การผลิตเห็ดแครง

Zemanta Related Posts Thumbnail

24 ม.ค. 2011 การผลิตเห็ดแครง

เห็ดตีนตุ๊กแก/เห็ดแครง เห็ด ตีนตุ๊กแก เป็นเห็ดที่มี fruiting bodies ขนาดเล็กรูปร่างคล้ายพัด ไม่มี ก้านดอก (stem) เกาะติดกับต้นไม้ที่ตายแล้วโดยใช้โครงสร้างเฉพาะของมัน เอง ดูคล้ายกับเห็ดหิ้งขนาดเล็ก  มีครีบ(gills) อยู่ใต้ดอก ผิวด้านบนดู เหมือนมีรูขนาดเล็กๆ หรือเรียบธรรมดา  ดอกเห็ดอ่อนจะมีสีขาวนวลแต่เมื่อแก่ ขึ้นจะกลายเป็นสีน้ำตาล เนื้อเหนียวและแห้ง ลักษณะทั่วไปของเห็ดตีนตุ๊กแก : เห็ดตีนตุ๊กแกหรือเห็ดแครงเป็นเห็ดขนาดเล็กมีลักษณะคล้ายพัด (fan-shaped) ด้านฐานมีก้านขนาดสั้นๆ ยาวประมาณ 0.1- 0.5 เซนติเมตร หรือไม่มีก้านติดอยู่กับวัสดุที่ขึ้นด้านข้าง ดอกเห็ดมีขนาดความกว้าง ประมาณ 1-3 เซนติเมตร ผิวด้านบนมีสีขาวปนเทาปกคลุมทั่วไป ลักษณะดอกเหนียวและแข็งแรง เมื่อแห้งด้านใต้ของดอกเห็ดมีครีบมีลักษณะแตกเป็นร่อง (spilt-gill) พิมพ์สปอร์มีสีขาว สปอร์มีสีใสรูปร่างเป็นทรงกระบอกขนาด 3-4×1-1.5 ไมครอน เนื่องจากเห็ดแครงมีขึ้นอยู่ทั่วโลก ในสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน ลักษณะดอกเห็ดอาจแตกต่างกันในแต่ละท้องที่ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Schizophyllum commune ชื่อสามัญ : เห็ดตีนตุ๊กแก (ภาคกลาง), เห็ดแก้น (ภาคเหนือ), เห็ดแครง เห็ดยาง หรือ เห็ดจิก(ภาคใต้),Suehirotake (ญี่ปุ่น) ลักษณะนิสัย : มักพบขึ้นตามขอนไม้ที่ผุพัง เช่น ไม้มะม่วง ไม้ยางพารา ไม้ยูคาลิปตัส ไม้สน เป็นต้น ทั้งนี้จะเห็นดอกเห็ดขึ้นมากมายในฤดูฝน เป็นที่นิยมรับประทานกันในเขตภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคอีสานตอนบน ราคา จำหน่ายดอกสดกิโลกรัมละ 80 – 150 บาท เห็ดแห้งกิโลกรัมละ 400 – 500 บาท จากงานวิจัยพบว่าเห็ดแครงต้องการ อาหารเสริมที่เป็นโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตสูง เนื่องจากต้องใช้ธาตุอาหารมากในการเจริญของเส้นใยที่รวดเร็วประกอบกับ ต้องใช้เทคนิคการเพาะและการดูแลเฉพาะตัว ดังนั้นก่อนหน้านี้ จึงไม่มีเกษตรกรรายใดเลย ที่จะเพาะปลูกเห็ดแครงออกมาขาย ซึ่งกรมวิชาการเกษตรก็ได้วิจัยสูตรอาหาร เทคนิคการเพาะ การดูแล จนได้ผลผลิต ที่มากเพียงพอในแง่เศรษฐกิจ เฉลี่ย 130-150 กรัม ในวัสดุเพาะ 1,000 กรัม ซึ่งผลผลิตเห็ดแครงที่ได้จากการเพาะนี้ข้อดี คือ เป็นดอกที่แก่กำลังพอดีไม่เหนียวเกินไปสะอาดไม่มีกรวดทรายติดมา ลักษณะ : เห็ด ตีนตุ๊กแก เป็นเห็ดที่มี fruiting bodies ขนาดเล็กรูปร่างคล้ายพัด ไม่มีก้านดอก (stem) เกาะติดกับต้นไม้ที่ตายแล้วโดยใช้โครงสร้างเฉพาะของมันเอง ดูคล้ายกับเห็ดหิ้งขนาดเล็ก