พันธุ์ข้าวน้ำลึกไวต่อช่วงแสง

Zemanta Related Posts Thumbnail

23 พ.ย. 2010 พันธุ์ข้าวน้ำลึกไวต่อช่วงแสง

พันธุ์ข้าวเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอันดับแรกในการเพิ่มประสิทธิภาพการ ผลิตข้าว โดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนการผลิต ถ้าหากว่ามีพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพ ทั้งข้าวคุณภาพดี ข้าวคุณภาพปานกลาง ข้าวคุณภาพต่ำ และข้าวคุณภาพพิเศษ ที่ตรงกับความต้องการของตลาดและเพื่อทำผลิตภัณฑ์มีความต้านทานต่อโรคแมลง และมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่นแล้วจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายใน การผลิตข้าวหรือเป็นการลดต้นทุนการผลิตข้าวได้เป็นอย่างดี ชื่อพันธุ์ –     กข19 (RD19) ชนิด –     ข้าวเจ้า คู่ผสม –     ไออาร์262 / ปิ่นแก้ว 56 ประวัติพันธุ์ –     ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์ไออาร์262 และพันธุ์ปิ่นแก้ว 56 ที่สถานีทดลองข้าวบางเขนในปี พ.ศ.2512 ปลูกคัดเลือกจนได้สายพันธุ์ BKN6986-147-2 การรับรองพันธุ์ –     คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรองเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2522

ลักษณะประจำพันธุ์

–     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 130 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 15 ธันวาคม –     กาบใบสีเขียวอ่อน ใบสีเขียว สั้นและกว้าง แตกกอดี รูปแบบทรงต้นดี รวงใหญ่ เมล็ดป้อม ร่วงง่าย –     เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง –     ท้องไข่มาก –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 4 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.5 x 7.4 x 1.9 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 26 – 30 % –     คุณภาพข้าวสุก ร่วน แข็ง ผลผลิต –     ประมาณ 570 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น

–     ขึ้นน้ำและยืดตัวได้ดี เมื่อสภาพนาที่มีน้ำลึกประมาณ 1 เมตร –     ้ผลผลิตสูง คอรวงยาว มีเมล็ดต่อรวงมาก –     ทนต่อสภาพน้ำท่วม เมื่อต้นข้าวจมอยู่ใต้ผิวน้ำไม่เกิน 50 เซนติเมตรได้ประมาณ 7 วัน –     มีความสามารถในการชูรวง และงอกรากที่ข้อใต้น้ำได้ดี และเมื่อมีการใส่ปุ๋ยก็จะทำให้ยืดปล้องได้ดียิ่งขึ้น –     ค่อนข้างต้านทานต่อโรคขอบใบแห้ง ข้อควรระวัง –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พื้นที่แนะนำ –     ฤดูนาปีของภาคกลาง ในบริเวณที่ลุ่มน้ำลึกประมาณ 1 เมตร


ชื่อพันธุ์ –     หันตรา 60 (Hantra 60) ชนิด –     ข้าวเจ้า คู่ผสม –     ขาวนางเนย 11 / ซี4-63 ประวัติพันธุ์ –     ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างข้าวขึ้นน้ำพันธุ์ ขาวนางเนย 11 และ พันธุ์ ซี4-63 ที่สถานีทดลองข้าวสุพรรณบุรี เมื่อปี พ.ศ.2515 ปลูกคัดเลือก จนได้สายพันธุ์ SPR7270-18 การรับรองพันธุ์ –     คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2530

ลักษณะประจำพันธุ์ –     เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 155 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     อายุเก็บเกี่ยว ประมาณ 20 – 25 ธันวาคม –     ใบแคบค่อนข้างยาว สีเขียวเข้ม รวงใหญ่ยาว ระแง้ถี่ คอรวงยาว เมล็ดรูปร่างเรียวยาว –     เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 5 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.2 x 7.2 x 1.7 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 25 – 26 % –     คุณภาพข้าวสุก ร่วน นุ่ม ผลผลิต –     ประมาณ 425 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –     เป็นพันธุ์ข้าวที่เหมาะสำหรับปลูกในท้องที่บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางของประเทศไทย ซึ่ง มีระดับน้ำลึกสูงสุดไม่เกิน 100 เซนติเมตร และอัตราการเพิ่มระดับน้ำเป็นไปอย่างช้าๆ ประมาณ 1-5 เซนติเมตรต่อวัน –     คุณภาพเมล็ดดี ท้องไข่น้อย –     ทนแล้ง –     ต้านทานต่อโรคไหม้ –     มีความสามารถยืดปล้องได้ปานกลาง ข้อควรระวัง –     ไม่ต้านทานโรคใบสีส้ม โรคใบขอบแห้ง –     ไม่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยจักจั่นสีเขียว และแมลงบั่ว พื้นที่แนะนำ –     ที่ราบลุ่มภาคกลาง ที่มีระดับน้ำสูงสุดไม่เกิน 100 เซนติเมตร และมีอัตราการเพิ่มของน้ำ เป็นไปอย่างช้าๆ ประมาณ 1 – 5 เซนติเมตรต่อวัน


