การอนุรักษ์พันธุกรรมข้าว

Zemanta Related Posts Thumbnail

18 พ.ย. 2010 การอนุรักษ์พันธุกรรมข้าว

การอนุรักษ์พันธุกรรมข้าว ประเทศไทยอยู่ในเขตศูนย์กลางของความผันแปรทางพันธุกรรมของข้าว มีความหลากหลายของพันธุ์ข้าวในแหล่งปลูกข้าวต่าง ๆ ทั่วทุกภาคของประเทศ ทั้งข้าวปลูกพันธุ์พื้นเมืองและข้าวป่า แต่ปัจจุบันเชื้อพันธุ์ข้าวได้สูญหายไปเป็นจำนวนมาก เนื่องจากการพัฒนาประเทศและการที่เกษตรกรนิยมใช้ข้าวพันธุ์ดีปลูกแทนพันธุ์ข้าวพื้นเมือง จึงน่าเป็นห่วงว่าในอนาคตอันใกล้นี้อาจจะไม่มีพันธุ์ข้าวพื้นเมืองเหลืออยู่อีกต่อไป นั่นหมายถึงว่าพันธุ์ดีที่บรรพบุรุษได้คัดเลือกไว้นับเป็นเวลาพันๆ ปี จะสูญพันธุ์ไป โดยไม่สามารถนำกลับคืนมาได้อีก

นักปรับปรุงพันธุ์ข้าวและหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านวิจัย และพัฒนาพันธุ์ข้าว ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของเชื้อพันธุกรรมข้าว โดยมีการดำเนินงานรวบรวมอนุรักษ์เชื้อพันธุ์ข้าวอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ อดีตจนถึงปัจจุบัน ในปี พ.ศ. 2524 กองการข้าว กรมวิชาการเกษตร ได้จัดสร้างอาคารศูนย์ปฏิบัติการและเก็บเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าวแห่งชาติขึ้น ที่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ด้วยความช่วยเหลือจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมและอนุรักษ์ทรัพยากรเชื้อพันธุ์ข้าวไทยไว้มิให้ เสื่อมพันธุ์หรือสูญพันธุ์อีกต่อไป ศูนย์ปฏิบัติการและเก็บเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าวแห่งชาติ ได้เริ่มดำเนินการสำรวจ รวบรวมเชื้อพันธุ์ข้าวจากแหล่งต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 จนถึงปี พ.ศ.2544 โดยมีเชื้อพันธุ์ข้าวที่รวบรวมและอนุรักษ์ไว้ไม่น้อยกว่า 20,000 ตัวอย่างเชื้อพันธุ์ กรมวิชาการเกษตรมีภารกิจหลักด้านการวิจัยพัฒนาพันธุ์พืช ได้รวบรวม อนุรักษ์ พันธุ์พืชต่าง ๆไว้มากกว่า 100 ชนิด ได้แก่ พืชปลูกและพืชป่า ทั้งที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยเก็บรักษาไว้ในรูปของเมล็ดและต้นพันธุ์กระจายไปตามศูนย์วิจัยและสถานี ทดลองฯ ทั่วประเทศ มากกว่า 30,000 ตัวอย่างเชื้อพันธุ์ ในปี พ.ศ. 2545 กรมวิชาการเกษตร จัดตั้งธนาคารเชื้อพันธุ์พืชและจุลินทรีย์ขึ้นที่อาคารทรัพยากรพันธุกรรมพืช สิรินธร สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพภายในบริเวณศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการรวบรวมเชื้อพันธุกรรมพืชที่ได้มาตรฐานสากล และได้ย้ายเชื้อพันธุ์ข้าวทั้งหมดจากศูนย์ปฏิบัติการและเก็บเมล็ดเชื้อ พันธุ์ข้าวแห่งชาติไปอนุรักษ์ไว้ในธนาคารเชื้อพันธุ์พืชฯ

