พริกหวาน อีกหนึ่งพริกที่สร้างรายงาม บริโภคก็มีประโยชน์ เปิดสูตรการปลูกและดูแล

Sweet pepper

19 ก.ย. 2017 พริกหวาน อีกหนึ่งพริกที่สร้างรายงาม บริโภคก็มีประโยชน์ เปิดสูตรการปลูกและดูแล

หลายคนน่าจะเคยซื้อมารับประทานกันสำหรับเจ้า “พริกหวาน” เป็นพืชผักอีกชนิดที่มีชื่อเหมือนจะเผ็ด แต่ไม่ได้เผ็ด เพราะเป็นพริกหวานนั้นเอง เชื่อว่าหลายคนที่เป็นแฟนเว็บไซต์เกษตรอินทรีย์ (kasetintree.com) ของเราคงอยากจะลองปลูกและกำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้แบบทางเลือกอยู่ใช่ไหม? ดูจากราคาขายแล้วถือว่าน่าสนใจมาก แต่เจ้าพริกหวานอาจจะต้องอยู่ในอากาศที่ไม่ร้อนนัก เอาเป็นว่าใครที่กำลังสนใจมาดูรายละเอียดถึงลักษณะของพริกหวาน พันธุ์ที่ใช้ปลูก การดูแลพริกหวาน มาตรฐานต่างๆสำหรับพริกหวานกันดูเลย..

ประวัติความเป็นมาของพริกหวาน

พริกหวานมีชื่อสามัญว่า Sweet pepper /Bell Pepper ชื่อวิทยาศาตร์ : Capsicum anuum อยู่ในตระกูลมะเขือ Solanaceae ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับ มะเขือ มะเขือเทศ ยาสูบ มันฝรั่ง มีชื่อเรียก Chile, chillies, aji, piment, pimento, paprika, capsicum  โดยเจ้าพริกเนี้ยเป็นพืชข้ามปี แต่ที่ปลูกเป็นการค้าส่วนใหญ่จะปลูก ฤดูเดียว ทำให้มีสายพันธุ์ใหม่จำนวนมาก มีความแตกต่างกันทั้งในด้านความสูง ขนาดทรงพุ่ม ขนาดของใบ จำ นวนดอกต่อช่อลักษณะขนาด สีของผล ตลอดจน รสชาติและความเผ็ด

พริกหวาน สีแดง

 

ลักษณะทั่วไปของพริกหวาน

พริกหวานมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมถึงหกเหลี่ยมเนื้อหนามีหลายสีทั้งเขียว แดง เหลือง ส้ม และสีช็อกโกแล็ต รสชาติหวานไม่เผ็ด สามารถรับประทานสดได้ หรือนามาผัดกับผักชนิดต่างๆ ให้สีสันน่ารับประทานยิ่งขึ้น มีคุณค่าทางวิตามิน A B1 B2 และ C มีสารแคบไซซินช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือด โรคต้อกระจก และโรคมะเร็ง พริกหวานจัดอยู่ในตระกูล Solanaceae เช่นเดียวกับมะเขือ มะเขือเทศ ยาสูบ และ มันฝรั่ง เป็นพืชข้ามปี แต่นิยมปลูกฤดูเดียว ในระยะแรกพืชจะเจริญเป็นลาต้นเดียว หลังจากติดดอกแรกตรงยอดของลาต้นเดียว จะแตกกิ่งแขนงในแนวตั้งอีกสองกิ่ง เมื่อกิ่งแขนงมีดอกเจริญที่ปลายกิ่ง จะเกิดกิ่งแขนงเจริญเป็นสองกิ่งทาให้จานวนกิ่งเพิ่มขึ้น ผลผลิตจะขึ้นอยู่กับจานวนกิ่งและจานวนผลต่อต้น โดยทั่วไปต้นจะสูง 0.5 – 1.5 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว เจริญสลับกัน ลักษณะดอกเดี่ยว สมบูรณ์เพศ สามารถเจริญได้ทั้งในสภาพช่วงแสงสั้นหรือช่วงแสงยาว เป็นพืชผสมตัวเอง แต่อาจมีโอกาสผสมข้ามโดยธรรมชาติสูง.

