พันธุ์ข้าวนาสวนไวต่อช่วงแสง

Zemanta Related Posts Thumbnail

22 พ.ย. 2010 พันธุ์ข้าวนาสวนไวต่อช่วงแสง

พันธุ์ข้าวเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอันดับแรกในการเพิ่มประสิทธิภาพ การ ผลิตข้าว โดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนการผลิต ถ้าหากว่ามีพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ ทั้งข้าวคุณภาพดี ข้าวคุณภาพปานกลาง ข้าวคุณภาพต่ำ และข้าวคุณภาพพิเศษ ที่ตรงกับความต้องการของตลาดและเพื่อทำผลิตภัณฑ์มีความต้านทานต่อโรคแมลง และมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่นแล้วจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายใน การผลิตข้าวหรือเป็นการลดต้นทุนการผลิตข้าวได้เป็นอย่างดี ชื่อพันธุ์         กข5 (RD5) ชนิด ข้าวเจ้า คู่ผสม พวงนาค 16 / ซิกาดิส ประวัติพันธุ์ ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์พวงนาค 16 ของไทยกับพันธุ์ซิกาดิส ของอินโดนีเซีย ได้ผสมพันธุ์และคัดพันธุ์แบบสืบตระกูลที่สถานีทดลองข้าวบางเขน เมื่อปี พ.ศ.2508 จนได้สายพันธุ์ BKN6517-9-2-2 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ให้ใช้ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์รับรองเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2516

ลักษณะประจำพันธุ์ –     เป็นข้าวเจ้าต้นสูง สูงประมาณ 145 เซนติเมตร –     เป็นพันธุ์ข้าวไวต่อช่วงแสงเล็กน้อย เหมาะที่จะปลูกเป็นข้าวนาปี ถ้าปลูกตามฤดูกาลจะเก็บเกี่ยวได้ปลายเดือนพฤศจิกายน แต่ถ้าปลูกในฤดูนาปรังหรือไม่ปลูกตามฤดูกาล อายุจะอยู่ระหว่าง 140-160 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเดือนที่ปลูก –     ลำต้นสีม่วง มีรวงยาว ต้นแข็งไม่ล้มง่าย –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 6 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวเปลือกสีฟางก้นจุด –     ท้องไข่น้อย –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา =2.6 x 7.5 x 1.8 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 29-31% –     คุณภาพข้าวสุก ร่วง ผลผลิต ประมาณ 567 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –     สามารถปลูกได้ในที่ลุ่ม น้ำลึกไม่เกิน 50 เซนติเมตร และจัดเป็นข้าวทนน้ำลึก (ไม่เกิน 1 เมตร) –     คุณภาพการสีดี –     มีอายุหนักกว่าพันธุ์ กข1 จะสุกแก่พร้อมๆ กับพันธุ์ข้าวพื้นเมืองของชาวนา ทำให้ลดความเสียหายจากนกหนู –     ต้านทานโรคขอบใบแห้ง โรคไหม้ และโรคใบสีส้มปานกลาง –     เมล็ดไม่ร่วงง่ายเมื่อเก็บเกี่ยว ข้อควรระวัง –    ไม่เหมาะที่จะปลูกในฤดูนาปรัง เพราะผลผลิตค่อนข้างต่ำ อาจมีอายุถึง 160 วัน จะมีปัญหาในการเก็บเกี่ยวและตาก –     นวดยาก ระแง้ค่อนข้างเหนียว –     ไม่ต้านทานโรคใบหงิก โรคคอรวงเน่า และโรคใบจุดสีน้ำตาล –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และหนอนกอ พื้นที่แนะนำ ทุกภาคที่มีการชลประทานหรือควบคุมระดับน้ำได้


ชื่อพันธุ์   กข6 (RD6) ชนิด ข้าวเหนียว ประวัติพันธุ์ ได้จากการปรับปรุงพันธุ์ โดยการใช้รังสีชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ โดยใช้รังสีแกมมาปริมาณ 20 กิโลแรด อาบเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 แล้วนำมาปลูกคัดเลือกที่สถานีทดลองข้าวบางเขนและสถานีทดลองข้าวพิมาย จากการคัดเลือกได้ข้าวเหนียวหลายสายพันธุ์ในข้าวชั่วที่ 2 นำไปปลูกคัดเลือกจนอยู่ตัวได้สายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงสุดคือ สายพันธุ์ KDML105’65-G2U-68-254 นับว่าเป็นข้าวพันธุ์ดีพันธุ์แรกของประเทศไทย ที่ค้นคว้าได้โดยใช้วิธีชักนำพันธุ์พืชให้เปลี่ยนกรรมพันธุ์โดยใช้รังสี การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2520

ลักษณะประจำพันธุ์ –     เป็นข้าวเหนียว สูงประมาณ 154 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     ทรงกอกระจายเล็กน้อย ใบยาวสีเขียวเข้ม ใบธงตั้ง เมล็ดยาวเรียว –     เมล็ดข้าวเปลือกสีน้ำตาล –     อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 21 พฤศจิกายน –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 5 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.2 x 7.2 x 1.7 มิลลิเมตร –     คุณภาพข้าวสุก เหนียวนุ่ม มีกลิ่นหอม ผลผลิต –     ประมาณ 666 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –     ให้ผลผลิตสูงและทนแล้งดีกว่าพันธุ์เหนียวสันป่าตอง –     คุณภาพการหุงต้มดี มีกลิ่นหอม –     ลำต้นแข็งปานกลาง –     ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล –     คุณภาพการสีดี ข้อควรระวัง –     ไม่ต้านทานโรคขอบใบแห้ง และโรคใบไหม้ –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและแมลงบั่ว พื้นที่แนะนำ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ชื่อพันธุ์        กข8 (RD8) ชนิด ข้าวเหนียว คู่ผสม เหนียวสันป่าตอง*2 / ไออาร์ 262 ประวัติพันธุ์ ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์เหนียวสันป่าตอง กับพันธุ์ไออาร์ 262 ในปี พ.ศ.2509 แล้วผสมกลับไปหาพันธุ์เหนียวสันป่าตองอีกครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ.2510 โดยผสมพันธุ์และคัดเลือกที่สถานีทดลองข้าวบางเขนได้สายพันธุ์ BKN6721 เมล็ดพันธุ์ผสมชั่วที่ 2 ถูกส่งไปให้สถานีทดลองข้าวขอนแก่นทำการปลูกคัดเลือกต่อ และได้เปลี่ยนชื่อคู่ผสมตามรหัสของสถานีเป็นสายพันธุ์ KKN6721 สถานีทดลองข้าวขอนแก่นได้ทำการคัดเลือกและปลูกเปรียบเทียบผลผลิต จนได้สายพันธุ์ KKN6721-5-7-4 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2521

ลักษณะประจำพันธุ์ –     เป็นข้าวเหนียว สูงประมาณ 150 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 23 พฤศจิกายน –     ลำต้นและใบสีเขียวเข้ม ใบธงตั้ง ฟางแข็ง ชูรวงอยู่เหนือใบ เมล็ดข้าวค่อนข้างป้อม ลำต้นแข็ง –     เมล็ดข้าวเปลือกสีเหลือง –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 3 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.5 x 7.1 x 1.9 มิลลิเมตร –     คุณภาพข้าวสุก เหนียวนุ่ม ผลผลิต ประมาณ 585 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –     ลำต้นแข็ง ไม่ล้มง่าย เหมาะสำหรับปลูกในสภาพที่ลุ่ม –     ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล ข้อควรระวัง –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและแมลงบั่ว –     ไม่ต้านทานโรคขอบใบแห้ง –     เมล็ดค่อนข้างอ้วน พื้นที่แนะนำ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ชื่อพันธุ์          กข13 ( RD13 ) ชนิด ข้าวเจ้า คู่ผสม นางพญา 132 / ผักเสี้ยน 39 ประวัติพันธุ์ ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์นางพญา 132 กับพันธุ์ผักเสี้ยน 39 ที่สถานีทดลองข้าวบางเขน ในปี พ.ศ.2507 แล้วนำข้าวพันธุ์ผสมชั่วที่ 2 ไปปลูกคัดเลือกที่สถานีทดลองข้าวควนกุฎ จังหวัดพัทลุง จนได้สายพันธุ์ BKN6402-352 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2521

