ปุ๋ยทางใบ และ ปุ่ยทางดิน หลักการให้ปุ๋ยให้เหมาะสม

18 พ.ย. 2013 ปุ๋ยทางใบ และ ปุ่ยทางดิน หลักการให้ปุ๋ยให้เหมาะสม

พืชดูดธาตุอาหารไปใช้ประโยชน์ใน ลักษณะที่เป็นสารประกอบง่ายๆ ของ ธาตุต่างๆ พืชโดยทั่วไปต้องการ ธาตุอาหารพืชเพียง 16 ธาตุ แยกเป็น  หลักการให้ปุ๋ย

  • ธาตุอาหารพืชหลัก หมายถึง ธาตุอาหารพืช ที่พืชต้องการในปริมาณที่มาก ดินทั่วไปมักมีไม่เพียงพอ จึงต้องใส่เพิ่มเติมในรูปของปุ๋ย ได้แก่ ธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม
  • ธาตุอาหารรอง หมายถึง ธาตุอาหารพืชที่ พืชต้องการน้อยแต่พืชก็ขาดไม่ได้เช่นกัน ดินมักไม่ขาด แคลนบ่อยๆ ได้แก่ ธาตุกำมะถัน แคลเซียม และแมกนี- เซียม
  • ธาตุอาหารเสริม หมายถึง ธาตุอาหารที่พืช ต้องการในปริมาณน้อย แต่พืชก็ขาดไม่ได้เช่นกัน ได้แก่ ธาตุเหล็ก ทองแดง แมกกานีส สังกะสี โบรอน โมลิบดีนัม และคลอรีน

สำหรับธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน จะมี อยู่ในพืชและได้รับจากน้ำและอากาศ จึงไม่จำเป็นต้องใส่ ให้พืชเพิ่มเติม ปุ๋ยทางดิน เนื่องจากดินเป็นแหล่งของธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม ซึ่งพืชจะต้องได้รับ ครบทุกธาตุ แต่ละธาตุในปริมาณที่เพียงพอและสม่ำเสมอ ตลอดฤดูปลูก โดยที่แต่ละธาตุซึ่งพืชได้รับนั้นต้องสมดุล ซึ่งกันและกันด้วย การประเมินระดับความอุดมสมบูรณ์ ของดินว่าแต่ละธาตุอยู่ในระดับต่ำปานกลาง หรือสูงเพียง ใดต้องอาศัยการวิเคราะห์ดินทางเคมี เมื่อผลการประเมินชี้ว่าความเป็นประโยชน์ของ บางธาตุ เช่น ฟอสฟอรัสในดินนี้ต่ำเพียงธาตุเดียว ในขณะที่สภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดินเหมาะสม ก็ต้องดำเนินการปรับปรุงดินโดยหาปุ๋ยฟอสเฟตมาใส่ หลักการให้ปุ๋ยทางดิน คือ

  1. ใส่ปุ๋ยเพื่อยกระดับความอุดมสมบูรณ์ของธาตุ นั้นขึ้นสู่ระดับที่ต้องการตัวอย่าง เช่น เมื่อใส่ปุ๋ยฟอสเฟต อัตรานี้แล้ว พืชจะได้รับฟอสฟอรัสอย่างเพียงพอเช่นเดียว กับธาตุอื่นๆ
  2. ใส่ปุ๋ยชดเชยเป็นประจำทุกฤดูปลูก เพื่อเพิ่มเติม ธาตุอาหารต่างๆ ที่สูญเสียไปจากดินในรูปแบบต่างๆ เช่น ติดไปกับผลผลิตพืช การชะล้างพังทลายของดิน เป็นต้น เพื่อดินจะได้มีธาตุอาหารพร้อมสำหรับการปลูกพืชฤดูต่อไป

วิธีการใส่ปุ๋ยทางดิน วิธีการใส่ปุ๋ยทางดิน แบ่งได้เป็น 2 ตอน คือ

  • การใส่ปุ๋ยก่อนปลูกหรือในเวลาไล่เลี่ยกับ การปลูกพืช ปุ๋ยที่ใช้ในขั้นตอนนี้มักใช้ร่วมกันระหว่าง ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับ ความอุดมสมบูรณ์ของดิน หรือชดเชยธาตุอาหารเป็น ประจำทุกฤดูปลูก ดังที่ได้กล่าวเป็นหลักการไว้แล้ว

วิธีการใส่ปุ๋ยมีอยู่ 2 วิธี คือ หว่านทั่วแปลงเพื่อ ให้ปุ๋ยกระจายอย่างทั่วถึง วิธีนี้เหมาะกับการใช้ปุ๋ยอัตรา ค่อนข้างสูงและปลูกพืชเป็นแถวแคบ อีกวิธีหนึ่งคือโรยเป็น แนวในร่องเล็กๆ ที่เตรียมไว้แล้วกลบดิน ต่อจากนั้นก็หยอด เมล็ดเป็นแถวห่างจากแนวปุ๋ยเล็กน้อย เพื่อให้กล้าอ่อน ของพืชได้ปุ๋ยโดยรวดเร็วเมื่อรากแผ่ไปถึง