  • ใบ จะเป็นใบเดี่ยว เจริญสลับกัน ขนาดจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับพันธุ์ พันธุ์ที่มีผลขนาดเล็ก เช่น พริกขี้หนูสวน จะมีใบขนาดเล็ก ส่วนใบของพริกหวานมีขนาดใหญ่ เมื่อใบเจริญ 9-11 ใบ ดอกแรกจะเจริญ
  • ราก จะเจริญในแนวดิ่งลึก 90 -120 เซ็นติเมตร รากแขนงจะแผ่กว้างออกด้านข้างประมาณ 90 เซ็นติเมตรและรากส่วนใหญ่จะอยู่อย่างหนาแน่นในระดับความลึก 50- 60 เซ็นติเมตร
  • ดอก จะเป็นดอกสมบรู ณ ์ เปน็ ดอกเดยี่ ว ประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบ ส่วนใหญ่จะมีสีขาวแต่ บางพันธุ์จะมีสีม่วง เกสรตัวผู้แยกกันมีจำ นวน 5 อัน อับละอองเกสรจะมีสีม่วง ยอดเกสรตัวเมียบางพันธุ์ จะอยู่สูงกว่าอับละอองเกสร ดอกสามารถเจริญได้ทั้งในสภาพช่วงแสงสั้นหรือช่วงแสงยาว โดยทั่วไปจะ เจริญหลังย้ายปลูก 1-2 เดือน
  • การผสมเกสร พริกเป็นพืชที่ผสมตัวเองแต่มีการผสมข้ามโดยธรรมชาติสูง ( 68% Murthy & Murthy,1962 ) ทำ ให้มีสายพันธุ์ใหม่จำ นวนมาก อาจจะเนื่องมาจากมีแมลงช่วยผสมเกสรมากและ นอก จากนี้ อับละอองเกสรจะเปิดหรือพร้อมที่จะผสมหลังจากดอกบาน 2-3 วัน ดังนั้นก่อนที่เกสรตัวผู้จะ พร้อมที่จะผสม เกสรตัวเมียอาจจะได้รับละอองเกสรจากต้นอื่น ควรให้มีการผสมเกสรภายในเวลา 24-30 ชั่วโมงหลังดอกบาน ในสภาพอากาศที่มีความชื้นในอากาศตํ่า จะทำ ให้อัตราการติดผลลดลง อุณหภูมิที่เหมาะสำ หรับการผสมเกสรอยู่ระหว่าง 20 – 25 oซ มีความชื้นสัมพัทธ์สูง ในสภาพ อุณหภูมิ < 18 oซ หรือ > 32 oซ จะจำ กัดการผสมเกสร อัตราการติดผลจะตํ่า ดอกและผลขนาดเล็กจะ ร่วง ละอองเกสรจะงอกท่อละอองเกสรภายในเวลา 5 ชั่วโมง และจะงอกลงไปผสมไข่ในรังไข่ภายใน เวลา 24-36 ชั่วโมง หลังจากนั้นเมล็ดจะเริ่มเจริญและเจริญเต็มที่ (แก่ทางสรีระวิทยา) ประมาณ 30 วัน หลังการผสมเกสร ผลจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้หลังจากดอกบาน 1 เดือน
  • ผล พริกหวาน Bell types ผลมีลักษณะกลมยาว ขนาดใหญ่ ผลประกอบด้วย capsaicin ใน ปริมาณที่ตํ่ามาก บางครั้งเรียกพริกหวาน (sweet pepper) พริกหวานสีเขียว จะมีปริมาณความต้องการ ของตลาดสูง แต่เมื่อปล่อยให้แก่บนต้นจะเปลี่ยนเป็นสีแดง สายพันธุ์ที่ปรับปรุงพันธุ์ขึ้นมาใหม่ อาจจะ เปลี่ยนเป็นสีแดง เหลือง ส้มหรือม่วง การปลูกพริกสีเหล่านี้นิยมปลูกในเรือนโรง เนื่องจากการอายุการ เก็บเกี่ยวนานกว่าพริกสีเขียว ในบางครั้งอาจมีสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม เป็นสาเหตุให้ผลถูกทำ ลาย โดยโรค แมลง แสดงอาการตายนึ่ง หรือผลแตกได้ง่าย พริกสีเขียวประกอบด้วย chlorophyll พริกสี แดง/เหลืองเกิดจากเม็ดสี carotenoids พริกสีม่วงเกิดจากเม็ดสี anthocyanin ส่วนสีนํ้าตาลเกิดจากการ ผสมระหว่าง chlorophyll, lycopene และ beta-carotene ผลมีรูปทรงและขนาดแตกต่างกัน บางพันธุ์ อาจจะมีเปลือกผลหนา แต่บางพันธุ์จะบาง มีขนาดความยาว 1-30 เซนติเมตร และกว้าง 1-15 เซนติเมตร

