ก้านเหลือง

ก้านเหลือง Nauclea orientalis (L.) L. วงศ์ RUBIACEAE

20 ต.ค. 2012 ก้านเหลือง

ก้านเหลือง Nauclea orientalis (L.) L. วงศ์ RUBIACEAE ก้านเหลือง Nauclea orientalis (L.) L. วงศ์ RUBIACEAE ชื่ออื่น กระทุ่มคลอง, กระทุ่มน้ำ (ภาคกลาง); ตะกู, สะแก เหลือง (ภาคกลาง); ตุ้มขัก, ตุ้มคำ (ภาคเหนือ); ตุ้มดง (ลำปาง, บุรีรัมย์); ตุ้มเหลือง (แม่ฮ่องสอน) ลักษณะวิสัย ไม้เนื้ออ่อน โตเร็ว ไม่ผลัดใบ ขนาดกลาง ถึงขนาดใหญ่ อาจสูงได้ถึง 30 ม. ลำต้นเปลาตรง แตกกิ่งต่ำ เรือน ยอดเป็นพุ่มแน่น เปลือกแตกเป็นร่องลึกตามยาว สีเทาเข้ม ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ หูใบรูปไข่กลับ ขนาดใหญ่ ยาว 1–2.5 ซม. ใบเรียงตรงกันข้ามสลับตั้งฉาก รูปรี รูปไข่กว้าง หรือรูปหัวใจ ยาว 8–25 ซม. ใบด้านล่างมีขน สั้นนุ่ม ช่อดอกแบบช่อกระจุกแน่น ออกเดี่ยว ๆ ตามปลาย กิ่ง ทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 3–5 ซม. ดอกย่อยสีเหลืองขนาด เล็กจำนวนมาก กลิ่นหอม กลีบเลี้ยงขนาดเล็ก 5 กลีบ กลีบดอก ติดกันเป็นหลอดยาว ปลายแยกเป็น 5 แฉก เกสรเพศผู้ 5 อัน ก้านชูอับเรณูสั้นมาก ติดใกล้ปากหลอดกลีบดอก ยอดเกสรเพศ เมียยื่นพ้นปากหลอดกลีบดอก เห็นชัดเจน ผลย่อยรูปรี เบี้ยว ระหว่างผลมีเยื่อบาง ๆ เมล็ดขนาดเล็ก จำนวนมาก การกระจายพันธุ์ ศรีลังกา จีนตอนใต้ พม่า เวียดนามตอนใต้ ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลียตอนเหนือ การกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยาในประเทศไทย ขึ้นตามชายน้ำ ที่โล่งแจ้งทั้งในป่าผลัดใบและป่าดิบ โดยเฉพาะ ในป่าผลัดใบผสม ทั่วทุกภาคของประเทศ ระดับความสูงจนถึงประมาณ 850 ม. ประโยชน์ เนื้อไม้ค่อนข้างอ่อน สีเหลืองเข้ม อมส้มหรือน้ำตาล ตกแต่งง่าย ความทนทานน้อย ใช้ก่อสร้างที่อยู่ ในร่ม เป็นไม้บุผนังที่สวยงาม ทำเครื่องเรือนและหีบใส่ของ ใบมีสรรพคุณใช้รักษาแผล แมลงสัตว์กัดต่อย และแก้ปวดท้อง ผลรสขม รับประทานได้ การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด เมล็ดมีขนาดเล็กมาก มีวิธีการเพาะเช่นเดียวกับกระทุ่ม แต่ไม่ควรให้น้ำมากเกินไป เมล็ดใช้เวลางอก 3–6 สัปดาห์ ข้อแนะนำ ลักษณะการปลูกคล้ายกับกระทุ่ม แต่ก้านเหลืองมักจะขึ้นเฉพาะพื้นที่ป่าชายน้ำ ตาม แนวตลิ่ง และที่โล่งแจ้ง ควรปลูกตามข้างตลิ่งที่กว้างพอจะมีแสงแดดส่องเต็มที่ ขึ้นได้ดีทั้งบนดินปนทราย ดินเหนียว ดินตะกอนอัดแน่น และดินเลน ข้อมูลเพิ่มเติม อนุกรมวิธานพืช อักษร ก. (ราชบัณฑิตยสถาน, 2538)

No Comments

Post A Comment