จิกนา

จิกนา

13 พ.ย. 2012 จิกนา

จิกนา, กระโดนทุ่ง, กระโดนน้ำ , จิกน้ำ, จิก , ปุยสาย, ลำไพ่ , Barringtonia acutangula (L.) Gaertn., LECYTHIDACEAE จิกนา Barringtonia acutangula (L.) Gaertn. วงศ์ LECYTHIDACEAE ชื่ออื่น กระโดนทุ่ง, กระโดนน้ำ (ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ); จิกน้ำ, จิก (ภาค กลาง); ปุยสาย, ลำไพ่ (อุตรดิตถ์) ลักษณะวิสัย ไม้เนื้ออ่อน โตเร็ว ไม่ผลัดใบ ขนาดเล็ก สูงได้ประมาณ 15 ม. แตกกิ่งต่ำแผ่กว้าง ค่อนข้างกลม เปลือก หนา ขรุขระหรือแตกเป็นร่องตื้นตามยาว สีน้ำตาลเทา แตกหน่อได้ดี ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ ใบเรียงเวียน รูปไข่กลับ ยาว 7–20 ซม. ปลายใบมนและหยักเป็นติ่งแหลม โคนใบ สอบเรียว ขอบใบจักซี่ฟัน ก้านใบยาว 0.8–1 ซม. ช่อดอกยาว 20–60 ซม. ห้อยลง ดอกสีแดงเข้ม มีกลิ่นหอม มักร่วงในตอน เช้า กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีจำนวนอย่างละ 4 กลีบ กลีบดอกสีแดง ยาว 0.6–1 ซม. ม้วนงอกลับ เกสรเพศผู้จำนวน มาก สีแดงเข้ม โคนสีชมพู เชื่อมติดกันที่โคน ยาวกว่ากลีบดอก รังไข่อยู่ใต้วงกลีบ ผลแบบผลสดมีหลายเมล็ด ขนาด ใหญ่ มีสันตามยาว 4 สัน เมล็ดขนาดเล็กจำนวนมาก เขตการกระจายพันธุ์ อัฟกานิสถาน อินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย การกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยาในประเทศไทย ขึ้นตามที่ราบน้ำท่วมถึง โดยเฉพาะป่าบึงน้ำจืด และตาม ชายน้ำที่โล่งแจ้งที่มีชั้นดินลึก ทั่วทุกภาคของประเทศ ระดับความสูงจนถึงประมาณ 300 ม. ออกดอกเดือนมีนาคม– พฤษภาคม ผลแก่เดือนพฤษภาคม–มิถุนายน ประโยชน์ ยอดอ่อนและดอกอ่อน รับประทานเป็นผักสด รากใช้เป็นยาระบาย เปลือกใช้ชะล้างบาดแผล และ เบื่อปลา ใบแก้ท้องร่วง เมล็ดเป็นยาขับลมแก้ร้อนใน ทรงพุ่มกลมสวยงาม ดอกหอม นิยมปลูกแต่งสวนริมน้ำ การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด เมล็ดมีอายุสั้น ควรรีบเพาะทันที ข้อแนะนำ เป็นไม้เบิกนำของป่าบึงน้ำจืด และพื้นที่ชายน้ำ ชอบแสงแดดจัด เป็นไม้ที่ทนน้ำท่วม แช่ขังหรือจมอยู่ใต้น้ำได้นานมากกว่า 2 เดือน มีระบบรากหนาแน่นและแข็งแรงสามารถแตกหน่อจากรากได้ดี จนขึ้นเป็นกอแน่น เหมาะสำหรับปลูกฟื้นฟูพื้นที่ป่าบึงน้ำจืด ป่าชายน้ำ หรือคันดินกั้นน้ำท่วม เพื่อป้องกันการ พังทลายของตลิ่ง และช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับแนวคันดิน ข้อมูลเพิ่มเติม Kew Bulletin 50 (4) (1955)

No Comments

Post A Comment