าง 100 เมล็ดไว้ในน้ำ 1 คืนหรืออาจทำหลายๆ ซ้ำ นำมาห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ที่พรมน้ำให้ชื้น เก็บไว้ในที่ๆ อากาศค่อนข้างร้อน แต่ต้องมีความชื้นสูงนาน 2-3 คืน จากนั้นคอยตรวจนับจำนวนเมล็ดที่งอก หากสูงกว่า 85 % (85 เมล็ดจาก 100 เมล็ด)ให้ถือว่าใช้ได้ 2. นำเมล็ดข้าวฟ่างที่ผ่านการทดสอบความงอกมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้เมล็ดข้าวฟ่างอ่อนตัวลง จากนั้นนำไปต้มไฟปานกลาง ในขณะที่ต้มควรจะคนด้วยเพื่อให้เมล็ดข้าวสุกอย่างสม่ำเสมอ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจากน้ำเดือด เมื่อบิดเมล็ดให้แตกจะเห็นเนื้อแป้งของเมล็ดรอบนอกใส ส่วนภายในของเมล็ดครึ่งหนึ่งยังขาวขุ่นเป็นแป้งอยู่ก็ใช้ได้ นำขึ้นสรงให้สะเด็ดน้ำบนตะแกรง 3. เมื่อเมล็ดข้าวฟ่างเย็นตัวลงให้กรอกใส่ขวดแบนในปริมาตรประมาณหนึ่งในสอง หรือสามของขวดแล้วปิดจุกสำลี นำไปนึ่งฆ่าเชื้อในหม้อนึ่งความดัน โดยใช้ความร้อนที่ 121 องศาเซลเซียส ความดัน 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว นาน 30 นาที เมื่อครบกำหนดแล้ว ทิ้งขวดเมล็ดข้างฟ่างไว้ให้เย็น 4. ตัดเชื้อบริสุทธิ์(แม่เชื้อ)ที่เพาะเลี้ยงบนอาหารวุ้นให้มีขนาดประมาณ 0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร แล้วใส่แม่เชื้อเห็ดลงไปตรงกึ่งกลางขวดเมล็ดข้าวฟ่าง การใส่เชื้อบริสุทธิ์จะต้องปฏิบัติอย่างระมัดระวังในห้องสะอาด หรือ ในตู้เขี่ยเชื้อ โดยใช้หลักการเขี่ยเชื้อบริสุทธิ์เข้าช่วย 5. เมื่อเขี่ยเชื้อบริสุทธิ์ลงไปแล้วให้นำขวดเชื้อไปพักบ่มในห้องบ่มเชื้อนาน 10-15 วัน เมื่อพบว่าเชื้อเดินเต็มขวดแล้วแสดงว่าหัวเชื้อนั้นพร้อมที่จะนำไปถ่ายใส่ในวัสดุเพาะให้เป็นดอกเห็ดได้ต่อไป **หัวเชื้อที่ผลิตได้ไม่ควรเก็บไว้ใช้นานเกิน 2 เดือน เพราะเชื้อเห็ดจะแก่เกินไป ควรใช้หัวเชื้อให้หมดภายใน 1 อาทิตย์(หลังจากที่เชื้อเดินเต็มวัสดุที่ใช้ทำหัวเชื้อแล้ว) หัวเชื้อ 1 ขวดแบนสามารถนำไปเขี่ยเชื้อได้ 50-60 ถุง การผลิตหัวเชื้อจากปุ๋ยหมัก : วัสดุ ที่ใช้ทำหัวเชื้อคือ วัสดุเหลือใช้จากการเกษตร (Agricultural waste) เช่น ฟางข้าว กากถั่ว ขี้เลื่อย เปลือกเมล็ดบัว ซังข้าวโพดป่น ไส้นุ่น ขุยมะพร้าว ผักตบชวาแห้ง ฯลฯ การนำวัสดุเหล่านี้มาใช้ผลิตหัวเชื้อจำเป็นต้องมีการเติมอาหารเสริมลงไปด้วย