ลักษณะประจำพันธุ์ –     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 160 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     ลำต้นตั้งตรง สีเขียว ใบธงตก ชูรวงอยู่เหนือใบ ระแง้ถี่ –     อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 26 กุมภาพันธ์ –     เมล็ดข้าวเปลือกสีน้ำตาล –     ท้องไข่ปานกลาง –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 3 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.2 x 6.9 x 1.7 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 30-33 % –     คุณภาพข้าวสุก ร่วนค่อนข้างแข็ง ผลผลิต ประมาณ 450 กิโลกรัมต่อไร่

ลักษณะเด่น –     ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์นางพญา 132 ประมาณ 17 % –     ลักษณะรวงยาว และใหญ่ มีเมล็ดต่อรวงมาก สะดวกต่อการเก็บเกี่ยวด้วยแกระ –     นวดง่ายกว่าพันธุ์นางพญา 132 –     ระบบรากดี มีความสามารถทนแล้งพอสมควร –     มีความต้านทานต่อสภาพน้ำลึก –     มีอายุหนัก เหมาะกับสภาพพื้นที่น้ำท่วมไม่ต้องลุยน้ำเก็บเกี่ยว –     ต้านทานโรคไหม้ ข้อควรระวัง –     ไม่ต้านทานโรคขอบใบแห้ง –     คุณภาพการหุงต้มได้ข้าวสุกค่อนข้างแข็ง –     ลักษณะเมล็ดบิด และค่อนข้างสั้น พื้นที่แนะนำ ภาคใต้


ชื่อพันธุ์ กข15 (RD15) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการปรับปรุงพันธุ์ โดยการใช้รังสีชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์ โดยใช้รังสีแกมมาปริมาณ 15 กิโลแรด อาบเมล็ดพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ในปี พ.ศ. 2508 แล้วนำมาปลูกคัดเลือกที่สถานีทดลองข้าวต่างๆ ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนได้สายพันธุ์ KDML 105’65G1U-45 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2521

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 140 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 10 พฤศจิกายน –     ลำต้นและใบสีเขียวอ่อน ใบธงทำมุมกับคอรวง รวงอยู่เหนือใบ ใบยาว ค่อนข้างแคบ –     เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง ปลายบิดงอเล็กน้อย –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 7 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.1 x 7.5 x 1.7 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 14-17 % –     คุณภาพข้าวสุก นุ่ม มีกลิ่นหอม ผลผลิต ประมาณ 560 กิโลกรัมต่อไร่

ลักษณะเด่น

–     ทนแล้งได้ดีพอสมควร –     อายุเบา เก็บเกี่ยวได้เร็ว –     คุณภาพการหุงต้ม นุ่ม มีกลิ่นหอม –     คุณภาพการสีดี เมล็ดข้าวสารใส แกร่ง เรียวยาว –     นวดง่าย –     ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล ข้อควรระวัง

–     ไม่ต้านทานโรคขอบใบแห้ง โรคไหม้ –     ไม่ต้านทานแมลงบั่ว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและหนอนกอ –     ล้มง่าย ฟางอ่อน เมล็ดร่วงง่าย –    ไม่เหมาะกับนาลุ่ม ซึ่งระบายน้ำไม่ได้ เพราะข้าวจะสุกในระยะที่น้ำยังขังอยู่ในนา ทำให้เก็บเกี่ยวลำบาก พื้นที่แนะนำ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ชื่อพันธุ์ กข27 (RD27) ชนิด ข้าวเจ้า คู่ผสม ขาวตาอู๋ / ขาวตาแห้ง 17 ประวัติพันธุ์ ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์ขาวตาอู๋ กับ พันธุ์ขาวตาแห้ง 17 ที่สถานีทดลองข้าวบางเขน เมื่อปี พ.ศ. 2504 แล้วทำการคัดเลือกและปลูกเปรียบเทียบผลผลิตจนได้สายพันธุ์ BKN6113-79 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรองเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2524

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 160 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     อายุเก็บเกี่ยวประมาณ วันที่ 10 ธันวาคม –     มีลำต้นและใบสีเขียว ทรงกอค่อนข้างตั้ง ต้นใหญ่ และใบยาว –     เมล็ดค่อนข้างป้อม ข้าวเปลือกสีฟาง –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 8 สัปดาห์ –     ท้องไขน้อย –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา= 2.3 x 7.5 x 1.8 มิลลิเมตร –     คุณภาพข้าวสุก ร่วน ค่อนข้างนุ่ม –     ปริมาณอมิโลส 24-29 % ผลผลิต ประมาณ 600 กิโลกรัมต่อไร่

ลักษณะเด่น

–     ต้านทานโรคใบหงิก โรคกาบใบแห้ง โรคไหม้ระยะคอรวง –     คุณภาพการสีดี ข้อควรระวัง

–     ไม่ต้านทานโรคขอบใบแห้ง และโรคใบสีส้ม –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล

พื้นที่แนะนำ ภาคกลาง


ชื่อพันธุ์ กำผาย 15 (Gam Pai 15) ชนิด ข้าวเหนียว ประวัติพันธุ์ ได้จากการรวบรวมพันธุ์โดยพนักงานเกษตรอำเภอ จากอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เมื่อ พ.ศ. 2493-2494 จำนวน 99 รวง และปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ที่สถานีทดลองข้าวพาน และสถานีทดลองข้าวสันป่าตอง ระหว่าง พ.ศ.2500-2505 คัดเลือกได้สายพันธุ์ กำผาย 30-12-15 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์ุ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2505

ลักษณะประจำพันธุ์ –     เป็นข้าวเหนียวต้นสูง สูงประมาณ 168 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 30 พฤศจิกายน –     ระยะพักตัวของเมล็ด ประมาณ 6 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.8 x 7.2 x 2.0 มิลลิเมตร ผลผลิต ประมาณ 569 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –     เป็นข้าวต้นสูง ปลูกในที่ลุ่มภาคเหนือได้ดี –     คุณภาพการสีดี คุณภาพข้าวสุก เหนียวนุ่ม –     รวงใหญ่ ยาว น้ำหนักเมล็ดดี –     ต้านทานโรคไหม้ และโรคใบสีส้มปานกลาง ข้อควรระวัง –     ไม่ต้านทานโรคขอบใบแห้ง –     ไม่ต้านทานแมลงบั่ว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พื้นที่แนะนำ ภาคเหนือ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นพื้นที่ลุ่ม


ชื่อพันธุ์          เก้ารวง 88 (Gow Ruang 88) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการรวบรวมพันธุ์โดยพนักงานเกษตร จากอำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2493-2494 จำนวน 203 รวง แล้วนำไปคัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ตามสถานีทดลองข้าวต่างๆ จนได้สายพันธุ์ เก้ารวง 17-2-88 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2505

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 140 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     ลำต้นและใบสีเขียวเข้ม เมล็ดข้าวรูปร่างเรียวยาว –     ข้าวเปลือกสีฟาง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 21 พฤศจิกายน –     ระยะพักตัวของเมล็ด ประมาณ 8 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา =2.2 x 7.3 x 1.7 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 22-26% –     คุณภาพข้าวสุก ร่วน นุ่ม ผลผลิต ประมาณ 420 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น