ชื่อพันธุ์ –     ปราจีนบุรี 1 (Prachin Buri 1) ชนิด –     ข้าวเจ้า ประวัติพันธุ์ –     พ.ศ. 2519 สร้างคู่ผสมรวม โดยรวมเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ผสมชั่วต่างๆ ที่เหลือจาก การปลูกทดสอบ ปลูกคัดเลือกจนได้สายพันธุ์ดีเด่น คือ SPR’76 Com3-5-2 การรับรองพันธุ์ –     คณะกรรมการวิจัยและพัฒนากรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2541

ลักษณะประจำพันธุ์ –     เป็นพันธุ์ข้าวเจ้า สูงประมาณ 170 เซนติเมตร –     ไวต่อช่วงแสง –     อายุเก็บเกี่ยว 25 ธันวาคม –     ทรงกอตั้ง ลำต้นค่อนข้างแข็ง สีเขียว กาบใบและใบสีเขียว รวงยาว ระแง้ถี่ –     เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 7 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.4 x 7.4 x 1.8 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 26-27 % –     คุณภาพข้าวสุก ร่วน แข็ง ผลผลิต –     ประมาณ 450 กิโลกรัมต่อไร่ ลักษณะเด่น –     คุณภาพการสีดี –     เป็นข้าวที่มีอมิโลสสูง แปรรูปเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน และแป้งได้ดี –     ต้านทานโรคไหม้ในระยะกล้า และค่อนข้างต้านทานโรคใบขีดโปร่งแสง –     ทนต่อสภาพจมน้ำ และขึ้นน้ำได้ปานกลาง –     ต้านทานหนอนกอ ข้อควรระวัง –     ไม่ต้านทานโรคใบสีส้ม เพลี้ยจักจั่นสีเขียว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ในสภาพเรือนทดลอง พื้นที่แนะนำ –     เขตที่ราบลุ่มน้ำลึกไม่เกิน 100 เซนติเมตร ในภาคกลาง ภาคตะวันออก และ ภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งมีน้ำท่วมขังนาน 1 – 3 เดือน และน้ำแห้งในช่วงปลายเดือน ธันวาคม


ชื่อพันธุ์ –     ปราจีนบุรี 2 (Prachin Buri 2) ชนิด –     ข้าวเจ้า คู่ผสม –     BKNFR80086 / HTAFR80038 ประวัติพันธุ์ –     ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่าง BKNFR80086 และ HTAFR80038 ที่สถานีทดลองข้าวหันตรา ในปี พ.ศ.2524 และปลูกคัดเลือกจนได้สายพันธุ์ HTAFR81042-4B-7-1 การรับรองพันธุ์ –     คณะกรรมการบริหารกรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2545 ลักษณะประจำพันธุ์ –     เป็นพันธุ์ข้าวเจ้า สูงประมาณ 133 – 222 เซนติเมตร (ขึ้นอยู่กับระดับน้ำ) –     ไวต่อช่วงแสง –     อายุเก็บเกี่ยว 18 – 25 ธันวาคม –     ทรงกอตั้ง ฟางแข็ง ใบธงยาวปานกลาง ค่อนข้างตั้งตรง ใบธงอยู่เหนือรวง คอรวงสั้น ใบสีเขียว ใบแก่ช้าปานกลาง เมล็ดร่วงปานกลาง –     เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง –     ระยะพักตัวของเมล็ดประมาณ 4 สัปดาห์ –     เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.3 x 7.2 x 1.8 มิลลิเมตร –     ปริมาณอมิโลส 30.2 % –     คุณภาพข้าวสุก ร่วน แข็ง ผลผลิต –     ประมาณ 846 กิโลกรัมต่อไร่ ในสภาพน้ำลึก 25 เซนติเมตร และ 590 กิโลกรัมต่อไร่ ที่ ระดับน้ำลึก 100 เซนติเมตร ลักษณะเด่น –     เป็นข้าวน้ำลึก ที่มีทรงต้นแบบใหม่ ต้นเตี้ย ฟางแข็งไม่ล้มง่าย ในสภาพนาที่มีระดับน้ำ ปกติ (25 เซนติเมตร) –     มีความสามารถในการยืดปล้องและทนน้ำท่วมได้ปานกลาง ในช่วงข้าวอายุ 30 – 40 วัน เหมาะสำหรับปลูกในนาน้ำลึกในภาคกลางและภาคตะวันออก –     ค่อนข้างทนทานต่อดินเปรี้ยว –     ต้านทานโรคไหม้และค่อนข้างต้านทานโรคขอบใบแห้ง –     สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เส้นได้ดี เช่นเส้นหมี่ ขนมจีน ก๋วยเตี๋ยว ข้อควรระวัง –     ไม่ต้านทานโรคใบสีส้ม –     ไม่ต้านทานเพลี้ยจักจั่นสีเขียว และเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล พื้นที่แนะนำ –     พื้นที่ลุ่มภาคกลาง และภาคตะวันออกที่มีระดับน้ำไม่เกิน 100 เซนติเมตร เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 เดือน น้ำแห้งนาประมาณกลางเดือนธันวาคม

