ความเคลื่อนไหวในแวดวงไม้กฤษณา

Zemanta Related Posts Thumbnail

17 ม.ค. 2011 ความเคลื่อนไหวในแวดวงไม้กฤษณา

ความเคลื่อนไหวในแวดวงไม้กฤษณา เกาะ ข่าวเกษตรประจำวันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552 ** วันนี้มีข่าวเตือนมา จากกรมวิชาการเกษตรเรื่องการปลูก ต้นกฤษณา ของเกษตรกร เป็นที่รู้กันดี ว่า เป็นไม้ที่มีกลิ่นหอมและที่สำคัญ ราคาแพงนี่แหละเป็นสิ่งจูงใจ เกษตรกร ไม้

ข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า ปี 2551 ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการมายื่นขออนุญาตส่งออกกฤษณาและผลิตภัณฑ์กฤษณาไปยังต่างประเทศ ปริมาณมากขึ้น โดยมีการส่งออกในรูปชิ้นไม้กฤษณาจำนวน 1.02 ตัน ผงไม้กฤษณา 34.38 ตัน น้ำมันกฤษณา 975 กิโลกรัม และต้นกล้ากฤษณา จำนวน 53,632 ต้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 25 ล้านบาท และตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2552 นี้ ไทยได้มีการส่งออกชิ้นไม้กฤษณาแล้ว ประมาณ 1.86 ตัน น้ำมันกฤษณา 911 กิโลกรัม ผงไม้กฤษณาประมาณ 12.68 ตัน และต้นกล้ากฤษณา 13,900 ต้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5.6 ล้านบาท ** สำหรับน้ำมันกฤษณาเป็นสินค้าที่มีราคาแพงกว่าผลิตภัณฑ์กฤษณาอื่น ๆ ปกติราคาซื้อขายขึ้นอยู่กับคุณภาพของน้ำมัน หากเป็นน้ำมันกฤษณาบริสุทธิ์ 100% ราคาส่งออกจะสูงมาก ประมาณ 10,000 บาทต่อโตร่า (11-12 ซีซี) แต่ส่วนใหญ่ไทยจะส่งออกในรูปน้ำมันกฤษณาผสมราคาโตร่าละ 2,500 บาทขึ้นไป มีตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ ประเทศบาห์เรน ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต เป็นต้น ซึ่งผู้บริโภคจะนำไปใช้เป็นอะโรม่าเธเรอปี สำหรับชิ้นไม้กฤษณาใช้ทำเป็นไม้จุดดม ส่วนผงไม้กฤษณาจะนำไปผลิตเป็นธูปหอม ตลาดส่งออกหลัก คือ ญี่ปุ่น ไต้หวันและฮ่องกง **ต่อไปนี้เป็นคำเตือน..เกษตรกรที่สนใจจะปลูกไม้ กฤษณาควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะอาจถูกหลอกให้ซื้อต้นกล้าในราคาแพง เกษตรกรควรปลูกไม้กฤษณาผสมผสานกับพืชอื่น ๆ หรือถ้ามีพืชอื่นปลูกอยู่แล้วก็ปลูกไม้กฤษณาแซมพืชนั้นได้เลย เพื่อสร้างรายได้เสริมจากไม้กฤษณา และผู้ที่จะปลูกไม้ชนิดนี้ควรรวมกลุ่มกันเพื่อสร้างอำนาจต่อรองราคาซึ่ง อนาคตอาจถูกนายทุนเอารัดเอาเปรียบได้ …

No Comments

Post A Comment