เพื่อให้มีอาหารเพียงพอที่จะช่วยให้เชื้อเห็ดเจริญเติบโตได้เร็ว โดยอาจจะเติมอาหารเสริมเช่น รำข้าว แป้งข้าวเจ้า ข้าวเหนียว หรือปุ๋ยเคมี ฯลฯ ลงไป การเลือกใช้วัสดุบางชนิดที่จะนำมาผลิตหัวเชื้อเห็ด อาจจะต้องผ่านขบวนการหมักให้เปื่อยดีเสียก่อนถึงจะนำมาใช้ได้ เช่น ฟางข้าว เปลือกบัว แต่สำหรับ หัวเชื้อเห็ดฟาง จะนิยมทำจากปุ๋ยหมักที่ใช้เปลือกบัวผสมขี้ม้าเป้นวัสดุเพาะ โดยหมักเปลือกบัวจนเปื่อยก่อนนำมาใช้ วิธีการเตรียมปุ๋ยหมักเพื่อผลิตเป็นหัวเชื้อเห็ด 1. การหมักจะต้องกลับปุ๋ยบ่อย ๆเพื่อให้ปุ๋ยเปื่อยเร็ว และใส่อาหารเสริมลงไปด้วย การหมักจะใช้เวลา 3-4 อาทิตย์ แล้วบรรจุลงถุงพลาสติกหรือขวดปากกว้างหรือกระป๋องที่สะอาด เพื่อนำไปนึ่งฆ่าเชื้อก่อนที่จะใส่เชื้อบริสุทธิ์ 2. การบรรจุปุ๋ยหมักลงในภาชนะสูง 3 ใน 4 ของภาชนะนั้นต้องให้แน่นพอควรโดยใช้มือกด และทำช่องว่างตรงกลางโดยเจาะให้เป็นรูขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-2 เซนติเมตร ลึกประมาณ 2/3 ของถุง เพื่อเตรียมหยอดเชื้อบริสุทธ์ที่จะขยายต่อไป 3. การฆ่าเชื้อ ปัจจุบันการฆ่าเชื้อในหัวเชื้อนิยมใช้หม้อนึ่งแบบลูกทุ่ง โดยบรรจุปุ๋ยหมักลงถุงหรือกระป๋องในหม้อนึ่ง ซึ่งต้องใช้เวลานึ่งนานไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง 4. การเขี่ยเชื้อบริสุทธิ์จากอาหารวุ้นลงปุ๋ยหมัก ควรทำในสถานที่สำหรับเขี่ยเชื้อ(ตู้เขี่ยเชื้อ)โดยใช้เทคนิคปราศจากเชื้อ พยายามเปิดฝาขวดหรือกระป๋องให้น้อยครั้งและปิดฝาให้เร็วที่สุด 5. นำภาชนะที่ผ่านการเขี่ยเชื้อไปเก็บในห้องบ่มเชื้อที่อุณหภูมิ 34-36 องศาเซลเซียส นานประมาณ 7-10 วันเส้น ใยจะเจริญเต็มปุ๋ยหมักสามารถนำไปใช้เพาะให้เป็นดอกเห็ดได้ หัวเชื้อขนาดบรรจุ 450 กรัม สามารถนำไปต่อเชื้อได้ 25-40 กระป๋อง/ถุง การเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดบริสุทธิ์และการเขี่ยเชื้อ การ เพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดบริสุทธิ์  คือ การนำเอาส่วนต่างๆ  ของเห็ดมาเพาะ เลี้ยง  ได้แก่ การเพาะเลี้ยงสปอร์ (spore culture) การเพาะเลี้ยงเนื้อ เยื่อหมวกเห็ดและการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อภายในก้านดอก สำหรับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหมวกเห็ดและการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อภายในก้านดอก ถือว่าเป็นการเพาะเลี้ยงชิ้นส่วนของเนื้อเห็ดสด หรือ tissue culture ซึ่งควรเป็นเนื้อเห็ดภายในดอกเห็ดที่ไม่อยู่ติดกับอากาศและเพาะเลี้ยงใน อาหารผสมวุ้นซึ่งมีหลายสูตร เห็ดบางชนิดอาจต้องการอาหารที่แตกต่างไปจากสูตรที่นิยมใช้กัน เส้นใยจะเจริญออกมาจากเนื้อเยื่อที่นำมาเพาะเลี้ยงบนอาหารวุ้น ในขั้นนี้จึงเป็นการเพิ่มจำนวนเส้นใยซึ่งมีจำนวนไม่มากนัก เพราะมีอาหารน้อยและจำกัดและเป็นการคัดเลือกเอาแต่เชื้อบริสุทธิ์(คัดเลือก เฉพาะเส้นใยไม่มีเชื้อจุลินทรีย์อื่นปนเปื้อน)และภายใน 5-7 วัน เส้นใยเห็ดจะเจริญเต็มภาชนะ การเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดบริสุทธิ์จะต้องคัดเลือกดอกเห็ดที่สมบูรณ์ มีลักษณะที่ต้องการ เช่น ขนาด สี ฯลฯ ส่วนที่นำมาเพาะเลี้ยงให้เป็นเส้นใยบริสุทธิ์ที่นิยมมาก คือ จากสปอร์ จากเนื้อเยื่อครีบเห็ดและจากเนื้อเยื่อภายในก้านดอก การเพาะเลี้ยงสปอร์ สามารถทำได้ทั้งการเพาะเลี้ยงสปอร์แบบเดี่ยวและสปอร์กลุ่ม นิยมทำกันเฉพาะนักวิชาการที่ต้องการศึกษาสายพันธุ์เห็ดและการผสมพันธุ์เพื่อ การปรับปรุงพันธุ์ โดยการแยกเลี้ยงสปอร์เดี่ยวบนอาหารวุ้น สำหรับเห็ดที่บอบบางและมีขนาดเล็กจะเพาะเลี้ยงจากสปอร์ได้ และถ้าไม่ต้องการให้แยกสายพันธุ์หรือต้องการให้มีดอกควรจะเพาะเลี้ยงสปอร์ กลุ่ม เพื่อป้องกันเส้นใยเป็นหมัน ส่วนการเพาะเลี้ยงจากครีบหมวกและก้านดอกเห็ด เป็นการเพิ่มปริมาณเส้นใย ซึ่งไม่มีโอกาสกลายพันธุ์หรือเป็นหมัน 1. การเพาะเลื้ยงเชื้อบริสุทธิ์จากสปอร์ :สปอร์เห็ดเป็นเซลล์ๆ เดียวที่มีขนาดเล็กมาก ก่อนอื่นต้องเตรียม 1.1. เครื่องมือดักสปอร์ โดยใช้แท่งแก้วงอเป็นมุมฉากมา 1 แท่ง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร วางลงในจานแก้วที่มีฝาครอบ 1.2.ตัดกระดาษให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ หรือเป็นแผ่นลูกปลาที่ตัดด้วยเครื่องเจาะกระดาษวางในจานแก้ว แล้วห่อจานแก้วด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ นำไปอบฆ่าเชื้อชนิดอื่นๆ หรือนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งความดันไอน้ำ เพื่อไม่ให้มีเชื้อชนิดอื่น เพื่อนำไปดักจับสปอร์ การฆ่าเชื้อด้วยวิธีอบแห้งต้องอบในตู้อบที่มีความร้อนสูงประมาณ 