  • การใส่ปุ๋ยแต่งหน้า เป็นการใส่ปุ๋ยบางชนิดเสริม ลงไปเมื่อมีพืชอยู่ในพื้นที่แล้ว ทั้งนี้เพื่อให้พืชได้รับธาตุเหล่า นั้นอย่างต่อเนื่องและเพียงพอตลอดฤดูปลูก

ปุ๋ยทางใบ ปุ๋ยทางใบ หมายถึง ปุ๋ยที่เป็นสารละลายแล้วฉีดพ่น ทางใบเพื่อให้ธาตุอาหารแก่พืช เนื่องจากรากพืชสัมผัสอยู่กับอนุภาคดินและ สารละลายของดินโดยตรง รากจึงดูดธาตุอาหารได้ตลอด เวลา ส่วนใบพืชอยู่ในอากาศจะมีโอกาสดูดธาตุอาหารได้ เฉพาะจากสารละลายที่มาสัมผัสใบเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ใบจึง ได้รับธาตุอาหารตามธรรมชาติจากน้ำฝนและน้ำค้าง การ ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบให้แก่พืชเป็นการช่วยให้พืชได้รับธาตุ อาหารได้มากขึ้นและเร็วขึ้น ชนิดของปุ๋ยทางใบ ปัจจุบันที่ใช้ปุ๋ยทางใบมี 2 ชนิด

  • ปุ๋ยเกล็ด คือปุ๋ยเคมีชนิดแข็งที่มีสภาพเป็นรูปผลึกของสาร ประกอบ ผลิตจากการนำแม่ปุ๋ยชนิดต่างๆ มาผสมกันให้ได้ สูตรที่ต้องการเป็นปุ๋ยที่ละลายน้ำง่าย
  • ปุ๋ยน้ำหรือปุ๋ยเหลว คือปุ๋ยที่ได้จากการละลายแม่ปุ๋ยในน้ำให้ได้สัดส่วน เป็นปุ๋ยสูตรต่างๆ โดยที่แม่ปุ๋ยจะถูกละลายได้ทั้งหมด วิธีใช้ปุ๋ยเพียงแต่นำมาเจือจางด้วยน้ำในอัตราที่พอเหมาะ แล้วนำไปฉีดพ่นพืชได้ทันที

ปุ๋ยน้ำหรือปุ๋ยเหลว หลักการให้ปุ๋ยทางใบ

  1. เพื่อแก้อาการขาดธาตุอาหาร เช่น ในดินด่าง มักจะขาดธาตุเหล็ก ทองแดง สังกะสี แมงกานีส และโบรอน การใส่ปุ๋ยที่มีธาตุอาหารเหล่านี้ในรูปเกลือ อนินทรีย์ลงในดิน ก็มักจะตกตะกอนและไม่เป็นประโยชน์ ต่อพืชอย่างเต็มที่ วิธีการแก้ไขที่เหมาะสมคือ ใช้สาร ละลายของเกลือที่มีธาตุอาหารดังกล่าว ฉีดพ่นทางใบ จะแก้อาการขาดธาตุอาหารได้ในเวลาที่เร็วกว่า
  2. เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลผลิต ในไม้ดอกไม้ ประดับนิยมใช้ปุ๋ยทางใบ ที่มีสัดส่วนของฟอสฟอรัสสูง จะช่วยให้คุณภาพของดอกไม้สมบูรณ์ขึ้น
  3. เพื่อช่วยให้พืชฟื้นตัวเร็วหลังจากการให้ ดอกให้ผลแล้ว โดยทั่วๆไปช่วงที่ผลิดอกออกผล อินทรีย์ต่างๆ ที่เคยสะสมไว้ในใบจะถูกนำไปใช้การสร้าง ดอกและผล เป็นเหตุให้รากได้รับอาหารน้อยจึงหยุดการ เจริญของระบบราก แต่รากก็ยังต้องทำหน้าที่ในการดูด อาหาร ทั้งๆที่อยู่ในช่วงที่มีประสิทธิภาพการทำงานของ รากต่ำ ปริมาณธาตุอาหารที่ดูดได้จึงมีน้อย ต้นพืชจะ แสดงอาการทรุดโทรม เช่น ใบเหลือง ร่วง จึงควรฉีด พ่นปุ๋ยทางใบที่มีสัดส่วนของไนโตรเจนสูง
  4. ใช้ปุ๋ยทางใบเพื่อบังคับให้พืชออกดอกนอกฤดู โดยใช้ประกอบกับการใช้สารเคมีอื่นๆ ตามความ เหมาะสมของพืชแต่ละชนิด
  5. ใช้ปุ๋ยทางใบกับพืชที่มีราคาแพง ให้ผลตอบ แทนสูง ปลูกในเรือนโรงซึ่งสามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ได้ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดี

ข้อมูลจาก :ปุ๋ยทางดิน – ปุ๋ยทางใบ ยงยุทธ โอสถสภา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ref : [code]สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12 กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม 10900[/code]

No Comments

Post A Comment