การเตรียมดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์สำหรับเพิ่มผลผลิตยางพารา

18 มี.ค. 2013 การเตรียมดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์สำหรับเพิ่มผลผลิตยางพารา

ลักษณะดินและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ปลูกยางพาราเป็นที่ราบ ไม่มีน้ำ ท่วมขังหรือมีความลาดเอียงต่ำกว่า 35 องศา ลักษณะดินเป็นดินร่วนเหนียว ถึงดินร่วนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ หน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร ไม่มีชั้น ดินดาน มีการระบายและ ถ่ายเทอากาศดี มีค่า ความเป็นกรดเป็นด่าง ระหว่าง 4.5-5.5 อุณหภูมิ ที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 24-27 องศาเซลเซียส มี ปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำกว่า 1,250 มิลลิเมตรต่อปี มีจำนวนวันฝนตก ประมาณ 120-145 วันต่อปี ยางพารา พันธุ์ยางพารา พันธุ์ยางพาราที่นิยมปลูก ได้แก่สถาบันวิจัยยาง 251 (RRIT 251) สงขลา 36 BPM 24 PM 255 PB 260 PR 255 RRIC 110 และ RRIM 600 พันธุ์ยางพารา การเตรียมดินสำหรับยางพารา ทำการไถพลิกดินและ ไถพรวนดินอย่างน้อย 2 ครั้ง พร้อมทั้งเก็บตอไม้ เศษไม้ และเศษวัชพืชออกให้หมดเพื่อปรับหน้าดิน ให้เหมาะสมกับการปลูกยางพารา สำหรับพื้นที่ลาดเอียงมากกว่า 15 องศา จะต้อง วางแนวปลูกตามขั้นบันได เพื่อลดอัตราการสูญเสีย หน้าดิน โดยมีความกว้างของหน้าดินอย่างน้อย 1.5 เมตร เพื่อป้องกันต้นยางพาราล้มหากขั้นบันได เสียหาย ในกรณีพื้นที่ปลูกเป็นที่ราบก็ทำเฉพาะทาง ระบายน้ำเท่านั้น และทำการปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อ ปรับปรุงบำรุงดิน พืชปุ๋ยสดที่นิยมใช้ได้แก่ ปอเทือง อัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ หว่านหรือโรยเป็นแถว และไถกลบเมื่ออายุ 45 วัน และปล่อยให้ย่อยสลาย 15 วัน แล้วจึงเตรียมหลุมปลูกยางพารา วิธีการปลูกยางพารา วิธีการปลูกยางพารา ต้องวางแนวปลูกตาม แนวตะวันออก-ตะวันตก โดยมีระยะปลูก 2.5×8.0 เมตร หรือ 3.0×7.0 เมตร ในแหล่งปลูกยางเดิมและ ระยะปลูก 2.5×7.0 เมตร หรือ 3.0×6.0 เมตรในแหล่ง ปลูกยางใหม่ ขนาดของหลุม 50x50x50 เซนติเมตร และ ทำการปลูกต้นกล้ายางพาราที่สมบูรณ์แข็งแรงปราศ จากโรคและแมลงศัตรูพืชขนาด 1-2 ฉัตร และคลุม ปุ๋ยหมักอัตรา 15-25 กิโลกรัมต่อหลุมพร้อมกับเชื้อ จุลินทรีย์ควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืชที่ผลิตจากสารเร่ง พด.3 อัตรา 3 กิโลกรัมต่อต้น ใส่รองก้นหลุมและทำ การปลูกต้นกล้ายางพารา หลังจากปลูกยางพาราได้ 15 วัน ให้ปลูกพืช ตระกูลถั่วคลุมดิน เช่น ถั่วคาโลโปโกเนียม อัตรา 2 กิโลกรัมต่อไร่ หรือถั่วคุดซู อัตรา 2 กิโลกรัมต่อไร่ หรือถั่วฮามาด้า อัตรา 2 กิโลกรัมต่อไร่ โรยเป็นแถว แทรกระหว่างยางพารา เพื่อป้องกันกำจัดวัชพืช ป้องกันการชะล้างพังทลาย และเป็นการเพิ่มอินทรีย วัตถุให้กับดิน การดูแลรักษายางพารา ให้ทำการฉีดพ่นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ จากสารเร่ง พด.2 (ที่เจือจ่าง 1:1,000) ให้พืชปุ๋ยสด ทุก 7 วัน อัตรา 2 ลิตรต่อไร่ เพื่อเร่งการเจริญเติบโต ของพืชปุ๋ยสด และหลังจากปลูกยางพาราแล้ว 15 วัน ให้ฉีดพ่นปุ๋ยอินทรีย์น้ำให้กับยางพาราทางใบหรือ ราดรดลงดินทุก 1 เดือน และให้ฉีดพ่นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ กับพืชตระกูลถั่วที่ปลูกคลุมดิน การป้องกันกำจัดโรค โรคราแป้งราสีชมพู โรคใบร่วง และฝักเน่าและแมลงต่างๆ เช่น ปลวก หนอนทราย รวมทั้งวัชพืชชนิดต่างๆ ทำได้โดยใช้สาร สกัดธรรมชาติ หรือสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช การกรีดยาง สามารถทำการกรีดยางได้เมื่อ ต้นยางอายุ 6 ปี ขนาดเส้นรอบวงของลำต้น บริเวณที่ ทำการกรีดยางไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร โดยกรีดครึ่ง ลำต้น ความสูง 150 เซนติเมตรจากพื้นดิน โดยกรีด ทำมุม 30 องศากับแนวระนาบและเอียงจากซ้ายบน ลงมาขวาล่าง ติดรางรองรับน้ำยางห่างด้านหน้า ประมาณ 30 เซนติเมตร และติดลวดรับถ้วยน้ำยาง ให้ห่างจากรางรองรับน้ำยางลงมาประมาณ 10 เซนติเมตร กรีดยางให้ลึกใกล้เนื้อไม้มากที่สุดแต่ไม่ ควรถึงเนื้อไม้ เมื่อกรีดยางเสร็จควรฉีดพ่นหรือทา บริเวณที่กรีดด้วยปุ๋ยอินทรีย์น้ำเจือจาง 1:1,000 เพื่อให้ยางมีน้ำยางมากที่สุด ยืดอายุการกรีดยางและ ต้นยางเสียหายน้อยที่สุด การจัดการดินหลังเก็บเกี่ยวยางพารา การจัดการดินหลังเก็บเกี่ยว ยางพารา เป็นไม้ยืนต้นมีอายุยาว ในแต่ละปีจะต้องมีการ ปรับปรุงดินด้วยอินทรียวัตถุหรือปุ๋ยอินทรีย์ โดยการ ใช้ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ พืชตระกูลถั่วคลุมดิน พร้อมทั้งเชื้อ จุลินทรีย์ควบคุมเชื้อสาเหตุโรคพืชรอบๆโคนต้น ยางพาราตามที่ได้กล่าวมาแล้ว การจัดการดินเพื่อปลูกยางพาราโดยใช้ ปุ๋ยอินทรีย์ดังกล่าวนี้ จะสามารถลดอัตราการใช้ ปุ๋ยเคมีลงได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ และสามารถ เพิ่มผลผลิตยางพาราได้ ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับวิธีการปฏิบัติเดิมของเกษตรกร [code]ที่มา : สำนักเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน โทร 0-2579-0679 สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12 กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม 10900 โทร 0-2579-8515[/code]

No Comments

Post A Comment