ลักษณะทั่วไปของพริกหวาน

คุณค่าทางอาหารของพริกหวาน

พริกจะประกอบด้วย วิตามิน เอ กรดแอสคอร์บิค ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และแคลเซียมสูง สารที่ทำ ให้เกิดรสชาติและความเผ็ดของพริกคือ capsaicin (C18 H27NO3) ในพริกมัน หรือพริกหวาน ส่วน พริกที่มีรสชาติเผ็ดจะประกอบด้วย Capsanthin (C40 H58O3) ซึ่งมีปริมาณสูงในเมล็ด Capsaicin เป็น acrid, volatile alkaloid จะช่วยเพิ่มอตั ราการเตน้ ของหวั ใจ ช่วยกระตุ้นการทาํ งานของตอ่ มนา้ํ ลาย เมอื่ รา่ ง กายได้รับสาร capsaicin จะสร้าง Endorphins ช่วยในการคลายเครียด ใช้ในรูปspray ขับไล่สุนัขหรือหมี ตำ รวจปราบจราจลใช้สะลายฝูงชน เมื่อรับประทานพริกจะปลดปล่อย neurotransmitters ซึ่งเป็นโปรตีนที่ ทำ ให้รู้สึกปวดแสบ ปวดร้อน นอกจากนี้จะประกอบด้วย antioxidant ใช้ถนอมอาหาร

พริกหวานหนัก 74 กรัมจะให้พลังงาน 15 แคลอรี่ วิตามิน เอ 6 % วิตามิน ซี 150 % พริกสีแดง แห้ง ป่น ปริมาณ 1 ช้อนชา ให้วิตามิน เอ 26 % เมื่อผลแก่และเปลี่ยนสีเป็นสีแดง สีเหลือง สีส้ม หรือสีม่วง จะมีประมาณวิตามิน เอ สูงกว่าสีเขียว 10 เท่า และมีวิตามิน ซี สูงกว่า 2 เท่า

พริกหวานมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมถึงหกเหลี่ยม เนื้อหนา มีหลายสีทั้งเขียว แดง เหลือง ส้ม และสีช็อคโกแลค มีรสชาติหวาน ไม่เผ็ด สามารถรับประทานสดในสลัด หรือนามาผัดกับชนิดต่างๆ ให้สีสันน่ารับประทาน มีคุณค่าทางวิตามิน A, B1, B2, และ C มีสารแคบไซซิน ช่วยยับยั้งอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงของการโรคหลอดเลือด โรคต้อกระจก และโรคแมลง

 

สายพันธุ์พริกหวานนิยมที่ใช้ปลูก

เนื่องจากสายพันธุ์พริกหวานจะมีรูปทรง สี ขนาดและอายุเก็บเกี่ยว ความทนทานต่อโรคและการขนส่ง แตกต่างกันจำ เป็นที่จะต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับสายพันธุ์และทำ การทดสอบในพื้นที่ปลูกและความ ต้องการของตลาด ก่อนที่ปลูกในเชิงธุรกิจ สายพันธุ์พริกหวาน (อายุเก็บเกี่ยว 60-70 วันหลังจากย้ายปลูก)

พันธุ์สีเขียว

California Wonder, Bell King, Lady Bell, Bell Tower, Bell Captain, Ace Hybrid, Cardinal, Summer Sweet

พันธุ์สีแดง

สายพันธุ์ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงและม่วงเมื่อแก่ แต่สายพันธุ์สีแดงที่มีอายุการเก็บเกี่ยวเร็ว ผลขนาดใหญ่ เปลือกหนา ค่อนข้างหายาก การปลูกในอุณหภูมิตํ่าจะมีอิทธิพลต่อการพัฒนาและความ สมํ่าเสมอของเม็ดสี อุณหภูมิที่เหมาะสำ หรับการพัฒนาเม็ดสีแดงอยู่ระหว่าง 18-24 องศาฯ อุณหภูมิสูงกว่า เม็ดสีแดงจะไม่พัฒนา อุณหภูมิตํ่ากว่าเม็ดสีพัฒนาช้า และไม่เปลี่ยนสีในอุณหภูมิตํ่ากว่า 13 องศาฯ ชื่อสายพันธุ์ Ace Hybrid, Bellboy , Cardinal, Four Corners และ Merlin นิยมปลูกในสหรัฐอเมริกา

พันธุ์สีเหลือง

Golden Belle, Golden Cal Wonder, Astro, Klondike Bell, Honey Bell, Orobelle

พันธุ์สีส้ม

Colona, Valencia, Nassu RZ

พันธุ์สีม่วง/นํ้าตาล

อยู่ระหว่างการพัฒนาจากเม็ดสีเขียว-แดง ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงก่อนสีแดงประมาณ 7-10 วัน Purple Belle F1

 

สายพันธุ์พริกหวาน

 

