พันธุ์ข้าวญี่ปุ่น

Zemanta Related Posts Thumbnail

23 พ.ย. 2010 พันธุ์ข้าวญี่ปุ่น

สถาบันวิจัยข้าวเริ่มดำเนินงานเพื่อศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้น ตลอดจนความเป็นไปได้ในการปลูกข้าวญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 โดยได้ดำเนินที่สถานีทดลองข้าวพาน จังหวัดเชียงราย ต่อมาในปี พ.ศ. 2530 สถานีทดลองข้าวพานได้เก็บรวบรวมพันธุ์ข้าวญี่ปุ่นจากแหล่งต่าง ๆ มาขยายเมล็ดพันธุ์ จากนั้นนำไปปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นต้นเมื่อปี พ.ศ. 2531-2532 ปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นสูงที่สถานีทดลองข้าวพานและสถานีทดลองข้าวสันป่าตองเมื่อปี พ.ศ. 2532-2533 ปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ระหว่างสถานีเมื่อปี พ.ศ. 2533-2534 หลังจากนั้นนำไปปลูกทดสอบผลผลิตในนาเกษตรกรจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน พิษณุโลก ชัยนาท สกลนคร และจังหวัดหนองคาย พร้อมทั้งบันทึกผลผลิต ลักษณะทางการเกษตรที่สำคัญ ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาในช่วงฤดูปลูกตรวจสอบคุณภาพเมล็ดทางกายภาพและทางเคมีตลอดจนทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคและแมลงเมื่อปี พ.ศ. 2534-2538 ชื่อพันธุ์ –     ข้าวญี่ปุ่น กวก.1 (Khao’ Yipun DOA1) ชนิด –     ข้าวญี่ปุ่น ประวัติพันธุ์ –     สถาบันวิจัยข้าว เริ่มดำเนินการเพื่อศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้น ตลอดจนความเป็นไปได้ในการปลูกข้าวญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 –     พ.ศ. 2530 สถานีทดลองข้าวพานได้รวบรวมพันธุ์ข้าวญี่ปุ่นจากแหล่งต่างๆ และส่วนหนึ่งรับเมล็ด พันธุ์ข้าวเพิ่มเติมจากอดีตผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านข้าว (นาย ประพาส วีระแพทย์) เพื่อนำไปปลูกขยายเมล็ดพันธุ์ –     พ.ศ. 2531 – 2532 ปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นต้นที่สถานีทดลองข้าวพาน จำนวน 96 พันธุ์ โดยพิจารณา คัดเลือกไว้ดำเนินการศึกษาพันธุ์ต่อจำนวน 44 พันธุ์ –     พ.ศ. 2532 – 2533 ปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นสูงที่สถานีทดลองข้าวพานและสถานีทดลองข้าวสันป่าตอง –     พ.ศ. 2533 – 2534 ปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ระหว่างสถานี –     พ.ศ. 2534 – 2538 ปลูกทดสอบผลผลิตในนาเกษตรกรในหลายจังหวัดพร้อมทั้งบันทึกผลผลิต ลักษณะทางการเกษตรที่สำคัญ ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาในช่วงฤดูปลูก ตรวจสอบคุณภาพเมล็ดทาง กายภาพ และทางเคมี ตลอดจนทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคและแมลง พบว่าพันธุ์ซาซานิชิกิ (Sasanishiki) มีคุณภาพใกล้เคียงกับพันธุ์โคชิฮิการิ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวชั้น 1 ของญี่ปุ่น มีความเหมาะสมและปลูกได้ดีในเขตภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่างและภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน การรับรองพันธุ์ –     คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็น พันธุ์แนะนำเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2538

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้านาสวนไม่ไวต่อช่วงแสง สูงประมาณ 88 เซนติเมตร –     อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 120 วัน –     ต้นค่อนข้างแข็ง ทรงกอตั้งตรง ใบแก่ช้าสีเขียวและมีขน กาบใบและปล้องสีเขียว ใบธงค่อนข้างตั้งตรง รวงแน่น ระแง้ถี่ คอรวงสั้น –     เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง มีขนสั้น ยอดเมล็ดสีฟางและมีหางเล็กน้อย –     เมล็ดข้าวกล้อง ยาว 5.18 มิลลิเมตร มีท้องไข่ระดับปานกลาง –     ปริมาณอมิโลส 16.4% ผลผลิต –     ประมาณ 718 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น

–     ให้ผลผลิตสูงในสภาพดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ –     สามารถปรับตัวได้ดีในพื้นที่ดินนาเขตภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน –     ทนทานต่อสภาพอากาศร้อนได้ดีกว่าข้าวญี่ปุ่นพันธุ์อื่นๆ –     คุณภาพการหุงต้มและรับประทานดีตรงตามมาตรฐานสำหรับผู้บริโภคข้าวญี่ปุ่น –     คุณภาพการสีดี ได้ข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าวประมาณ 48% –     ราคาสูงกว่าข้าวทั่วไป ข้อควรระวัง

