การใช้สารปรับปรุงและบำรุงดิน สำหรับพื้นที่การเกษตร

21 ธ.ค. 2013 การใช้สารปรับปรุงและบำรุงดิน สำหรับพื้นที่การเกษตร

วัสดุปรับปรุงดิน หมายถึงวัสดุใดๆ ที่ใส่ลงไปในดิน เพื่อปรับปรุงสมบัติ ของดินให้มีความเหมาะสมในการ เพาะปลูกพืช แต่มิได้ใช้เพื่อแทนปุ๋ยหรือ เป็นปุ๋ย การจำแนกวัสดุปรับปรุงดินเป็น 2 ประเภท วัสดุปรับปรุงดิน

  1. วัสดุปรับปรุงดินทางกายภาพ จะช่วยทำให้ดิน เนื้อหยาบ เก็บกักน้ำได้มากขึ้นช่วยให้ดินเนื้อละเอียด ระบายน้ำและอากาศดีขึ้น ทำให้ดินมีโครงสร้างของดินดี ร่วนซุยขึ้น ตัวอย่างของวัสดุปรับปรุงดินทางกายภาพ ได้แก่ แกลบ ขี้เลื่อย ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เศษซากพืช วัสดุสังเคราะห์ปรับสภาพดิน หรือสารโพลิเมอร์ต่างๆ
  2. วัสดุปรับปรุงดินทางเคมี จะช่วยปรับค่าความ เป็นกรดเป็นด่างของดินให้เหมาะสม ทำให้ดิน มีความสามารถในการดูดยึดธาตุอาหารพืชได้ดีขึ้น ลดความ เป็นพิษของธาตุพิษในดิน ตัวอย่างสารปรับปรุงดินทาง เคมี ได้แก่ วัสดุปูนทางการเกษตร ชนิดต่างๆ ยิปซัม เศษซากวัสดุอินทรีย์ ซีโอไลต์ เบนโตไนต์ ภูไมต์ กำมะถันผง เป็นต้น

การใช้ประโยชน์จากวัสดุปรับปรุงดินชนิดต่างๆ

  • ยิปซั่มหรือฟอสโฟยิปซั่ม ใช้แก้ปัญหาดิน แน่นทึบ ในสภาวะดินเค็มที่มีเกลือของโซเดียมสูง และ แก้ความเป็นพิษของอะลูมินั่มในดินที่เป็นกรด
  • ซีโอไลต์ ภูไมต์ และเบนโตไนต์ เป็นวัสดุที่ มีรูพรุนมาก ใช้ในการดูดซับธาตุอาหารพืชเอาไว้ได้สูง ใช้จับก๊าซไข่เน่า แอมโมเนีย ในบ่อเลี้ยงกุ้ง ในเล้าไก่ หรือ ในน้ำที่มีเน่าเหม็น อัตราการใช้ปรับปรุงดิน คือประมาณ 40-88 กก./ไร่/ปี หว่านกระจายทั่วแปลง หรือรอบๆ ทรงพุ่มในไม้ผล หรือใช้ผสมกับปุ๋ยอินทรีย์ในอัตรา 1:10 หรือผสมปุ๋ยเคมีในอัตรา 1:5
  • ปูนทางการเกษตร หมายถึงวัสดุปรับปรุงดิน ประกอบด้วยแคลเซียมคาร์บอเนต แมกนีเซียมคาร์บอเนต และวัสดุอื่นๆ ที่ใช้ลดความเป็นกรดของดิน