–     น้ำหนักเมล็ดข้าวเปลือกดี คุณภาพการสีดี ได้ข้าวสารใส แกร่ง –     ต้านทานเพลี้ยจักจั่นสีเขียว ข้อควรระวัง

–     ไม่ต้านทานโรคไหม้ และโรคใบสีส้ม –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และแมลงบั่ว พื้นที่แนะนำ ภาคกลาง


ชื่อพันธุ์ ขาวดอกมะลิ 105 (Khao Dawk Mali 105) ชนิด ข้าวเจ้าหอม ประวัติพันธุ์ ได้มาโดยนายสุนทร สีหะเนิน เจ้าพนักงานข้าว รวบรวมจากอำเภอบางคล้าจังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อ พ.ศ.2493-2494 จำนวน 199 รวง แล้วนำไปคัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ (Pure Line Selection) และปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ที่สถานีทดลองข้าวโคกสำโรง แล้วปลูกเปรียบเทียบพันธุ์ท้องถิ่นในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนได้สายพันธุ์ขาวดอกมะลิ 4-2-105 ซึ่งเลข 4 หมายถึง สถานที่เก็บรวงข้าว คืออำเภอบางคล้า เลข 2 หมายถึงพันธุ์ทดสอบที่ 2 คือ ขาวดอกมะลิ และเลข 105 หมายถึง แถวหรือรวงที่ 105 จากจำนวน 199 รวง การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2502

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 140 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –      ลำต้นสีเขียวจาง ใบสีเขียวยาวค่อนข้างแคบ ฟางอ่อน ใบธงทำมุมกับคอรวง เมล็ดข้าวรูร่างเรียวยาว –     ข้าวเปลือกสีฟาง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 25 พฤศจิกายน –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.1 x 7.5 x 1..8 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 12-17 % –     คุณภาพข้าวสุก นุ่ม มีกลิ่นหอม ผลผลิต ประมาณ 363 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น

–     ทนแล้งได้ดีพอสมควร –     เมล็ดข้าวสารใส แกร่ง คุณภาพการสีดี –     คุณภาพการหุงต้มดี อ่อนนุ่ม มีกลิ่นหอม –     ทนต่อสภาพดินเปรี้ยว และดินเค็ม ข้อควรระวัง

–     ไม่ต้านทานโรคใบสีส้ม โรคขอบใบแห้ง โรคไหม้ และโรคใบหงิก –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นสีเขียว และหนอนกอ พื้นที่แนะนำ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนบน


ชื่อพันธุ์ ขาวตาแห้ง 17 (Khao Tah Haeng 17) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ เป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่ชนะการประกวดเมื่อ พ.ศ.2499 แล้วนำไปปลูกคัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ ตามสถานีทดลองข้าวต่างๆ ทั่วประเทศ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ให้ใช้ขยายพันธุ์เมื่อ พ.ศ.2499 แต่เนื่องจากไม่ต้านทานโรคไหม้ จึงได้ยกเลิกไปเมื่อ พ.ศ.2506 และได้นำกลับมาขยายพันธุ์ใหม่ ในปี พ.ศ.2508 เนื่องจากเป็นพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดี โรงสีรับซื้อและให้ราคาดี จึงเป็นที่นิยมปลูกของชาวนามาโดยตลอด การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์ เมื่อปี พ.ศ.2499 และ พ.ศ.2508 ลักษณะประจำพันธุ์ –     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 150 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     ลำต้นสีเขียว กอแผ่กระจาย แตกกอดี เมล็ดข้าวมีรูปร่างเรียวยาว –     ข้าวเปลือกสีเหลืองจาง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 20 ธันวาคม –     ระยะพักตัวของเมล็ด ประมาณ 8 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.3 x 7.5 x 1.8 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 24-25 % –     คุณภาพข้าวสุกร่วน นุ่ม ผลผลิต ประมาณ 473 กิโลกรัม ต่อไร่ ลักษณะเด่น เหมาะสำหรับปลูกในที่ลุ่ม –     แตกกอดี ต้นสูง เก็บเกี่ยวง่าย –     คุณภาพการสีดี ได้เมล็ดข้าวสารใส แกร่ง –     โรงสีมีความต้องการสูง จำหน่ายได้ราคาดี –     ต้านทานแมลงบั่วปานกลาง ข้อควรระวัง –     ต้นข้าวอ่อน ล้มง่าย –     น้ำหนักเมล็ดเบา ผลผลิตค่อนข้างต่ำ –     ไม่ต้านทานโรคขอบใบแห้ง โรคไหม้ โรคใบสีส้ม และโรคใบหงิก –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นสีเขียว และหนอนกอ พื้นที่แนะนำ ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง

ชื่อพันธุ์ ขาวปากหม้อ 148 (Khao Pahk Maw 148) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการรวบรวมพันธุ์โดยนายทอง ฝอยหิรัญ พนักงานเกษตร จากอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เมื่อปี พ.ศ.2495-2496 จำนวน 196 รวง แล้วนำมาคัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ตามสถานีทดลองข้าวต่างๆ จนได้สายพันธุ์ขาวปากหม้อ 55-3-148 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2508 ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 140 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     ลำต้นสีเขียว แตกกอดี ทรงกอตั้งตรง ใบกว้างและยาว เมล็ดมีรูปร่างเรียวยาว –     ข้าวเปลือกสีฟาง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 3 ธันวาคม –     ระยะพักตัวของเมล็ด ประมาณ 6 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.3 x 7.6 x 1.9 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลสส 22-26 % –     คุณภาพข้าวสุก ร่วน นุ่ม

ผลผลิต ประมาณ 415 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น

–     เป็นข้าวต้นสูง ปลูกได้ดีในที่ลุ่ม –     คุณภาพการสีดี ได้เมล็ดข้าวสารสวยใส แกร่ง –     คุณภาพการหุงต้ม ร่วน นุ่ม –     รวงยาวใหญ่ เมล็ดมีน้ำหนัก ข้อควรระวัง

–     ต้นข้าวค่อนข้างอ่อน ล้มง่าย –     นวดค่อนข้างยาก –     ไม่ต้านทานโรคใบสีส้ม เป็นโรคขอบใบแห้ง และโรคใบจุดสีน้ำตาลปานกลาง –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดน้ำตาล พื้นที่แนะนำ ภาคกลาง และพื้นที่ลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ชื่อพันธุ์ ข้าวเจ้าหอมพิษณุโลก 1 (Khao’ Jow Hawm Phitsanulok 1) ชนิด ข้าวเจ้า คู่ผสม ขาวดอกมะลิ 105 / LA29’73NF1U-14-3-1-1// IR58 ประวัติพันธุ์ –     ได้จากการผสมพันธุ์ 3 ทาง ระหว่างพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และสายพันธุ์ LA29’73NF1U-14-3-1-1 กับIR58 ที่สถานีทดลองข้าวสุพรรณบุรี ในปี พ.ศ. 2525-2526 –     พ.ศ. 2528-2533 นำไปปลูกคัดเลือกที่ศูนย์วิจัยข้าวพิษณุโลก ตั้งแต่ชั่วที่ 2-7 จนได้สายพันธุ์ SPRLR83228-PSL-32-1 การรับรองพันธุ์     –     คณะกรรมการบริหารกรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2541