การปลูกพริกหวานสีในเรือนโรง

ควรเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสำ หรับการปลูกในเรือนโรง เช่น

พันธุ์สีเขียว-แดง: Cubico, Pluona, พันธุ์สีเหลือง: Golden Belle, Marengo, Orobelle, พันธุ์สีส้ม: Ariane, Valencia

ลักษณะประจำพันธุ์บางสายพันธุ์พริกหวาน

ลักษณะประจำพันธุ์บางสายพันธุ์พริกหวาน

 

การเพาะกล้าพริกหวาน

เมล็ดพริกจะงอกช้ากว่าเมล็ดพืชตระกูลมะเขืออื่น ๆ วัสดุเพาะควรประกอบด้วย ปุ๋ยหมัก ปุ๋ย คอกเก่า ขี้เถ้าแกลบ และปุ๋ยเคมี 12-24-12  เมล็ดพันธุ์พริกหนัก 10 กรัม จะมีเมล็ด 2,300 ถึง 2,600 เมล็ด ใช้เมล็ดพันธุ์ 20-40 กรัมต่อ พื้นที่ ปลูก 1 ไร่ ขึ้นอยู่กับความงอก และการปฏิบัติและดูแลรักษาในพื้นที่ปลูก 1 ไร่ จะใช้ ต้นกล้า 3,200 – 3,500 ต้น การจัดการเมล็ดก่อนเพาะ ควรแช่เมล็ดในนํ้าผสมเบนเลท และเคปแทนอย่างละ 6 กรัมต่อนํ้า 1 ลิตร เป็นเวลา 30 – 60 นาที เพื่อป้องกันโรคที่ติดมากับเมล็ด และให้เมล็ดงอกเร็ว สมํ่าเสมอ

หลังจากนั้นนำ ออกมาล้าง และนำ ไปแช่นํ้าอุ่น 50 องศาฯ เป็นเวลา 10 นาทีและแช่ใน KNO3 (โพแทสเซียมไนเตรท) เข้มข้น 0.1-0.2 % และใช้ผ้าเปียกหมาด ๆ หุ้มไว้ประมาณ 1- 2 วัน หรือจนกระ ทั้งเริ่มมีรากสีขาวงอกออกมา อย่าให้รากงอกยาวเพราะจะทำ ให้ไม่สะดวกในการหว่าน อุณหภูมิดิน 30 องศาฯ จะเหมาะสมสำ หรับการงอกของเมล็ด โดยจะงอกภายในเวลา 6-10 วัน การ เพาะในอุณหภูมิ 15 องศาฯ เมล็ดจะงอกช้า

จากการทดสอบอิทธิพลของอุณหภูมิต่อการงอกของเมล็ดพริก 3 พันธุ์ คือ Piquillo de lodosa, Pico de Mendovia และ Buketen พบว่า อุณหภูมิมีอิทธิพลต่อการงอกของเมล็ดพริก โดย 37 องศาฯ เมล็ดจะ ไม่งอก อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 25-31 องศาฯ อุณหภูมิในช่วง 13 – 31 องศาฯ อัตราการงอกจะแตกต่าง กันเล็กน้อย ระหว่าง 19-31 องศาฯ ความสมํ่าเสมอในการงอกจะแตกต่างกัน (Cavero และคณะ 1997)

หลังจากที่เมล็ดเริ่มงอก นำ ไป หยอดในถาดเพาะ ให้ลึก 1 ซม. กลบเมล็ดและฉีดพ่นสารเคมีเช่น เซฟวิน 85 เพื่อป้องกันมดและแมลงอื่น ๆ  การให้นํ้าก่อนเมล็ดงอก ไม่ควรให้นํ้ามาก และให้นํ้าวันละสองครั้งเช้า – เย็น เมื่อต้นกล้าเริ่ม เจริญในระยะแรกจะรดนํ้าวันละหนึ่งครั้ง ต่อจากนั้นจะให้นํ้าสองถึงสามวันต่อครั้งขึ้นอยู่กับสภาพดินและ สภาพอากาศ