ชื่อพันธุ์ –    อยุธยา 1 (Ayutthaya 1) ชนิด –    ข้าวเจ้า คู่ผสม –    อู่ตะเภา / ขาวดอกมะลิ 105 ประวัติพันธุ์ –    ได้จากการผสมพันธุ์แบบผสมเดี่ยว ระหว่างข้าวขึ้นน้ำพันธุ์อู่ตะเภา กับพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 ที่สถานีทดลองข้าวหันตรา ใน พ.ศ.2528 ปลูกคัดเลือกจนได้สายพันธุ์ HTAFR85035-B-R-R-7-9 การรับรองพันธุ์ –    คณะกรรมการบริหาร กรมวิชาการเกษตร มีมติให้เป็นพันธุ์รับรอง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2547 ลักษณะประจำพันธุ์ –    เป็นข้าวเจ้า สูงประมาณ 142 – 223 เซนติเมตร (ขึ้นอยู่กับระดับน้ำ) –    ไวต่อช่วงแสง –    อายุเก็บเกี่ยว 6-10 ธันวาคม –    ทรงกอตั้ง ฟางแข็ง ใบสีเขียว ใบธงตั้งตรง รวงยาว คอรวงยาว ระแง้ถี่ –    เมล็ดข้าวเปลือกสีฟาง –    ระยะพักตัว ประมาณ 4 สัปดาห์ –    เมล็ดข้าวกล้อง กว้าง x ยาว x หนา = 2.32 x 7.69 x 1.87 มิลลิเมตร –    ปริมาณอมิโลส 28.4 % –    คุณภาพข้าวสุก ร่วน ค่อนข้างแข็ง

ผลผลิต –    ประมาณ 546 กิโลกรัมต่อไร่ (น้ำลึก 100 เซนติเมตร) 842 กิโลกรัมต่อไร่ (น้ำลึก 25 เซนติเมตร) ลักษณะเด่น –    เป็นข้าวน้ำลึกที่มีรูปทรงต้นแบบใหม่มีศักยภาพในการให้ผลผลิตสูง –    มีความสามารถยืดปล้อง ทนน้ำท่วมและทนแล้งได้ดีกว่าพันธุ์ปราจีนบุรี 2 ทนดินเปรี้ยว (pH 4.6 – 5.1) –    ค่อนข้างต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยจักจั่นสีเขียว –    สามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เส้นได้ดี เช่น เส้นหมี่ ขนมจีน ก๋วยจั๊บ ข้อควรระวัง –    ไม่ต้านทานต่อโรคไหม้ โรคขอบใบแห้งและโรคใบสีส้ม ในสภาพเรือนทดลอง พื้นที่แนะนำ –    พื้นที่นาน้ำลึกไม่เกิน 100 เซนติเมตร ในบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ที่น้ำแห้งนาประมาณต้นเดือนธันวาคม โดยเฉพาะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครนายก ปราจีนบุรี สิงห์บุรี และลพบุรี

No Comments

Post A Comment