–     ในสภาพที่มีอากาศร้อนและความชื้นสูงจะไม่ต้านทานโรคไหม้ –     มีระแง้เหนียวมาก การนวดโดยการฟาดข้าวทำได้ยาก หลังจากเก็บเกี่ยวควรตากข้าวในนา 3 – 4 วัน แล้วนวดด้วยเครื่องนวดทันที –     เมล็ดข้าวเปลือกเสื่อมความงอกเร็ว การเก็บเมล็ดพันธุ์ควรลดความชื้นเมล็ดให้เหลือ 8 – 10% และเก็บในภาชนะปิดผนึก –     ไม่ต้านทานโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง และโรคใบสีส้ม –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นสีเขียว และเพลี้ยกระโดดหลังขาว พื้นที่แนะนำ –     แนะนำให้ปลูกในเขตภาคเหนือตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน


ชื่อพันธุ์ –     ข้าวญี่ปุ่น กวก.2 (Khao’Yipun DOA2) ชนิด –     ข้าวญี่ปุ่น ประวัติพันธุ์ –     สถาบันวิจัยข้าว เริ่มดำเนินงานเพื่อศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้น ตลอดจนความเป็นไปได้ใน การปลูกข้าวญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 –     พ.ศ. 2530 สถานีทดลองข้าวพานได้รวบรวมพันธุ์ข้าวญี่ปุ่นจากแหล่งต่างๆ และส่วนหนึ่งรับเมล็ดพันธุ์ข้าวเพิ่มเติมจากอดีตผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านข้าว (นายประพาส วีระแพทย์) เพื่อนำไปปลูกขยายเมล็ดพันธุ์ –     พ.ศ. 2531 – 2532 ปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นต้นที่สถานีทดลองข้าวพาน จำนวน 96 พันธุ์ โดยพิจารณาคัดเลือกไว้ดำเนินการศึกษาพันธุ์ต่อจำนวน 44 พันธุ์ –     พ.ศ. 2532 – 2533 ปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นสูงที่สถานีทดลองข้าวพานและสถานีทดลองข้าวสันป่าตอง –     พ.ศ. 2533 – 2534 ปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ระหว่างสถานี –     พ.ศ. 2534 – 2538 ปลูกทดสอบผลผลิตในนาเกษตรกรในหลายจังหวัด พร้อมทั้งบันทึกผลผลิต ลักษณะทางการเกษตรที่สำคัญ ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาในช่วงฤดูปลูก ตรวจสอบคุณภาพเมล็ดทางกายภาพ และทางเคมี ตลอดจนทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคและแมลง พบว่าพันธุ์อกิตะโกมาชิ (Akitakomachi) มีคุณภาพใกล้เคียงกับพันธุ์โคชิฮิการิ (Koshihikari) ซึ่งเป็นข้าวชั้น 1 ของญี่ปุ่น มีความเหมาะสมและปลูกได้ผลดีในเขตภาคเหนือตอนบน การรับรองพันธุ์ –     คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็น พันธุ์แนะนำเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2538

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้านาสวน ไม่ไวต่อช่วงแสง สูงประมาณ 80 เซนติเมตร –     อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 117 วัน –     ต้นแข็ง ทรงกอตั้งตรง ใบแก่ช้าสีเขียวและมีขน กาบใบและปล้องสีเขียว ใบธงค่อนข้างตั้งตรง รวงแน่น ระแง้ถี่คอรวงสั้น –     เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง มีขนสั้น ยอดเมล็ดสีฟาง มีหางบางเมล็ด –     เมล็ดข้าวกล้อง ยาว 5.13 มิลลิเมตร ที่ท้องไข่น้อย –     ปริมาณอมิโลส 15.6% ผลผลิต –     ประมาณ 707 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น

–     ให้ผลผลิตสูงในสภาพดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ –     สามารถปรับตัวได้ดีในพื้นที่ดินนาเขตภาคเหนือตอนบน –     คุณภาพการสีดีมาก ได้ข้าวเต็มเมล็ดและต้นข้าวประมาณ 52% –     คุณภาพการหุงต้มและรับประทานดี ตรงตามมาตรฐาน สำหรับผู้บริโภคข้าวญี่ปุ่น –     ราคาสูงกว่าข้าวทั่วไป ข้อควรระวัง

–     ในสภาพที่มีอากาศร้อนและความชื้นสูงจะไม่ต้านทานโรคไหม้ –     มีระแง้เหนียวมาก การนวดโดยการฟาดข้าวแบบธรรมดาจะนวดยาก หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วควรตากข้าวในนา 3 – 4 วัน แล้วนวดด้วยเครื่องนวดทันที –     เมล็ดข้าวเปลือกเสื่อมความงอกเร็ว การเก็บเมล็ดพันธุ์ควรลดความชื้นเมล็ดให้เหลือ 8 – 10% และเก็บในปีบ หรือภาชนะที่สามารถปิดผนึกได้ –     ไม่ต้านทานโรคไหม้ โรคใบสีส้มและโรคขอบใบแห้ง –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นสีเขียว เพลี้ยกระโดดหลังขาว พื้นที่แนะนำ –     แนะนำให้ปลูกในเขตภาคเหนือตอนบน


No Comments

Post A Comment