120-160 องศาเซลเซียส นาน 3-4 ชั่วโมงหรือนึ่งในหม้อนึ่งความดัน เช่นเดียวกับวิธีการในการเตรียมอาหารที่ได้กล่าวมาแล้วหลังการฆ่าเชื้อนำเอา จานแก้วมาตั้งทิ้งไว้ให้เย็น แกะกระดาษหุ้มจานแก้วออก ใช้ปลายเข็มเขี่ยเชื้อจุ่มแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อด้วยการลนไฟ แล้วแง้มฝาจานแก้วให้เปิดออกเล็กน้อย ใช้เข็มเขี่ยชิ้นกระดาษให้เรียงกระดาษไม่ให้ซ้อนกัน ควรใช้กระดาษที่มีสีดำหรือสีขาว เพื่อสังเกตการตกของ สปอร์ได้ง่าย วิธีการเพาะสปอร์จากดอกเห็ด นำดอกเห็ดที่สมบูรณ์และมีลักษณะตามต้องการมา 1 ดอก ควรเป็นดอกที่บานใหม่ ๆ มีหมวกเห็ดกางเต็มที่และคัดเลือกเห็ดที่สะอาด ตัดก้านดอกเห็ดออกจากหมวก ใช้ปากคีบ คีบเอาหมวกเห็ดเข้าไปวางคว่ำบนแท่งแก้ว ให้ด้านที่มีครีบหมวกอยู่ด้านล่างเพื่อให้สปอร์ที่เกิดสองข้างของครีบหมวกมี โอกาสหล่นลงไปบนกระดาษชิ้นเล็ก ๆ ที่วางอยู่ในจานแก้ว ปิดฝาครอบแล้วตั้งทิ้งไว้ประมาณ 6 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อยหรือสังเกตดูสีบนกระดาษ ถ้าสีเปลี่ยนเห็นได้ชัดเจนแสดงว่ามี สปอร์ตกมาก เพียงพอที่นำไปเพาะเลี้ยงบนอาหารวุ้นได้ จึงคีบเอาหมวกเห็ดออกใช้เข็มเขี่ยเชื้อหรือปากคีบที่ฆ่าเชื้อแล้วหยิบเอา แผ่นกระดาษชิ้นเล็ก ๆ ที่มีสปอร์ตกอยู่นำไปวางในจานแก้วที่มีอาหารบริสุทธิ์เพื่อเพาะเลี้ยงให้ เป็นเส้นใยต่อไป อาหารที่นำมาเพาะเลี้ยง คือ อาหารพีดีเอ ที่เตรียมไว้ล่วงหน้า เมื่อจะใช้ให้นำมาละลายอีกครั้งหนึ่ง แล้วเทลงในจานแก้ว ที่มีฝาครอบ ก่อนเทควรตั้งทิ้งไว้ให้วุ้นเย็นลงเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้มีไอน้ำระเหยไปจับบนฝาแก้ว เมื่อเทวุ้นแล้วตั้งทิ้งไว้ให้เย็น ก่อนที่จะคีบชิ้นกระดาษวางลงไป สปอร์เห็ดได้รับอาหารและความชื้นใน จานแก้ว จะงอกเป็นเส้นใยแผ่กระจายออกมาจากแผ่นชื้นกระดาษออกไปที่ผิวอาหารวุ้น เมื่อเส้นใยเจริญออกมามากพอควรก็เตรียมคัดเลือกเส้นใยที่ไม่มีเชื้ออื่นปน ถ่ายไปเก็บไว้ในหลอดแก้วอาหารผสมวุ้นที่เตรียมไว้ 2. การเพาะเลี้ยงเชื้อบริสุทธิ์จากครีบหมวกเห็ด : วิธีการนี้ใช้กับเห็ดที่มีเปลือกหุ้มห่อเนื้อเยื่อภายในมิดชิดในระยะที่เป็นดอกอ่อน เช่น เห็ดฟาง ฯลฯ วิธีการเพาะเลี้ยงเชื้อจากครีบเห็ด ครีบหมวกเป็นส่วนที่มีเนื้อเยื่อบอบบาง เปราะฉีกขาดง่าย ครีบ 