การให้นํ้าพริกหวาน

พริกหวานเป็นพืชที่ไม่ทนทานต่อสภาพขาดนํ้า หรือการให้นํ้ามากเกินไป พริกต้องการนํ้า 400- 1000 มิลลิเมตร ตลอดฤดูปลูก ควรให้นํ้าอย่างพอเพียงและสมํ่าเสมอ ระยะที่ย้ายปลูกใหม่ควรดูแลให้มี ความชื้นอย่างพอเพียง แต่ไม่ควรให้มากจนนํ้าขัง แฉะ จะทำ ให้รากเน่า ตายได้ง่าย การขาดนํ้าจะทำ ให้พืชชะงักการเจริญ และในระยะที่ติดดอก ผล ถ้าหากขาดนํ้าและอุณหภูมิสูง จะทำ ให้ดอกและผลอ่อนร่วงได้ง่าย ในกรณีที่ติดผล จะทำ ให้ผลมีขนาดเล็กแข็ง ในระยะการพัฒนาของผล ในกรณีที่พืชขาดนํ้าและมีอุณหภูมิสูง ผลจะแสดงอาการก้นเน่า (blossom end rot) ได้ง่าย การปลูกในดินทราย ต้องให้นํ้าบ่อยครั้งกว่าดินเหนียว ระยะที่มีหมอกลงจัดควรให้นํ้าตอนบ่าย เพื่อให้หน้าดินแห้งก่อนคํ่า นอกจากนี้การทดนํ้าเข้าตามร่องประมาณ หนึ่งในสามของความสูงของ แปลง จะดีกว่าการให้แบบพ่นฝอย

 

การเก็บเกี่ยวพริกหวาน

 

การเก็บเกี่ยวพริกหวาน

การเก็บเกี่ยวพริกหวาน ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และฤดูปลูก โดยทั่วไปจะเก็บเกี่ยวเมื่ออายุ 70-130วัน หลังย้ายปลูก พริกหวานสีเขียวเก็บเกี่ยวเมื่อผลเจริญเต็มที่ ผลแข็ง ผิวเรียบเป็นมัน หลังจากระยะสุกเขียว ผลจะเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีม่วง /แดง/เหลือง เอทธีลีน (ethylene:C2H4)) จะช่วยเร่งการพัฒนาสีของผล ในระยะที่ผลพัฒนาและเริ่มแก่ จะสะสมนํ้าตาล (simple sugar) ที่เปลือก ระยะการเก็บเกี่ยวขึ้นอยู่กับตลาด ตลาดในท้องถิ่น เก็บเกี่ยวเมื่อผลเปลี่ยนสี 80 % ส่วนตลาดที่ ห่างไกล เก็บเกี่ยวเมื่อเริ่มเปลี่ยนสี 35-60 % การเก็บเกี่ยวจะใช้มีดที่บางและคม ตัดขั้วด้านที่ติดกับลำ ต้น ไม่ควรปลิดผล เนื่องจากจะทำ ให้ลำ ต้นฉีกขาด ควรให้มีขั้วติดผล เพื่อป้องกันการเน่าจากการเข้าทำ ลายของโรคที่แผลซึ่งเกิดจากการหลุดของ ขั้วแต่ควรระวังขั้วอาจจะทำ ให้ผลอื่น ๆเกิดแผลในระหว่างการขนส่ง

หลังเก็บเกี่ยวควรล้างทำ ความสะอาดด้วย คลอรีน เข้มข้น 300 ppm และใช้นํ้าอุณหภูมิ 53 oซ เพื่อป้องกันผลเน่า การลด field heat ที่สะสมอยู่ในผลก่อนระยะเวลาเก็บเกี่ยว โดยรักษาอุณหภูมิของผลให้อยู่ ระหว่าง 9- 10 oซ การลดอุณหภูมิเฉียบพลันโดยใช้ forced air cooling หรือ hydrocooling หรือ vacuum cooling จะช่วยยืดระยะเวลาการเก็บรักษา แต่หลังจาก hydrocooling ควรใช้พัดลมเป่าให้แห้งเร็วที่สุด เพื่อ ป้องกันการเข้าทำ ลายของโรคผลเน่า การเคลือบผิวจะช่วยลดการคายนํ้า ป้องกันผลเหี่ยวและป้องกันการเกิดแผลระหว่างการขนส่ง การห่อผลด้วย moisture- retentive films เช่น perforated polyethylene ช่วยให้เก็บรักษาได้นานกว่าปกติ 1 อาทิตย์

 

ราคาพริกหวาน

จากราคาที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเจนว่าราคาพริกหวานน่าจะเป็นกำลังใจสำหรับใครที่อยากจะลองเข้ามาเพาะปลูกเพื่อสร้างอาชีพและรายได้กันไม่มากก็น้อย เพราะการแกว่งของราคาค่อนข้างน้อย ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 70-100 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงพอตัว รายละเอียดราคาสำหรับที่ผ่านๆดังนี้เลย

ราคาพริกหวานปี 2558

ราคาพริกหวาน 2558

ราคาพริกหวานปี 2559

ราคาพริกหวาน 2559

วิดีโอพริกหวาน

 

Save

Save

Save

Save

Save

Save

Save

No Comments

Post A Comment