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 160 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 25 พฤศจิกายน –     ลำต้นสูง ทรงกอตั้ง ฟางแข็งปานกลาง ใบสีเขียว ใบธงเอน คอรวงยาว รวงแน่นปานกลาง ระแง้ถี่ –     เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 11 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.1 x 7.4 x 1.7 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 14.9% ผลผลิต ประมาณ 579 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น ผลผลิตสูง มีเสถียรภาพในการให้ผลผลิต –     ค่อนข้างต้านทานต่อโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง และโรคใบหงิก –      เป็นข้าวอายุหนักกว่าพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ประมาณ 1 สัปดาห์ จึงสามารถปลูกเสริมพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 เพื่อช่วยในการกระจายแรงงานในการเก็บเกี่ยว –     คุณภาพเมล็ดดี สามารถสีเป็นข้าวสาร 100 % ได้ –     คุณภาพหุงต้มและรับประทานดี นุ่มเหนียว และหอมเหมือนพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ข้อควรระวัง

–     ไม่ต้านทานโรคใบสีส้ม –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และเพลี้ยจักจั่นสีเขียว พื้นที่แนะนำ ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง


ชื่อพันธุ์ เฉี้ยงพัทลุง (Chiang Phatthalung) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมือง มีชื่อเดิมหลายชื่อได้แก่ ขาวกาหวิน เปอร์วิต ขาวมาเล บางแก้ว นายเฉี้ยง ทองเรือง เกษตรกรอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ได้นำข้าวพันธุ์นี้จากอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ไปปลูกที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอระโนด เป็นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2517 เพื่อแก้ปัญหาความแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วงปลายฤดู และเป็นที่นิยมปลูกแพร่หลายในเวลาต่อมา ในปี พ.ศ. 2530 สถานีทดลองข้าวปัตตานีได้เก็บรวบรวมข้าวพันธุ์ดังกล่าวจากแปลงนาเกษตรกรในอำเภอระโนด จังหวัดสงขลา และทำการคัดเลือกแบบหมู่จนได้สายพันธุ์เฉี้ยงพัทลุง การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์แนะนำ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2537

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 150 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณกลางเดือนมกราคม –     ใบสีเขียว ใบธงแผ่เป็นแนวนอน คอรวงยาว รวงยาวปานกลาง ระแง้ค่อนข้างถี่ –     เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 1 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.1 x 6.7 x 1.6 มิลลิเมตร –     มีท้องไข่ปานกลาง –     ปริมาณอมิโลส 27% ผลผลิต ประมาณ 470 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น

–     ให้ผลผลิตค่อนข้างสูง –     สามารถปรับตัวได้ดีทั้งในพื้นที่ที่เป็นนาดอน และนาลุ่ม –     คุณภาพการสีดี –     เป็นพันธุ์ที่ตลาดมีความต้องการสูง ข้อควรระวัง อ่อนแอต่อโรคไหม้ในระยะกล้า จึงควรหลีกเลี่ยงการตกกล้าแห้ง พื้นที่แนะนำ ภาคใต้


ชื่อพันธุ์ ชุมแพ 60 (Chum Phae 60) ชนิด ข้าวเจ้า คู่ผสม กำผาย 41/ เหลืองทอง 78 ประวัติพันธุ์ ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่าง พันธุ์กำผาย 41 และพันธุ์เหลืองทอง 78 ที่สถานีทดลองข้าวสันป่าตอง ในปี 2504 ปลูกศึกษาพันธุ์ เปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานีและระหว่าง สถานีในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนได้สายพันธุ์ SPT6118-34 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2530

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นพันธุ์ข้าวเจ้า สูงประมาณ 160-180 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 27 พฤศจิกายน –      ลำต้นและใบสีเขียว กอตั้งตรง แตกกอดี ต้นแข็งไม่ล้มง่าย ใบแคบยาว ใบธงตก รวงและคอรวงยาว เมล็ดเรียวยาวร่วงยาก มีท้องไข่ปานกลาง –     ข้าวเปลือกสีฟาง สาแหรกสีน้ำตาล และมีขนสั้น –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 9 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.3 x 7.6 x 1.8 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 27.35 % –     คุณภาพข้าวสุก ร่วน แข็ง ผลผลิต ประมาณ 564 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น

–     ให้ผลผลิตสูงในที่ลุ่มสภาพนาน้ำฝน –     ต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในสภาพแปลง –     ค่อนข้างต้านทานต่อเพลี้ยจักจั่นสีเขียว และเพลี้ยกระโดดหลังขาวในสภาพเรือนทดลอง –     ทนดินเค็มปานกลาง ข้อควรระวัง

–     ไม่เหมาะสำหรับนาที่ดอน –     ไม่ต้านทานโรคไหม้ และโรคขอบใบแห้ง พื้นที่แนะนำ ในที่ลุ่มสภาพนาน้ำฝน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ชื่อพันธุ์ นางพญา 132 (Nahng Pa-yah 132) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการรวบรวมข้าวพันธุ์พื้นเมือง จากอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. 2493 แล้วนำไปปลูกคัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ตามสถานีทดลองข้าวต่างๆ จนได้สายพันธุ์ นางพญา 37-30-132 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2505

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 175 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     ลำต้นและใบสีเขียว แตกกอดี คอรวงยาว เมล็ดข้าวมีรูปร่างเรียวยาว –     ข้าวเปลือกสีฟาง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 16 กุมภาพันธ์ –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 3 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.2 x 7.6 x 1.7 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 28-32 % –     คุณภาพข้าวสุก ร่วน แข็ง ผลผลิต ประมาณ 486 กิโลกรัมต่อไร่

ลักษณะเด่น

–     เป็นข้าวต้นสูง เหมาะที่จะปลูกในที่ลุ่มทั่วไปของภาคใต้ –     มีคอรวงยาวเหมาะที่จะเก็บเกี่ยวด้วยแกระ –     ลำต้นแข็งไม่ล้มง่าย –     แตกกอดี –     ค่อนข้างต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล และโรคใบสีส้ม –     ค่อนข้างต้านทานเพลี้ยจักจั่นสีเขียว ข้อควรระวัง

–     มักมีเมล็ดลีบที่โคนรวง –     ไม่ต้านทานโรคไหม้ และโรคใบหงิก –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและหนอนกอ พื้นที่แนะนำ ภาคใต้


ชื่อพันธุ์ นางมล เอส-4 (Nahng Mon S-4) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้มาจากการรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นเมือง จากตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เมื่อ พ.ศ. 2493 นำมาปลูกคัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ในสถานีทดลองข้าวต่างๆ จนได้สายพันธุ์ที่ดีที่สุด การรับรองพันธุ์ – คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ให้ใช้ขยายพันธ์เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อ พ.ศ. 2499,2504,2508

ลักษณะประจำพันธุ์ –     เป็นข้าวเจ้า ต้นสูงประมาณ 140 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     ลำต้นสีเขียว ใบกว้าง รวงใหญ่และยาว เมล็ดรูปร่างยาวเรียว –     ข้าวเปลือกสีฟาง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 26 พฤศจิกายน –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 5 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.4 x 7.7 x 1.8 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 19 % –     คุณภาพข้าวสุก นุ่ม มีกลิ่นหอม ผลผลิต ประมาณ 436 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –     ทนแล้งได้ดี ปลูกเป็นข้าวไร่ได้ –     ทนน้ำลึกได้ดี แต่ไม่เกิน 1 เมตร –     คุณภาพการสีดี ได้เมล็ดข้าวสารสวย ใส แกร่ง –     อายุค่อนข้างเบา เก็บเกี่ยวได้เร็ว ข้อควรระวัง –     เมล็ดร่วงง่าย –     ไม่ต้านทานโรคไหม้ โรคใบสีส้ม และโรคขอบใบแห้ง –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พื้นที่แนะนำ ภาคกลาง


