การใช้ปุ๋ยทางใบมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร? มาดูกัน..

10 ธ.ค. 2013 การใช้ปุ๋ยทางใบมีข้อดีและข้อเสียอย่างไร? มาดูกัน..

ปุ๋ยทางใบ ปุ๋ยทางใบ หมายถึง ปุ๋ยที่เป็นสารละลายแล้ว ฉีดพ่นทางใบเพื่อให้ธาตุอาหารแก่พืช ปุ๋ยทางใบ เนื่องจากรากพืชสัมผัสอยู่กับอนุภาคดินและสาร ละลายของดินโดยตรง รากจึงดูดธาตุอาหารได้ตลอดเวลา ส่วนใบพืชอยู่ในอากาศ จะมีโอกาสดูดธาตุอาหารได้เฉพาะ จากสารละลายที่มาสัมผัสใบเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ใบจึงได้รับ ธาตุอาหารตามธรรมชาติจากน้ำฝนและน้ำค้าง การฉีด พ่นปุ๋ยทางใบให้แก่พืชเป็นการช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหาร ได้มากขึ้นและเร็วขึ้น ชนิดของปุ๋ยทางใบ ปัจจุบันใช้ปุ๋ยทางใบมี 2 ชนิด

  • ปุ๋ยเกล็ด คือปุ๋ยเคมีชนิดแข็งที่มีสภาพเป็นรูป ผลึกของสารประกอบ ผลิตจากการนำแม่ปุ๋ยชนิดต่างๆ มาผสมกับให้ได้สูตรที่ต้องการเป็นปุ๋ยที่ละลายน้ำง่าย
  • ปุ๋ยน้ำหรือปุ๋ยเหลว คือปุ๋ยที่ได้จากการละลาย แม่ปุ๋ยในน้ำให้ได้สัดส่วนเป็นปุ๋ยสูตรต่างๆ โดยที่แม่ปุ๋ยจะถูก ละลายได้ทั้งหมด วิธีใช้ปุ๋ยเพียงแต่นำมาเจือจางด้วยน้ำ ในอัตราที่พอเหมาะแล้วนำไปฉีดพ่นพืชได้ทันที

ข้อดีของการใช้ปุ๋ยทางใบ

  1. ช่วยให้พืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจาก การย้ายปลูกและตั้งตัวได้แล้ว
  2. ใช้กับอาการขาดธาตุอาหารในระยะแรกๆ ได้ดี
  3. ใช้ผสมกับการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดโรค แมลง และควบคุมวัชพืชได้เป็นการประหยัดแรงงาน
  4. ใช้กับพืชที่ปลูกในดินที่มีปัญหา เช่น ดินเค็ม ดินเปรี้ยวจัด ดินทรายจัด ดินเหนียวจัด หรือดินที่มีปัจจัย แวดล้อมขวางการดูดใช้ธาตุอาหารทางระบบราก
  5. ใช้ในการเสริมธาตุหลัก คือ ไนโตรเจนในรูปปุ๋ย ยูเรียและการให้ธาตุรอง และธาตุอาหารเสริมแก่พืช
  6. พืชสามารถดูดธาตุอาหารโดยทางใบได้มาก กว่า และเร็วกว่าการดูดทางราก ต้นไม้จึงใช้ประโยชน์จาก ธาตุอาหารได้เร็ว
  7. ช่วยให้พืชฟื้นตัวเร็ว หลักจากชะงักเนื่องจาก กระทบแล้งหรือถูกโรคแมลงทำลาย
  8. ปุ๋ยน้ำ มีความสม่ำเสมอของเนื้อปุ๋ยแน่นอนกว่า ปุ๋ยชนิดแข็งและปุ๋ยเกล็ด มีปริมาณเนื้อปุ๋ยรวม (N+P2O5+K2O) สูงกว่าปุ๋ยเม็ดทำให้ทุ่นค่าใช้จ่ายในการ ขนส่งมากกว่า
  9. ปุ๋ยน้ำผลิตง่ายและเปลี่ยนแปลงปรับปรุง สูตรได้ง่าย จึงผลิตได้มากสูตรกว่าปุ๋ยชนิดแข็ง
  10. ง่ายต่อการขนส่งและการใช้ เมื่อเปรียบเทียบปุ๋ยทางใบกับปุ๋ยทางดิน ปุ๋ยทางใบ มิใช่จะดีกว่าปุ๋ยทางดินในทุกๆเรื่อง ข้อเสียหรือความ ไม่เหมาะสมของปุ๋ยทางใบมีหลายประการดังจะได้กล่าว ต่อไป ฉะนั้นจึงควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียก่อนจะเลือก ใช้ปุ๋ย