ประโยชน์ของการใช้วัสดุปูน ได้แก่ ลดความเป็น กรดของดิน ลดสารพิษ เพิ่มความเป็นประโยชน์ของ ธาตุอาหารพืช ได้แก่ ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียม เพิ่มกิจกรรมของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ในดิน เพิ่มประสิทธิภาพของปุ๋ยเคมี และช่วยปรับกายภาพ ของดินให้ดีขึ้น ประโยชน์ของการใช้วัสดุปูน การพิจารณาเลือกใช้วัสดุปูน ต้องพิจารณาจาก ค่าการทำให้เป็นกลาง และขนาดอนุภาคของปูน ค่าการ ทำให้เป็นกลางของปูน เป็นค่าที่แสดงถึงความสามารถ ของวัสดุปูนในการลดความเป็นกรดของดิน ยิ่งมีค่าสูงจะ สามารถปรับสภาพความเป็นกรดได้เร็ว และใช้ในปริมาณ น้อย ควรมีค่าสูงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนขนาดของอนุภาค ของปูน หากมีความละเอียดมากยิ่งมีประสิทธิภาพสูง ชนิดของปูนเพื่อการเกษตร เช่น ปูนมาร์ล ปูนโดโลไมต์ หินปูนบด ปูนขาว เป็นต้น สมบัติของปูนเพื่อ การเกษตรชนิดต่างๆ เป็นดังนี้ ชนิดและคุณสมบัติของปูนที่มีประสิทธิภาพ การใช้วัสดุปูน การใช้วัสดุปูน เลือกจากคุณภาพให้ดูตรงค่าการ ทำให้เป็นกลางสูง ต้องมากกว่า 80 และมีขนาดละเอียด หาซื้อได้ง่าย ราคาถูก และเลือกให้เหมาะกับพืชที่ปลูก การใช้ปูนในนาข้าว พืชผัก ในภาคกลาง ภาคตะวันออก แนะนำให้ใช้ปูนมาร์ล สำหรับภาคใต้ใช้หินปูนบด (หินปูน ฝุ่น) สำหรับในไม้ผล ปาล์มน้ำมัน แนะนำให้ใช้ปูนโดโลไมต์ เพราะมีแมกนีเซียมเป็นองค์ประกอบ พืชดังกล่าวต้องการ แมกนีเซียมสูง หากเป็นกรณีเร่งด่วน ต้องการปรับความ เป็นกรดเป็นด่างอย่างรวดเร็วให้ใช้ปูนขาว อัตราการใช้ปูน พิจารณาจากความรุนแรงของกรด ในดินและชนิดของพืชที่ปลูก ควรเก็บตัวอย่างดินเพื่อ ส่งวิเคราะห์หาปริมาณความต้องการปูนที่เหมาะสม สำหรับ คำแนะนำอัตราการใช้โดยทั่วไปในดินเปรี้ยวจัด ดินเปรี้ยวจัด ดินเค็ม ดินกลาง สำหรับดินกรดบนที่ดอน ดินเนื้อหยาบ อัตราการใช้ ปูนอยู่ระหว่างประมาณ 200-400 กิโลกรัมต่อไร่ และต้อง ใช้อย่างระมัดระวังไม่ ใส่ปูนในอัตราที่สูงเกิน ไป ทั้งนี้แนะนำให้เก็บ ตัวอย่างดิน เพื่อ วิเคราะห์หาปริมาณที่ ต้องใช้ที่แน่นอน ดินเนื้อหยาบ วิธีการใส่ปูน

  • ในนาข้าว หว่านให้ทั่วพื้นที่ช่วงเตรียมดิน ไถคลุก เคล้ากับดินที่ชื้น หมักทิ้งไว้ 20 วัน ก่อนปลูกข้าวใส่ปูน 1 ครั้ง มีผลนาน 4-5 ปี
  • แปลงปลูกผัก หว่านให้ทั่วแปลงช่วงเตรียมดิน คลุกเคล้ากับดิน หมักทิ้งไว้ 20 วันก่อนใส่ปุ๋ยอินทรีย์
  • ไม้ผล ปรับปรุงดินบริเวณหลุมปลูก 3-5 กิโลกรัม ต่อหลุมคลุกเคล้ากับดิน รดน้ำให้ดินชื้น หมักทิ้งไว้ 20 วันก่อนปลูกพืช

วิธีการใส่ปูน หินฟอสเฟต มีองค์ประกอบของธาตุฟอสฟอรัส ที่เป็นประโยชน์อยู่เล็กน้อย คือ 0-3-0 หรือ 0-4-0 และ ละลายออกมาได้ดีในสภาวะดินเป็นกรด จึงเหมาะสม สำหรับใช้ในดินที่เป็นกรดเล็กน้อย (pH ต่ำกว่า 5.5) หินฟอสเฟตมีองค์ประกอบเป็นแคลเซียม คาร์บอเนตอยู่ด้วย ดังนั้นจึงเปรียบเสมือนเป็นปูนเพื่อการ เกษตรได้อีกชนิดหนึ่ง [code]ที่มา : สำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม 10900[/code]

No Comments

Post A Comment