กิจการผลิตแป้งมันสำปะหลัง จากวิถีชาวบ้านถึงอุตสาหกรรม โดย ชุมชนคนรักการเกษตร

วิจัยการจัดการดิน

22 ต.ค. 2012 กิจการผลิตแป้งมันสำปะหลัง จากวิถีชาวบ้านถึงอุตสาหกรรม โดย ชุมชนคนรักการเกษตร

จากกรณี บริษัทเอี่ยมเฮง อุตสาหกรรม จำกัด ได้จัดระบบบำบัดน้ำเสียและสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียขึ้นในเขตพื้นที่โรงงาน โดยพื้นที่บางส่วนคาบเกี่ยวรุกล้ำเข้าไปในเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน โดยใช้พื้นที่ที่ดินเอกสารสิทธิในการก่อสร้างโรงงาน เนื้อที่ประมาณ 333 ไร่ ตั้งอยู่ที่ 15 หมู่ที่ 12 ถนนเสิงสาง–ละหานทราย ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา เพื่อดำเนินธุรกิจในกิจการผลิตแป้งมันสำปะหลัง กิจการผลิตแป้งมันสำปะหลัง ดร.วีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า พื้นที่โรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่เกษตรกรรม และกิจการโรงงานต้องนำน้ำดีจากลำปลายมาศเข้ามาใช้ดำเนินการผลิต ทำให้มีน้ำเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตลงสู่พื้นที่เกษตรกรรม ซึ่งโรงงานได้มีมาตรฐานการบำบัดและระบายน้ำเสียที่บำบัดแล้วออกจากโรงงาน ในปี 2545 เกษตรกรในพื้นที่ได้รวมตัวและจัดตั้งกลุ่มเกษตรกร “ชุมชนคนรักการเกษตร” ขึ้น ซึ่งมีสมาชิกเริ่มต้น 18 ครัวเรือน ได้นำน้ำจากบ่อบำบัดน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้ว ไปใช้ประโยชน์ทำการเกษตรในกลุ่มของตนเอง ปรากฏว่าน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วสามารถทำการเกษตรได้พืชที่เพาะปลูกเจริญงอกงามและได้ผลผลิตดี ต่อมาจึงเกิดการขยายตัวของกลุ่มเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันมีสมาชิก 250 ครัวเรือน และในปี พ.ศ. 2550 ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (พ.ศ. 2548) ชื่อว่า “วิสาหกิจชุมชนคนรักการเกษตรเอี่ยมเฮง” ขณะนี้ “วิสาหกิจชุมชนคนรักการ เกษตรเอี่ยมเฮง” ได้พัฒนาระบบการนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้ว มาจัดสร้างหอถังส่งน้ำและท่อส่งน้ำกระจายไปสู่แปลงเกษตรกรรมที่อยู่ห่างไกลจากบ่อบำบัดน้ำเสีย ทำให้จำนวนเกษตรกรและพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับประโยชน์ขยายวงกว้างไปอีกกว่า 300 ครัวเรือน ในพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ ดังนั้น เมื่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แจ้งให้บริษัทปฏิบัติตามคำพิพากษา ซึ่งจะเป็นผลให้บ่อบำบัดน้ำเสียที่เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรของกลุ่มเกษตรกรต้องถูกฝังกลบ และไม่สามารถใช้ทำการเกษตรได้ เกษตรกรจึงขาดแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ ซึ่งแต่เดิมเคยใช้น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดแล้วในพื้นที่ จึงเกิดกรณีข้อขัดแย้งและการร้องทุกข์เพื่อของดการฝังกลบบ่อบำบัดน้ำเสียให้คงอยู่ เพื่อการใช้ประโยชน์เป็นแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตรของชุมชนร่วมกัน นายชาญชัย อติวรรณาพัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาพื้นที่ภาคกลาง สำนักพัฒนาพื้นที่ปฏิรูปที่ดิน กล่าวว่า คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ตรวจสอบแล้ว มีมติเห็นชอบไม่ฝังกลบบ่อบำบัดน้ำเสีย (แหล่งน้ำ) นั้น โดยคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ได้รับทราบผลการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการฯ ในการประชุมครั้งที่ 3/2553 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมาส.ป.ก. ได้หารือกรณีที่จะไม่ทำการกลบบ่อบำบัดน้ำเสียกับกระทรวงการคลัง ปรากฏผลตามหนังสือตอบข้อหารือที่ กค 0410.2/3376 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2555 ว่า การงดดำเนินการบังคับคดีตามคำพิพากษานั้น ส.ป.ก. สามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาอำนาจหน้าที่และความจำเป็นที่ต้องจัดบ่อน้ำในพื้นที่ว่าเป็นเท่าใด และจะงดการบังคับคดีบางส่วนโดยผ่อนผันงดเว้นการถมบ่อเฉพาะจำนวนเท่าที่ ส.ป.ก. เห็นสมควร เพื่อประโยชน์ต่อทางราชการที่จะไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการขุดบ่อน้ำเพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่…โดยบ่อน้ำที่ได้รับการผ่อนผันต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และหากจำเป็นต้องมีการซ่อมแซมหรือปรับปรุงให้บริษัทเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย.

No Comments

Post A Comment