มีครีบ(gills) อยู่ใต้ดอก ผิวด้านบนดูเหมือนมีรูขนาดเล็กๆ หรือเรียบธรรมดา ดอกเห็ดอ่อนจะมีสีขาวนวลแต่เมื่อแก่ขึ้นจะกลายเป็นสีน้ำตาล เนื้อเหนียวและแห้ง Ecology: มีการดำรงชีวิตแบบผู้ย่อยสลาย (saprobe) เจริญทั้งแบบดอกเดี่ยวๆ และเป็นกลุ่มจำนวนมากบนไม้เนื้อแข็งที่ตายแล้ว พบได้ตลอดทั้งปีเมื่อมีความชื้นเหมาะสมและแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก Fruiting bodies : ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1-4 เซนติเมตร รูปร่างคล้ายพัด (pan shaped) ผิวด้านบนปกคลุมไปด้วยขนขนาดเล็กจำนวนมาก มีลักษณะแห้ง สีขาว ถึงสีเทา หรือ สีน้ำตาล ด้านใต้ดอกเห็ดจะพบครีบจำนวนมากที่มีลักษณะพับไปพับมาและสันของคีบที่อยู่ ใกล้กันจะเข้ามาประกบกันทำให้เห็นเป็นร่องอยู่ตรงกลางคล้ายครีบที่แตกแยกออก จากกัน (gills split) เนื้อของดอกเห็ดมีลักษณะเหนียว เมื่อถูกน้ำจะสามารถขยายและยืดหยุ่นได้ Spores print : สปอร์มีสีขาว Microscopic feature : สปอร์ขนาด 3-4 x 1-1.5 µ รูปร่างทรงกระบอก (cylindrical) จนถึง รูปร่าง ทรงรีคล้ายไข่ (elliptical) ผิวรีบ (smooth) Scientific classification : Kingdom :Fungi Division :Basidiomycota Class :Basidiomycetes Order :Agaricales Family :Schizophyllaceae Genus :Schizophyllum Species :Schizophyllum commune ประโยชน์ทางการแพทย์ : เห็ดแครงนอกจากจะใช้บริโภคแล้ว ในประเทศญี่ปุ่นยังใช้เป็นยาเนื่องจาก พบสารประกอบพวก polysaccharide ชื่อว่า Schizophyllan (1,3 B-glucan) ซึ่งมีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อไวรัส และ ยับยั้งเซลล์มะเร็งชนิด Sarcoma 180 และ Sarcoma 37 โดยทดลองใน white mice ยับยั้งได้ 70-100% จึงคาดว่าน่าจะเป็นเห็ดที่มีศักยภาพดีในอนาคตต่อไป นอกจากนี้คนไทยยังใช้เห็ดแครงอ่อนๆ ตุ๋นกับไข่รับประทานแก้ฤดูขาว หรือตกขาวทำให้ร่างกายแข็งแรงได้อีกด้วย สารสำคัญอื่นๆ ที่สกัดได้จากเห็ดแครง : ได้แก่ 1. schizocommuin ซึ่งเป็นสารจำพวก indole โดยพบว่ามีความเป็นพิษต่อ lymphoma cells ของหนู 2. riboflavin (vitamin B2) ฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งโดยตรงของ riboflavin นั้นอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัย แต่อาจมิฤทธิ์โดยอ้อม เนื่องจากมีรายงานว่า การขาดสาร riboflavin อาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ นอกจากนี้ได้มีการใช้ riboflavin เป็นอาหารเสริมเพื่อลดหรือป้องกันความรุนแรงของอาการข้างเคียงจากการได้รับ ยาต้านไวรัสเอดส์ เช่นลด lactic acidosis ในผู้ติดเชื้อ HIV ที่ได้รับยา

No Comments

Post A Comment