การผลิตปุ๋ยน้ำ ข้อเสียของการใช้ปุ๋ยทางใบ

  1. โดยทั่วไปการใช้ปุ๋ยทางใบเพียงอย่างเดียวไม่ สามารถจะให้ธาตุอาหารแก่พืชได้อย่างเพียงพอในปริมาณ ที่เท่าเทียมกับปุ๋ยทางดิน เพราะถ้าให้ในระดับความ เข้มข้นสูงเกินไปอาจทำให้พืชใบไหม้
  2. การให้ปุ๋ยทางใบเพียงอย่างเดียวจะทำได้ เฉพาะกับพืชที่ให้ผลตอบแทนสูงมากเท่านั้น เพราะจะต้อง ให้ปุ๋ยบ่อยครั้งตามกำหนดเวลาอย่างสม่ำเสมอ
  3. ปุ๋ยน้ำชนิดสารละลายไม่สามารถผลิตให้มีเกรด สูงๆได้ โดยทั่วไปมักมีปริมาณของธาตุอาหารรวมของ (N+P2O5+K2O) ไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์
  4. ปุ๋ยเกล็ดมักมีคุณสมบัติดูดความชื้นจากอากาศ ได้ง่ายกว่าปุ๋ยเม็ด แม้จะมีการใส่สารป้องกันความชื้นแล้ว ก็ตามทำให้เสื่อมคุณภาพเร็ว
  5. ราคาต่อหน่วยของธาตุอาหารในปุ๋ยน้ำสูงกว่า ราคาต่อหน่วยของธาตุอาหารในปุ๋ยเม็ดและปุ๋ยเกล็ด เพราะโดยทั่วไปปุ๋ยน้ำจะมีเกรดต่ำกว่าปุ๋ยชนิดแข็ง (ปุ๋ยเม็ด และปุ๋ยเกล็ด)
  6. ราคาต่อหน่วยของธาตุอาหารในปุ๋ยเกล็ดสูง กว่าราคาต่อหน่วยของธาตุอาหารในปุ๋ยเม็ดมาก เพราะ แม่ปุ๋ยที่ใช้ในการผลิตปุ๋ยผสมชนิดเกล็ดมีราคาแพงกว่า แม่ปุ๋ยที่ใช้ในการผลิตปุ๋ยเม็ด
  7. ปุ๋ยน้ำละลายธาตุอาหารเสริมและธาตุอาหาร รองได้น้อย ยกเว้นปุ๋ยน้ำที่ใช้แม่ปุ๋ยในรูปของสารประกอบ พวกโพลิฟอสเฟตและสารคีเลต
  8. ปุ๋ยน้ำโดยทั่วไปจะ ควบคุมคุณภาพได้ยากกว่า ปุ๋ยเม็ดและปุ๋ยเกล็ด

ข้อเสียของการใช้ปุ๋ยทางใบ คุณสมบัติหรือลักษณะของปุ๋ยทางใบที่ดี ปุ๋ยทางใบที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้

  1. ปุ๋ยพืชที่มีสูตรสูง อย่างน้อยควรมีผสมรวมของ N+P2O3+K2O ไม่น้อยกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ สำหรับปุ๋ยน้ำ และ 60 เปอร์เซ็นต์สำหรับปุ๋ยเกล็ด
  2. ควรประกอบด้วยธาตุอาหารเสริมบางธาตุ หรือหลายๆ ธาตุนอกเหนือจากธาตุอาหารหลัก N-P-K
  3. ควรเป็นปุ๋ยที่มีความเป็นกรดมากพอ ที่เมื่อนำ ไปละลายน้ำในระดับความเข้มข้น 0.25-0.30 เปอร์เซ็นต์ ของตัวปุ๋ย (ซึ่งเป็นอัตราที่ใช้อยู่ในประเทศไทย) จะได้ส่วน ผสมของสารละลายปุ๋ยที่มีค่า pH ระหว่าง 4.5-6.0 ทั้งนี้ เนื่องจากค่า pH ในช่วงดังกล่าวใบพืชจะสามารถดูดธาตุ อาหารได้ดีและเร็วกว่าค่า pH ของปุ๋ยที่ต่ำหรือสูงกว่านี้
  4. ปุ๋ยน้ำควรเป็นปุ๋ยประเภทสารละลายที่ไม่มี ความดัน
  5. ปุ๋ยเกล็ดควรเป็นปุ๋ยที่สามารถละลายน้ำ ได้เร็วและละลายได้น้ำทั้งหมด
  6. ปุ๋ยน้ำควรเป็นปุ๋ยที่ผลิตจากแม่ปุ๋ยฟอสฟอรัส ในรูปของสารประกอบหรือสารละลายโพลิฟอสเฟต
  7. ปุ๋ยเกล็ดควรอยู่ในรูปผลึกขนาดเล็ก ที่มีความ บริสุทธิ์สูงไม่ชื้นง่ายและไม่ควรมีค่าความชื้นมากกว่า 1 เปอร์เซ็นต์

[code]ที่มา : สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12 กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม 10900[/code]  

No Comments

Post A Comment