1 อัน จะตัดแบ่งเพาะเชื้อบริสุทธิ์ได้ 3-4 หลอด แล้วแต่ขนาดของครีบ วิธีเพาะเลี้ยงจะสะดวกและง่าย โดยเลือกดอกเห็ดที่เปลือกหุ้มยังไม่แตกมา 1 ดอก เลือกดอกที่ขาวสะอาด ใช้มีดบางหรือมีดผ่าตัดจุ่มแอลกอฮอล์แล้วลนไฟฆ่าเชื้อที่ติดมากับมีด พักมีดให้เย็นลงเล็กน้อย แล้วผ่าดอกเห็ดออกเป็น 2 ส่วน การผ่าเห็ดไม่ควรหั่นแบบการใช้เลื่อยให้หั่นตรงลงไป วางชิ้นเห็ดลงในจานแก้ว ใช้ปลายเข็มกรีดครีบหมวกให้ตัดขาดจากกันเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ขนาด 3 x 3 มม. ใช้ปลายเข็มจิกเอาแผ่นครีบหมวก ออกไปวางในจานแก้วที่เทอาหารวุ้นไว้แล้ว บ่มจานเพาะเลี้ยงเชื้อไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณ 5–7 วัน เมื่อมีเส้นใยงอกออกมาพอสมควร จึงทำการถ่ายเชื้อจากจานแก้วไปเก็บไว้ในหลอดแก้วทดลอง สามารถใช้ครีบหมวกไปเพาะเลี้ยงทำหัวเชื้อโดยตรงเลยก็ได้ แต่ไม่สามารถจะทราบได้ว่าเชื้อที่เพาะขึ้นจะบริสุทธิ์หรือไม่ เพราะไม่ผ่านขั้นตอนการแยกเชื้อบริสุทธิ์ 3. การเพาะเลี้ยงเชื้อเห็ดบริสุทธิ์จากเนื้อเยื่อภายในก้านดอก :วิธี นี้เหมาะสมสำหรับเห็ดที่มีก้านใหญ่ และเห็ดที่ไม่มีเปลือกหุ้มดอกอ่อน เช่น เห็ดตับเต่าขาว (เห็ดจั่นหรือเห็ดตีนแรด) เห็ดบางชนิดอาจมีก้านดอกใหญ่แต่อาจมีแมลงเข้าไปเจาะไชอยู่ข้างในซึ่งไม่ควร ใช้วิธีนี้ นิยมทำกันมากในเห็ดฟางและเห็ดอื่นๆ เช่น เห็ดกระดุม เห็ดหอม เห็ดเข็มทอง เห็ดนางรม เห็ดหัวลิง เห็ดเป๋าฮื้อ เห็ดตับเต่าและเห็ดตีนแรด เป็นต้น วิธีการเลี้ยงเนื้อเยื่อตรงก้านดอก เมื่อคัดเลือกดอกเห็ดตามลักษณะที่ต้องการแล้ว นำมาวางในจานแก้ว ใช้มีดที่ฆ่าเชื้อแล้วผ่าเห็ดออกเป็น 2 ซีก นำเข็มเขี่ยเชื้อฆ่าเชื้อแล้วกรีดเนื้อเห็ดตรงกลางก้านดอก ออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วตักขึ้นถ่ายใส่จานอาหาร หรือหลอดอาหารสำหรับเพาะเลี้ยงเชื้อ ข้อควรระวังคือ ความสะอาด นั่นคือทุกครั้งต้องใช้เข็มเขี่ยเชื้อที่สะอาดจริงๆ ภายหลังย้ายเนื้อเยื่อลงอาหารพีดีเอแล้ว ควรเก็บไว้ในห้องที่สะอาด ปราศจากมดและแมลง ประมาณ 1 สัปดาห์จะเห็นเส้นใยเห็ดสีขาวเจริญจากเนื้อเยื่อเห็ด จะนำไปใช้เป็นแม่เชื้อต่อไปได้ ถ้าเส้นใยเป็นสีอื่น หรือสีขาวขุ่นเยิ้ม แสดงว่ามีเชื้อราและแบคทีเรียปนเปื้อนเกิดขึ้น ควรจะทิ้งไป

No Comments

Post A Comment