อาคารทรัพยากรพันธุกรรมพืชสิรินธร ห้องอนุรักษ์ระยะปานกลาง

ข้อมูลที่น่าสนใจ -ข้าวพันธุ์สังข์หยด ปัจจุบัน ธนาคารเชื้อพันธุ์พืชได้รวบรวมและอนุรักษ์เชื้อพันธุกรรมข้าวไว้ไม่น้อยกว่า 24,000 ตัวอย่างเชื้อพันธุ์ มีการดำเนินงานด้านสำรวจ รวบรวม อนุรักษ์ ฟื้นฟู จัดทำฐานข้อมูล จำแนกและประเมินลักษณะประจำพันธุ์ ประเมินคุณค่าเชื้อพันธุ์ ตลอดจนให้บริการข้อมูลและเมล็ดเชื้อพันธุ์หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ชุมชน และกลุ่มเกษตรกรที่มีความสนใจและต้องการเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าวเพื่อนำไปศึกษา วิจัยหรือฟื้นฟูเพื่อการอนุรักษ์ในท้องถิ่นสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ธนาคาร เชื้อพันธุ์พืช ฯ สำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร โทร. 02-9046885-90 โทรสาร 02-9046885 ต่อ 555 ในวันและเวลาราชการ ในระหว่างปี พ.ศ. 2525-2529 ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงได้เก็บรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นเมืองในภาคใต้ทั้งหมด 1,997 ตัวอย่างพันธุ์ มีตัวอย่างพันธุ์ข้าวสังข์หยด จาก 3 แหล่ง ได้แก่ สังข์หยด (KGTC82045) จากตำบลโคกทราย อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง สังข์หยด (KGTC82239) จากตำบลท่ามะเดื่อ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง และสังข์หยด (KGTC82267) จากตำบลควนขนุน อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง ซึ่งเมล็ดพันธุ์ที่เก็บรวบรวมส่วนหนึ่งส่งไปอนุรักษ์ที่ศูนย์ปฏิบัติการและ เก็บเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าวแห่งชาติ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี และปลูกรักษาพันธุ์ในศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ในฤดูนาปี 2531/32 ได้เริ่มคัดเลือกพันธุ์สังข์หยด (KGTC82239) จากแหล่งเก็บตำบลท่ามะเดื่อ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง โดยคัดเลือกแบบหมู่ (mass selection) จนได้สายพันธุ์สังข์หยด (KGTC82239-2) เมื่อปี พ.ศ. 2535 ซึ่งมีลักษณะเมล็ดเล็กเรียวยาว ปริมาณอมิโลสต่ำ และอายุเบา ในปี พ.ศ. 2543 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำริตั้งโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ จังหวัดพัทลุง ที่ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว จังหวัดพัทลุง ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ซึ่งได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบแปลงนาในโครงการฯ จึงได้ดำเนินการปลูกข้าวพันธุ์สังข์หยดและได้มีโอกาสถวายข้าวสังข์หยดแด่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2546 ซึ่งปรากฏว่าเป็นที่ทรงโปรด ต่อมาศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง ได้ดำเนินการยื่นคำขอหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 โดยกรมวิชาการเกษตรได้ประกาศออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนชื่อพันธุ์ “ข้าวสังข์หยดพัทลุง” เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 และได้ดำเนินการเสนอคำขอขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เมื่อวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2549 ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โดยใช้ชื่อสินค้าว่า “ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง” ปัจจุบันกระแสความนิยมการบริโภคข้าวที่คุณค่าทาง โภชนาการเพื่อสุขภาพเพิ่มมากขึ้นศูนย์วิจัยข้าวพัทลุงจึงได้พัฒนาปรับปรุง พันธุ์ข้าวเฉพาะถิ่นที่มีลักษณะพิเศษ โดยทำการคัดเลือกจากพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมให้เป็นพันธุ์บริสุทธิ์ ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค มีคุณภาพและผลผลิตดีขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อชาวนาในการผลิตข้าวคุณภาพดีให้ แพร่หลายมากยิ่งขึ้น และในปี พ.ศ. 2547 จังหวัดพัทลุงได้กำหนดให้ข้าวพันธุ์สังข์หยด เป็นพันธุ์ข้าว 1 ใน 3 พันธุ์ ที่มีเป้าหมายส่งเสริมการผลิตในโครงการพัฒนาการผลิตข้าวครบวงจร ตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด ( ปี 2547- 2550) ที่จะให้เกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์สังข์หยดด้วยเมล็ดพันธุ์ดี ข้าวพันธุ์สังข์หยดมีคุณสมบัติพิเศษในลักษณะของสีข้าวกล้องที่มีสีแดง รูปร่างเมล็ดเรียวความยาวเมล็ดข้าวกล้อง 6.70 มิลลิเมตร ข้าวซ้อมมือมีสีแดงปนสีขาว ข้าวจากรวงเดียวกันเมื่อขัดสีแล้วบางเมล็ดมีสีขาวใสแต่ส่วนใหญ่มีลักษณะขาวขุ่น คุณสมบัติการหุงต้มดี ลักษณะข้าวหุงสุกนุ่ม มีความคงตัวของแป้งสุกอ่อน (94 มิลลิเมตร) ปริมาณอมิโลสต่ำ (15.28+-2.08 % ) ลักษณะทรงต้นสูง 140 เซนติเมตร ทรงกอตั้ง เป็นข้าวไวต่อช่วงแสง ออกดอกประมาณวันที่ 10 มกราคม เมื่อปลูกตามฤดูนาปีภาคใต้ (ปักดำกลางเดือนกันยายน)

No Comments

Post A Comment