ขว้าว

ขว้าว

24 ต.ค. 2012 ขว้าว

ขว้าว, กระทุ่มขว้าว, กระทุ่มดง, กระทุ่มแดง, กว้าว, คว่าว, ตองแดงเหลือง, ตะเพียนทอง, ตองเหลือง, คานควาย, ตุ้มควาย, ตุ้มกว้าว, ตุ้มก้านแดง, เฝ้า

ขว้าว Haldina cordifolia (Roxb.) Ridsdale วงศ์ RUBIACEAE ชื่ออื่น กระทุ่มขว้าว (ตาก); กระทุ่มดง, กระทุ่มแดง (กาญจนบุรี); กว้าว, คว่าว (ภาคกลาง, ภาคเหนือ); ตองแดงเหลือง, ตะเพียนทอง (ลำปาง); ตองเหลือง, คานควาย, ตุม้ ควาย (เชียงใหม่); ตุม้ กวา้ ว (เหนือ); ตุม้ กา้ นแดง, เฝ้า (เพชรบูรณ์) ลักษณะวิสัย ไม้เนื้อแข็งปานกลาง โตเร็ว ผลัดใบ ขนาดกลางถึง ขนาดใหญ ่สูงไดป้ ระมาณ 30 ม. ลำตน้ ตรง บางครั้งมีพูพอนที่โคน เรือนยอด เป็นพุ่มกลม โปร่ง เปลือกค่อนข้างเรียบ หนา หรือแตกเป็นสะเก็ด สีเทา อมเขียวอ่อน ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ หูใบระหว่างก้านใบประกบ ติดกันเป็นคู่ที่ยอด มีสันกลาง ยาว 1–2 ซม. ร่วงง่าย ทิ้งรอยแผลชัดเจน ใบเรียงตรงข้าม รูปไข่หรือรูปหัวใจ แผ่นใบด้านบนมีขนสาก ด้านล่าง มีขนสั้นนุ่ม ช่อดอกแบบกระจุกแน่น ช่อเดี่ยว ออกเป็นกระจุกตาม ซอกใบ มี 2–10 ช่อ ช่อเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. ดอกย่อยขนาด เล็ก สีเหลือง จำนวนมาก กลิ่นหอมอ่อน ๆ กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีจำนวน อย่างละ 5 กลีบ เกสรเพศผู้ 5 อัน ยอดเกสรเพศเมียยื่นพ้นหลอดกลีบ ดอก ผลแบบผลแห้งแตก ติดเปน็ กลุม่ ทรงกลม แยกเปน็ 4 สว่ น ผิวแข็ง เมล็ดขนาดเล็ก มีปีกบาง แคบ ๆ เขตการกระจายพันธุ์ จีนตอนใต้ อินเดีย ศรีลังกา พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม ไทย คาบสมุทรมลายูตอนบน การกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยาในประเทศไทย ขึ้นตามป่าผลัดใบผสมโดยเฉพาะที่มีไม้สัก ป่าเต็งรัง หรือตาม ชายป่าดิบแล้ง ทั่วทุกภาคของประเทศ จนถึงระดับความสูงประมาณ 800 ม. ประโยชน์ เนื้อไม้แข็งปานกลาง น้ำหนักค่อนข้างมาก สีเหลืองอ่อน เนื้อละเอียด ไสตบแต่งง่าย ควรอาบน้ำยา นิยมใช้ทำพื้น ฝา กรอบประตูหน้าต่าง เครื่องเรือน ลังใส่ของ แกะสลัก ด้ามเครื่องมือเกษตรกรรม ของเล่น และไม้อัด นิยมใช้ในท้องถิ่น ใบและรากใช้ปรุงยา การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด เมล็ดขนาดเล็กและมีจำนวนมากกว่า 10 ล้าน เมล็ด ต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม ควรเก็บ ผลที่แก่แต่ยังไม่แตกเพื่อไม่ให้เมล็ดแพร่กระจาย เมล็ดเก็บไว้ได้นานไม่เกิน 1 ปี ควรนำเมล็ดแช่น้ำประมาณ 12 ชั่วโมง ก่อนนำไปเพาะ ควรเพาะในกระบะทราย แล้วโรยดินคลุมอีกชั้นหนึ่ง รดน้ำพอชุ่มสม่ำเสมอ การย้ายกล้าลงถุงควรมีอายุ 2–3 เดือน ข้อแนะนำ เป็นไม้เบิกนำและโตเร็วของป่าผลัดใบผสม และป่าดิบแล้ง ต้องการแสงมาก ทนแล้งและ ไฟป่าได้ดี แต่ชอบพื้นที่ที่ดินลึก การระบายน้ำดี ต้นจะสูงใหญ่ ไม่เหมาะสำหรับการปลูกให้ร่มเงากับพืชเกษตร เนื่องจากใบมีพิษ และรากแผ่กระจายหนาแน่น ข้อมูลเพิ่มเติม อนุกรมวิธานพืช อักษร ข. (ราชบัณฑิตยสถาน, 2538); ต้นไม้เมืองเหนือ (ไซมอน และคณะ, 2543); PROSEA No. 5 (3) (1998)

No Comments

Post A Comment