ชื่อพันธุ์ น้ำสะกุย 19 (Nam Sa-gui 19) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการรวบรวมพันธุ์โดยนายสมพงษ์ บุญเย็น พนักงานเกษตร เมื่อปี พ.ศ.2507 จำนวน 300 รวง จากอำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วนำไปคัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ ตามสถานีทดลองข้าวต่างๆ จนได้สายพันธุ์ น้ำสะกุย 445-4-19 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์ เมื่อ ปี พ.ศ. 2511

ลักษณะประจำพันธุ์ –     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 143 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     ข้อต่อระหว่างกาบใบและตัวใบสีม่วง แตกกอดี ทรงกอแผ่เล็กน้อย เมล็ดข้าวยาวเรียว –     ข้าวเปลือกสีฟางก้นจุด –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 4 พฤศจิกายน –     ระยะพักตัวของเมล็ด ประมาณ 3 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.2 x 7.7 x 1.8 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 30-31 % –     คุณภาพข้าวสุก ร่วน แข็ง ผลผลิต ประมาณ 499 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –     แตกกอดี ลำต้นแข็ง อายุเบาเหมาะสมกับพื้นที่ฝนหมดเร็ว –     คุณภาพการสีดี ได้เมล็ดข้าวสารใส เลื่อมมัน –     ต้านทานเพลี้ยจักจั่นสีเขียว ค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ข้อควรระวัง –     ไม่ต้านทานโรคไหม้ โรคใบจุดสีน้ำตาล โรคขอบใบแห้ง และโรคใบสีส้ม –     ไม่ต้านทานแมลงบั่ว พื้นที่แนะนำ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ชื่อพันธุ์ เผือกน้ำ 43 (Peuak Nam 43) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการรวบรวมข้าวพันธุ์พื้นเมือง จากอำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี แล้วนำไปปลูกคัดเลือก แบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ จนได้สายพันธุ์เผือกน้ำ 184-5-43 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2511

ลักษณะประจำพันธุ์ –     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 166 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     ลำต้นและใบสีเขียว แตกกอมาก รวงใหญ่ คอรวงยาว เมล็ดข้าวเรียวยาว –     ข้าวเปลือกสีฟาง –     ท้องไข่ปานกลาง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 22 กุมภาพันธ์ –     ระยะพักตัวของเมล็ด ประมาณ 4 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.1 x 7.1 x 1.7 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 24-27% –     คุณภาพข้าวสุก ร่วน ค่อนข้างแข็ง ผลผลิต ประมาณ 450 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –     ลำต้นแข็งไม่ล้มง่าย เก็บเกี่ยวง่าย –     รวงใหญ่ และคอรวงยาว –     แตกกอดี –     ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาลปานกลาง ข้อควรระวัง –     เมล็ดร่วงง่ายในขณะที่เก็บเกี่ยว –     ไม่ต้านทานโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง และโรคใบสีส้ม –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และแมลงบั่ว พื้นที่แนะนำ ภาคใต้


ชื่อพันธุ์ ปทุมธานี 60 (Pathum Thani 60) ชนิด ข้าวเจ้า คู่ผสม ดอกมะลิ 70*2 / ไชนีส 345 ประวัติพันธุ์ ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์ดอกมะลิ 70 กับสายพันธุ์ไชนีส 345 เมื่อ ปี พ.ศ.2501 ที่สถานีทดลองข้าวสันป่าตอง และนำไปปลูกคัดเลือกในสถานีทดลองข้าวภาคกลาง จนได้สายพันธุ์ SPT5837-400 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรองเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2530

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 159 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 25 พฤศจิกายน –     ลำต้นและใบสีเขียว มีขนบนใบ รวงแน่น ระแง้ถี่ คอรวงยาว เมล็ดเรียวยาว –     ท้องไข่น้อย –     เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 5 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.3 x 7.5 x 1.8 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 27-32 % –     คุณภาพข้าวสุก ค่อนข้างร่วน มีกลิ่นหอม ผลผลิต ประมาณ 517 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น

–     คุณภาพเมล็ดดี เรียวยาว เลื่อนมัน ใสแกร่ง –     มีท้องไข่น้อย คุณภาพการสีดี –     ต้านทานโรคกาบใบเน่า และโรคใบหงิก ในสภาพธรรมชาติ ข้อควรระวัง

–     ไม่ต้านทานโรคไหม้ โรคใบสีส้ม และโรคขอบใบแห้ง –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และหนอนกอ พื้นที่แนะนำ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก


ชื่อพันธุ์ พวงไร่ 2 (Puang Rai 2 ) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการรวบรวมพันธุ์พื้นเมือง โดยนายประวิทย์ สายทอง และ นายชัยทัศน์ นิจจสาร พนักงานเกษตร จากอำเภอเมือง จังหวัดเพชราบุรี จำนวน 85 รวง นำไปคัดเลือกแบบคันพันธุ์บริสุทธิ์ ตามสถานีทดลองข้าวต่างๆ จนได้สายพันธุ์ พวงไร่ 20-55-2 การรับรองพันธ์ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์ เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อ 13 มิถุนายน 2511

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 170 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     ลำต้นและใบสีเขียว ต้นสูง กอแผ่ –     เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง –     อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 6 กุมภาพันธ์ –     ท้องไข่น้อย –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 4 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้างx ยาว x หนา = 2.3 x 7.5 x 1.9 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 28-30 % –     คุณภาพข้าวสุก ร่วน ค่อนข้างแข็ง ผลผลิต ประมาณ 437 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น

–     เป็นข้าวเบาปลูกได้ดีในที่ลุ่มภาคใต้ –     คุณภาพการสีดี เมล็ดข้าวสารสวยใส แกร่ง –     ค่อนข้างต้านทานต่อโรคใบจุดสีน้ำตาล –     ต้านทานเพลี้ยจักจั่นสีเขียว ข้อควรระวัง

–     ล้มง่าย –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และแมลงบั่ว พื้นที่แนะนำ ภาคใต้


ชื่อพันธุ์ พัทลุง 60 (Phatthalung 60 ) ชนิด ข้าวเจ้า ชื่อคู่ผสม กข13 / กข7 ประวัติพันธุ์ ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์ กข13 และพันธุ์ กข7 ที่สถานีทดลองข้าวควนกุฎ (ศูนย์วิจัยข้าวพัทลุง) ในปี พ.ศ. 2520 ปลูกคัดเลือกจนถึงชั่วที่ 5 ที่สถานีทดลองข้าว นครศรีธรรมราช จนได้สายพันธุ์ KGTLR77003-3-NSR-1-1 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2530

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 156 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 6 -13 มกราคม –     ต้นค่อนข้างแข็ง ล้มยาก มีรวงแน่น ระแง้ถี่ เมล็ดมาก รวงยาวและใหญ่ คอรวงยาว เมล็ดค่อนข้างป้อม ท้องไข่ปานกลาง –     ข้าวเปลือกสีฟาง อาจมีกระน้ำตาล


ชื่อพันธุ์ พิษณุโลก 3 (Phitsanulok 3) ชนิด ข้าวเจ้า คู่ผสม กข27 / LA29’73-NF1U-14-13-1-1 ประวัติพันธุ์ ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์ กข27 และสายพันธุ์ LA29’73-NF1U-14-13-1-1 ในปี พ.ศ. 2525 ที่สถานีทดลองข้าวสุพรรณบุรี ปลูกคัดเลือกจนได้สายพันธุ์ SPRLR82129-PSL-148-3-2 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการบริหารกรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2545

ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 167 เซนติเมตร –    ไวต่อช่วงแสง –    อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 1-10 ธันวาคม –    กอตั้ง ใบสีเขียว รวงแน่น ระแง้ถี่ คอรวงยาว ต้นแข็ง –    เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง –    ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 9 สัปดาห์ –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.1 x 7.4 x 1.7 มิลลิเมตร –    ปริมาณอมิโลส 23.6 % –    คุณภาพข้าวสุก ร่วน นุ่ม ผลผลิต ประมาณ 604 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –    ต้านทานโรคไหม้ในภาคกลางได้ดีกว่า กข27 และ ขาวตาแห้ง 17 ข้อควรระวัง –    ไม่ต้านทานโรคไหม้ในบางพื้นที่ และไม่ต้านทานโรคขอบใบแห้ง –    ไม่ต้านทานแมลงบั่ว และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พื้นที่แนะนำ –    พื้นที่ลุ่มในเขตภาคเหนือตอนล่างที่ต้องการข้าวอายุปานกลาง


ชื่อพันธุ์ พิษณุโลก 60-1 (Phitsanulok 60-1) ชนิด ข้าวเจ้า คู่ผสม ขาวดอกมะลิ 105 / นางมล เอส-4 / / ไออาร์26 ประวัติพันธุ์ ได้จากการผสม 3 ทาง ระหว่างพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และพันธุ์นางมล เอส -4 กับพันธุ์ ไออาร์26 ที่สถานีทดลองข้าวสุพรรณบุรี ในปี พ.ศ. 2516-2517 ปลูกคัดเลือกจนได้สายพันธุ์ SPR7419-179-4-1 การรับรองพันธุ์     คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2530

ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 140-160 เซนติเมตร –    ไวต่อช่วงแสง –    อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 30 พฤศจิกายน -15 ธันวาคม –    ลำต้นแข็งสีเขียวอ่อน ใบสีเขียวแคบ ยาวปานกลาง ใบธงสั้น รวงยาว ระแง้ถี่ เมล็ดยาวเรียว –    ข้าวเปลือกสีฟาง ท้องไข่น้อย –    ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 7-8 สัปดาห์ –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว xหนา = 2.2 x 7.3 x 1.7 มิลลิเมตร –    ปริมาณอมิโลส 17 % –    คุณภาพข้าวสุก นุ่ม เหนียว ผลผลิต ประมาณ 550 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –    ค่อนข้างต้านทานโรคขอบใบแห้ง โรคใบหงิก และโรคกาบใบเน่า –    ต้านทานแมลงบั่ว ข้อควรระวัง –    ไม่ต้านทานโรคไหม้ และโรคใบสีส้ม พื้นที่แนะนำ –    ภาคกลางตอนบน ที่มีระดับน้ำไม่เกิน 75 เซนติเมตร โดยเฉพาะในแหล่งที่มีแมลงบั่วระบาด


ชื่อพันธุ์ ลูกแดงปัตตานี ( Look Daeng Pattani ) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการเก็บรวบรวมข้าวพันธุ์พื้นเมือง จากบริเวณชายฝั่งซึ่งน้ำทะเลท่วมถึง และพื้นที่ที่มีสภาพเป็นดินเปรี้ยวจากตำบลกำช่า ตำบลบางเขา และตำบลตุยง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เมื่อปี พ.ศ. 2528 นำไปปลูกทดสอบในเรือนทดลอง พร้อมทั้งปลูกศึกษาและ คัดเลือกพันธุ์ที่สถานีทดลองข้าวปัตตานี การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์ แนะนำ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2537

ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 160 เซนติเมตร –    ไวต่อช่วงแสง –    อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ มกราคม – กุมภาพันธ์ –    ต้นค่อนข้างแข็ง ใบสีเขียวอ่อน และตั้งตรง ใบธงแผ่เป็นแนวนอน รวงยาว ระแง้ถี่ –    เมล็ดข้าวเปลือกสีน้ำตาลแดงเข้ม –    ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 4 สัปดาห์ –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.5 x 7.5 x 1.8 มิลลิเมตร –    ท้องไข่ค่อนข้างมาก –    ปริมาณอมิโลส 25 % ผลผลิต –    ประมาณ 418 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –    ทนต่อสภาพดินเค็มและดินเปรี้ยวได้ดี –    ค่อนข้างต้านทานโรคไหม้ –    คุณภาพการสีดี –    คุณภาพหุงต้มข้าวสุก นุ่ม ข้อควรระวัง –    ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และแมลงบั่ว –    ค้อนข้างอ่อนแอต่อโรคขอบใบแห้ง พื้นที่แนะนำ พื้นที่นาดินเปรี้ยวและดินเค็มภาคใต้ ในเขตจังหวัดพัทลุง สงขลา สตูล ปัตตานี และนราธิวาส


ชื่อพันธุ์ เล็บนกปัตตานี ( Leb Nok Pattani ) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการเก็บรวบรวมข้าวพันธุ์พื้นเมือง ที่นิยมปลูกทางภาคใต้ โดยนักวิชาการ จากสถานีทดลองข้าวปัตตานี เมื่อปี พ.ศ. 2527 จำนวน 307 พันธุ์ จาก 107 อำเภอ 14 จังหวัด ปลูกคัดเลือกพันธุ์แบบหมู่และคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์ จนได้สายพันธุ์เล็บนก (PTNC84210)

การรับรองพันธุ์     ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 170 เซนติเมตร –    ไวต่อช่วงแสง –    อายุเก็บเกี่ยว ประมาณกุมภาพันธ์ –    ใบธงแผ่เป็นแนวนอน คอรวงยาว รวงยาวแน่น ระแง้ถี่ –    เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง ก้นจุด –    ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 3 สัปดาห์ –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.1 x 6.0 x 1.7 มิลลิเมตร –    ท้องไข่ปานกลาง –    ปริมาณอมิโลส 26 % –    คุณภาพข้าวสุก ร่วน นุ่ม ผลผลิต –    ประมาณ 480 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –    คุณภาพการสี และหุงต้มดี –    แปรรูปเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว คุณภาพดี มีความนุ่มเหนียว ข้อควรระวัง –    มีอายุการเก็บเกี่ยวล่า ไม่ควรปลูกในพื้นที่นาดอน –    ไม่ต้านทานโรคไหม้ในระยะกล้า จึงควรหลีกเลี่ยงการตกกล้าแห้ง พื้นที่แนะนำ     พื้นที่นาลุ่ม น้ำแห้งช้าในเขตจังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุงคณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์แนะนำ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2537


ชื่อพันธุ์ หางยี 71 ( Hahng Yi 71 ) ชนิด ข้าวเหนียว ประวัติพันธุ์ ได้จากการรวบรวมพันธุ์ โดยพนักงานข้าว จากอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เมื่อปี พ.ศ. 2506 ปลูกคัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ตามสถานีทดลองข้าวต่างๆ จนได้สายพันธุ์ หางยี 563-2-71 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์ เมื่อ พ.ศ. 2511

ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นข้าวเหนียว สูงประมาณ 152 เซนติเมตร –    ไวต่อช่วงแสง ปลูกได้เฉพาะฤดูนาปี –    ลำต้นสีเขียว ใบแคบ และยาว สีเขียวเข้ม รวงอ่อนมีระแง้แผ่ออกคล้ายตีนนก –    เมล็ดข้าวยาวเรียว –    ข้าวเปลือกสีน้ำตาล –    อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 4 พฤศจิกายน –    ระยะพักตัวของเมล็ด ประมาณ 1 สัปดาห์ –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.1 x 7.1 x 1.8 มิลลิเมตร –    คุณภาพข้าวสุก เหนียวนุ่ม ผลผลิต ประมาณ 506 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –    ต้านทานโรคไหม้ –    ค่อนข้างต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล –    เป็นข้าวต้นสูง อายุเบา เหมาะกับสภาพที่ดอนที่น้ำหมดเร็ว ข้อควรระวัง –    ไม่ต้านทานโรคขอบใบแห้ง โรคใบสีส้ม –    ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล และแมลงบั่ว พื้นที่แนะนำ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ชื่อพันธุ์ เหมยนอง 62 เอ็ม ( Muey Nawng 62 M ) ชนิด ข้าวเหนียว ประวัติพันธุ์ ได้จากการรวบรวมพันธุ์โดยเจ้าหน้าที่ของสถานีกสิกรรมแม่โจ้ เมื่อปี พ.ศ. 2494 และนายมณี เชื้อวิโรจน์ เจ้าหน้าที่วิชาการ สถานีทดลองข้าวสันป่าตอง นำมาปลูกคัดเลือกและเปรียบเทียบพันธุ์ในสถานีทดลองข้าวต่างๆ ในภาคเหนือ จนได้พันธุ์เหมยนอง 62 เอ็ม การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ให้ใช้ขยายพันธุ์ เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2502

ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นข้าวเหนียว สูงประมาณ 150 เซนติเมตร –    ไวต่อช่วงแสง –    ลำต้นและขอบใบสีม่วง แต่เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว กอค่อนข้างแผ่ เมล็ดสั้นป้อม –    ข้าวเปลือกสีฟางกระน้ำตาล ก้นจุด –    อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 20 พฤศจิกายน –    ระยะพักตัวของเมล็ด ประมาณ 1 สัปดาห์ –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.9 x 6.6 x 2.0 มิลลิเมตร –    คุณภาพข้าวสุก เหนียวนุ่ม ผลผลิต ประมาณ 540 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –    ต้านทานแมลงบั่ว –    ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล และค่อนข้างต้านทานโรคใบสีส้ม ข้อควรระวัง –    เมล็ดมีระยะพักตัวสั้น ดังนั้นเมื่อเมล็ดข้าวสุกแก่ให้รีบเก็บเกี่ยวทันที –    นวดยาก –    ไม่ต้านทานโรคไหม้ โรคขอบใบแห้ง –    ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พื้นที่แนะนำ ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการระบาดของแมลงบั่ว


ชื่อพันธุ์ เหนียวสันป่าตอง (Niaw San-pah-tawng ) ชนิด ข้าวเหนียว ประวัติพันธุ์ ได้จากการคัดเลือกข้าวเจ้าสายพันธุ์เหลืองใหญ่ 10-137-1 ซึ่งกลายพันธุ์เป็นข้าวเหนียว โดยนายมณี เชื้อวิโรจน์ เจ้าหน้าที่วิชาการ สถานีทดลองข้าวสันป่าตอง นำไปปลูกคัดพันธุ์ใหม่ จนได้พันธุ์เหนียวสันป่าตอง 137-1-16 การรับรองพันธุ์        คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อ วันที่ 6 พฤษภาคม 2505

ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นข้าวเหนียว สูงประมาณ 150 เซนติเมตร –    ไวต่อช่วงแสง –    ทรงกอแฝเล็กน้อย ต้นค่อนข้างแข็ง รวงยาว เมล็ดยาวเรียว –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.1 x 7.2 x 1.3 มิลลิเมตร –    ข้าวเปลือกสีน้ำตาล –    อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 26 พฤศจิกายน –    ระยะพักตัวของเมล็ด ประมาณ 6 สัปดาห์ –    คุณภาพข้าวสุก เหนียวนุ่ม ผลผลิต –    ประมาณ 526 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –    ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล และค่อนข้างต้านทานโรคไหม้ ข้อควรระวัง –    ไม่ต้านทานโรคขอบใบแห้ง โรคใบสีสด –    ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและแมลงบั่ว –    กลายพันธุ์เป็นข้าวเจ้าได้ง่าย พื้นที่แนะนำ –    ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ชื่อพันธุ์     เหนียวสันป่าตอง (Niaw San-pah-tawng ) ชนิด     ข้าวเหนียว ประวัติพันธุ์     ได้จากการคัดเลือกข้าวเจ้าสายพันธุ์เหลืองใหญ่ 10-137-1 ซึ่งกลายพันธุ์เป็นข้าวเหนียว โดยนายมณี เชื้อวิโรจน์ เจ้าหน้าที่วิชาการ สถานีทดลองข้าวสันป่าตอง นำไปปลูกคัดพันธุ์ใหม่ จนได้พันธุ์เหนียวสันป่าตอง 137-1-16 การรับรองพันธุ์        คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อ วันที่ 6 พฤษภาคม 2505 ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นข้าวเหนียว สูงประมาณ 150 เซนติเมตร –    ไวต่อช่วงแสง –    ทรงกอแฝเล็กน้อย ต้นค่อนข้างแข็ง รวงยาว เมล็ดยาวเรียว –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.1 x 7.2 x 1.3 มิลลิเมตร –    ข้าวเปลือกสีน้ำตาล –    อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 26 พฤศจิกายน –    ระยะพักตัวของเมล็ด ประมาณ 6 สัปดาห์ –    คุณภาพข้าวสุก เหนียวนุ่ม ผลผลิต –    ประมาณ 526 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –    ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล และค่อนข้างต้านทานโรคไหม้ ข้อควรระวัง –    ไม่ต้านทานโรคขอบใบแห้ง โรคใบสีสด –    ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและแมลงบั่ว –    กลายพันธุ์เป็นข้าวเจ้าได้ง่าย พื้นที่แนะนำ –    ภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ชื่อพันธุ์ เหนียวอุบล 1 ( Niaw Ubon 1 ) ชนิด ข้าวเหนียว คู่ผสม เหนียวสันป่าตอง* 2 / ไออาร์262 ประวัติพันธุ์ ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์เหนียวสันป่าตอง และพันธุ์ ไออาร์262 ในปีพ.ศ.2509 แล้วผสมกลับไปหาพันธุ์เหนียว สันป่าตองอีกครั้งหนึ่ง ในปี พ.ศ.2510 ที่สถานีทดลองข้าวบางเขน ทำการคัดเลือกต่อที่สถานีทดลองข้าวอุบลราชธานี จนได้สายพันธุ์ UBN6721-11-1- 6(3) การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2526

ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นข้าวเหนียว สูงประมาณ 145 เซนติเมตร –    ไวต่อช่วงแสง –    อายุเก็บเกี่ยว ประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน –    ทรงกอตั้งตรง แตกกอดี ต้นและใบสีเขียวเข้ม ใบธงตั้ง เมล็ดยาวเรียว –    ข้าวเปลือกสีฟาง –    ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 7 สัปดาห์ –    เมล็ดข้าวกล้อง ยาว 7.52 มิลลิเมตร กว้าง x ยาว x หนา = 2014 x 7.52 x1.78 มิลลิเมตร –    คุณภาพข้าวสุก เหนียวนุ่ม ผลผลิต ประมาณ 660 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น ค่อนข้างต้านทานโรคใบสีส้ม ในสภาพธรรมชาติ ข้อควรระวัง ไม่ต้านทานโรคไหม้ โดยเฉพาะระยะออกรวง พื้นที่แนะนำ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ชื่อพันธุ์ เหนียวอุบล 2 ( Niaw Ubon 2 ) ชนิด ข้าวเหนียว คู่ผสม SPT7149-429-3 / IR21848-65-3-2 ประวัติพันธุ์ ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างสายพันธุ์ SPT7149-429-3 และIR21848-65-3-2 ที่สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2525 ปลูกคัดเลือกที่ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานีจนได้ สายพันธุ์ IR43070-UBN-501-2-1-1-1 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อ วันที่ 18 มีนาคม 2541 ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นพันธุ์ข้าวเหนียว สูงประมาณ 118 เซนติเมตร –    ไวต่อช่วงแสง –    อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 15 พฤศจิกายน –    ทรงกอแผ่ ต้นแข็ง ใบสีเขียวเข้ม กาบใบสี เขียว ใบธงตั้งตรง รวงแน่นปานกลาง คอรวงสั้น –    เมล็ดข้าวเปลือกสีน้ำตาล –    ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 3 สัปดาห์ –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.2 x 7.2 x 1.8 มิลลิเมตร –    คุณภาพข้าวสุก เหนียวนุ่ม ผลผลิต ประมาณ 463 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –    ต้านทานโรคไหม้ –    ทนทานดินเค็ม ข้อควรระวัง –    ไม่ควรปลูกในพื้นที่ที่โรคขอบใบแห้งและเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาด เป็นประจำ พื้นที่แนะนำ –    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ชื่อพันธุ์ เหลืองประทิว 123 ( Leuang Pratew 123 ) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการรวบรวมพันธุ์โดยพนังงานเกษตร จากเกษตรกรในอำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2498-2499 ปลูกคัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ตามสถานีทดลองข้าวต่างๆ จนได้สายพันธุ์ เหลืองประทิว 126-8-123 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์ เมื่อปี พ.ศ.2508

ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 150 เซนติเมตร –    ไวต่อช่วงแสง –    ลำต้นและใบสีเขียว ใบกว้างและยาว คอรวงยาว –    ข้าวเปลือกสีเหลือง เมล็ดยาวเรียว –    อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 19 ธันวาคม –    ระยะพักตัวของเมล็ด ประมาณ 6 สัปดาห์ –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.3 x 7.6 x 1.8 มิลลิเมตร –    ปริมาณอมิโลส 29-32 % –    คุณภาพข้าวสุก ร่วน แข็ง ผลผลิต ประมาณ 414 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –    คุณภาพการสี ได้ข้าวสารแกร่ง เลื่อมมัน –    ปลูกในดินเปรี้ยวได้ดี ให้ผลผลิตปานกลาง –    ค่อนข้างต้านทานโรคขอบใบแห้งและโรคใบหงิก ข้อควรระวัง –    ไม่ต้านทานโรคไหม้ โรคใบสีส้ม และโรคเขียวเตี้ย –    ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นสีเขียวและหนอนกอ พื้นที่แนะนำ ภาคกลาง


ชื่อพันธุ์     เหลืองใหญ่ 148 ( Leuang Yai 148 ) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการรวบรวมพันธุ์เหลืองใหญ่จากเกษตรกรในอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ่โดยนายพรม ยานะ พนักงานเกษตรอำเภอ เมื่อปี พ.ศ.2499-2501 คัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ ที่สถานีทดลองข้าวสันป่าตอง จนได้สายพันธุ์ เหลืองใหญ่ 228-2-148 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการพิจารณาพันธุ์ ให้ใช้ขยายพันธุ์ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2511

ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นพันธุ์ข้าวเจ้า สูงประมาณ 160 เซนติเมตร –    ลำต้นและใบสีเขียว ลำต้นเล็ก ใบธงค่อนข้างตั้ง –    เมล็ดข้าวเปลือกสีเหลือง –    อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 25 พฤศจิกายน –    ระยะพักตัวของเมล็ด ประมาณ 6 สัปดาห์ –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.6 x 7.8 x 1.8 มิลลิเมตร –    ปริมาณอมิโลส 30-31 % –    คุณภาพข้าวสุก ร่วน แข็ง ผลผลิต ประมาณ 548 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –    ต้านทานโรคใบจุดสีน้ำตาล และโรคขอบใบแห้งปานกลาง ข้อควรระวัง –    ไม่ต้านทานโรคไหม้ และโรคใบสีส้ม –    ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและแมลงบั่ว พื้นที่แนะนำ ภาคเหนือ


ชื่อพันธุ์ เข็มทองพัทลุง (Khem Tawng Phatthalung) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นเมือง จากตำบลท่ามิหรำ อำเมือง จังหวัดพัทลุง แล้วนำไปปลูกคัดเลือกแบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ จนได้สายพันธุ์เข็มทอง PTLC97001-4-2 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการบริหารกรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2547

ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 173 เซนติเมตร –    ไวต่อช่วงแสง –    อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 14 กุมภาพันธ์ –    ต้นสูง ทรงกอตั้ง ฟางแข็ง ไม่ล้ม รวงแน่นปานกลาง ระแง้ถี่ –    ระยะพักตัวประมาณ 2 สัปดาห์ –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.19 x 9.94 x 1.57 เซนติเมตร –    ปริมาณอมิโลส 24.1% –    เมล็ดข้าวสาร สีขาวใส –    คุณภาพข้าวสุก นุ่ม หุงขึ้นหม้อ ผลผลิต ประมาณ 529 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –    ต้านทานโรคขอบใบแห้ง –    ต้นแข็ง ไม่ล้มง่าย ข้อควรระวัง ไม่ต้านทานโรคไหม้ พื้นที่แนะนำ พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดพัทลุง


ชื่อพันธุ์ ข้าวหลวงสันป่าตอง (Khao’ Luang San-pah-tawng) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการรวบรวมพันธุ์พื้นเมืองของเกษตรกรบ้านปางม่วง ต. แจ้ซ้อน อ. เมืองปาน จ. ลำปาง ปลูกศึกษาพันธุ์และเปรียบเทียบผลผลิตที่สถานีทดลองข้างสันป่าตอง และทดสอบพันธุ์ในพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่รอยต่อ อ. เมือง อ.เมืองปาน และ อ. แจ้ห่ม จ. ลำปาง ในปี 2541 – 2546 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการบริหาร กรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2547

ลักษณะประจำพันธุ์ –    ข้าวเจ้า –    ไวต่อช่วงแสง –    อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 15-17 พฤศจิกายน –    กอตั้ง แตกกอมาก ลำต้นตรง แข็ง ไม่ล้มง่าย รวงยาว ระแง้ถี่ คอรวงยาว –    เมล็ดสีฟางกระน้ำตาล –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.93 x 7.11 x 2.07 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 14.26 % –    คุณภาพข้าวสุก นุ่ม เหนียว ผลผลิต เฉลี่ย 582 กก./ไร่ ลักษณะเด่น –    ทนทานสภาพอากาศหนาวเย็นบนพื้นที่สูง –    คุณภาพหุงต้มดี ข้อควรระวัง ไม่ต้านทานแมลงบั่ว พื้นที่แนะนำ นาที่สูงไม่เกิน 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล


ชื่อพันธุ์ แก่นจันทร์ (Gaen Jan) ชนิด ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ ได้จากการเก็บรวบรวมพันธุ์ข้าวพื้นเมืองจากเกษตรกรในอำเภอกระบุรี จังหวัดระนองเมื่อปี พ.ศ.2509 ทำการปลูกคัดเลือกพันธุ์แบบคัดพันธุ์บริสุทธิ์ จนได้สายพันธุ์ แก่นจันทร์707-2-23 การรับรองพันธุ์ คณะกรรมการวิจัยและพัฒนา กรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2526

ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 165 เซนติเมตร –    ไวต่อช่วงแสง –    อายุเก็บเกี่ยวประมาณปลายเดือนมกราคมถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ –    ลักษณะทรงกอแบะ ต้นแข็ง ใบสีเขียว ใบธงเอน รวงยาวมาก ระแง้ถี่ –    เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง –    ระยะพักตัว ประมาณ 5-6 สัปดาห์ –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.16 x 7.06 x 1.58 มิลลิเมตร –    ปริมาณอมิโลส 30-31% –    คุณภาพข้าวสุก ร่วน ผลผลิต ประมาณ 660 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น ค่อนข้างต้านทานโรคใบหงิก โรคใบขีดสีน้ำตาล และเพลี้ยจักจั่นสีเขียว ข้อควรระวัง ไม่ต้านทานโรคไหม้ และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พื้นที่แนะนำ นาน้ำฝนภาคใต้

No Comments

Post A Comment