พืชตระกูลปาล์ม

Zemanta Related Posts Thumbnail

14 ม.ค. 2011 พืชตระกูลปาล์ม

หมาก เสริมสวนสวย ฉวยประโยชน์จากผล หมาก เป็นพืชที่คู่กับคนไทยมานานแล้ว แม้ในปัจจุบันจะไม่นิยมกินหมากกัน แต่หมาก ยังเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ ทั้งในรูปหมากสดและหมากแห้ง หมากแห้ง ใช้ในอุตสาหกรรมฟอกหนัง ฟอกเส้นใย และทำยารักษา โรค และผลหมากสามารถใช้เป็น ยาสมุนไพรในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เช่น ใช้สมานแผล แก้ท้องเสีย รักษาโรค เหงือกและฟัน เป็นต้น ชื่อวิทยาศาสตร์ : Areca catechu Linn. ชื่อสามัญ : Betel nut แหล่งปลูกที่เหมาะสม : หมากเจริญได้ดีใน เขตที่มีอากาศอบอุ่นและร้อนชื้น ปริมาณน้ำฝน 1,300-1,500 มม./ปี มีฝนตกกระจายสม่ำเสมอตลอดปี ไม่น้อยกว่า 50 มม./เดือน อุณหภูมิที่เหมาะสม 25-35 องศาเซลเซียส มีแสงแดดมาก อากาศโปร่ง ควรเป็นที่โล่งแจ้ง ที่ระดับความสูง 200-1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล ลักษณะดิน : เป็นดินร่วนปนทราย หรือดินเหนียวที่มีการระบายน้ำดี น้ำไม่ขัง มีอินทรียวัตถุสูง การเพาะกล้า : แปลงเพาะควรเป็นทราย ดินร่วนปนทราย หรือดินผสมขี้เถ้าแกลบ เพื่อไม่ให้น้ำขัง ควรมีการพรางแสง การวางผลหมากควรวางให้นอน หรือขั้วผลอยู่ด้านบน และวางในทิศทางเดียวกันให้เต็มพื้นที่ (ในพื้นที่ 1 ตารางเมตร สามารถวางได้ 600-700 ผล) จากนั้นจึงกลบด้วยวัสดุเพาะให้มิด รดน้ำให้ชุ่มทุกวันหลังเพาะประมาณ 2 เดือน (เห็นหน่อแทงขึ้นมา) จึงย้ายลงแปลงชำต่อไป การชำ : ควรชำในถุงพลาสติกดีกว่าชำในแปลง เพราะสะดวกในการย้ายปลูก แต่การชำในถุงพลาสติกจะเสียค่า ใช้จ่ายมากกว่าการชำในแปลง แปลงชำควรเป็นดินร่วนที่มีการระบายน้ำดี เตรียมแปลงขนาด 1 เมตร มีการพรวนดินก่อนชำ ใช้ระยะปลูก 20×20 ซม. (1 ตร.ม. ชำได้ 25 หน่อ) กลบดินให้มิดผลหมาก และในช่วงแรกต้องพรางแสง แล้วค่อยเพิ่มปริมาณแสงแดด จนหน่อหมากได้รับแสงเต็มที่ ให้น้ำทุก ๆ 1-2 วัน ส่วนการชำในถุงพลาสติกถุงชำที่ใช้มีขนาด 5×7 นิ้ว ดินที่ใช้เป็นดินร่วนผสมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก เมื่อต้นกล้ามีอายุ 6-8 เดือน หรือมีใบ 4-6 ใบ จึงจะย้ายปลูก

การปลูก :

++ การเตรียมแปลงปลูก ++ แปลงปลูกต้องมี การระบายน้ำดี ถ้าเป็นที่มีน้ำขังควรมีการยกร่อง หรือทำทางระบายน้ำ ก่อนปลูกต้องมีการไถและพรวนอย่างน้อย 2 ครั้ง ควรเก็บตอไม้และเศษไม้ออกเพราะเป็นแหล่งอาศัยของศัตรูพืช และปลวก รูปแบบการปลูก อาจเป็นแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสามเหลี่ยมด้านเท่า ระยะปลูก 2×2 เมตร การปลูกแบบสี่เหลี่ยม ใช้กล้า 400 ต้น/ไร่ ปลูกแบบสามเหลี่ยมใช้กล้า 461 ต้น/ไร่ แต่ถ้าปลูกบนร่อง จำนวนต้นจะลดลงขึ้นกับระยะระหว่างร่อง การปลูกแบบสี่เหลี่ยมควรทำสันร่องกว้าง 4 เมตร แบบสามเหลี่ยมควรกว้าง 3.50 เมตร ซึ่งจะปลูกได้ 3 แถว/ร่อง ++ การเตรียมหลุม ++ ถ้าเป็นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำควรขุดหลุม ขนาด 50x50x50 ซม.แต่ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ขนาดหลุมเล็กกว่านี้ได้ รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก และหินฟอสเฟต คลุกกับดินชั้นบนแล้วกลบหลุมด้วยดินที่เหลือ ++ ฤดูปลูก ++ ควรเป็นต้นฤดูฝน หลังจากที่มีฝนตกหนัก 1-2 ครั้ง ++ การปลูก ++ เวลาปลูกควรตั้งต้นกล้าให้ตรง และให้ด้านบนของผลอยู่ระดับผิวดิน กลบดินให้แน่น ปักหลักค้ำต้นเพื่อกันต้นโยก รดน้ำให้ชุ่ม ควรทำร่มบังแดด เพื่อลดการคายน้ำ และป้องกันไม่ให้ใบไหม้ ++ การให้น้ำ ++ ในหมากเล็กควรให้น้ำ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ แต่ถ้าเป็นหมากโต ตกผลแล้วควรให้น้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง การให้น้ำแต่ละครั้งควรให้ชุ่มทั่วแปลง แต่ถ้าเป็นหมากที่ปลูกโดยการยกร่อง ถ้าระดับน้ำในร่องสวนสูงพอ คือต่ำกว่าสันร่องประมาณ 50 ซม. อาจให้น้ำน้อยกว่าในที่ราบ ++ การใส่ปุ๋ย ++ ปุ๋ยที่ให้แก่หมากมี 2 ชนิด คือ ปุ๋ยอินทรีย์ เช่น – ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักและปุ๋ยพืชสด เป็นต้น ในปีหนึ่ง ๆ ควรใส่ปีละ 1-2 ครั้ง อัตรา 800-5,000 ก.ก./ไร่/ปี – ปุ๋ยเคมี เช่น ปุ๋ยเกรด 13-13-21, 15-15-15, 16-16-16 และ 12-12-17-2 เป็นต้น อัตราที่ใส่ ขึ้นอยู่กับอายุของหมาก ถ้าเป็นหมากที่ตกผลแล้วควรใช้อัตรา 200-400 กก./ไร่/ปี ใส่ปีละ 2-3 ครั้ง ควรใส่ธาตุโบรอนให้แก่หมากด้วย เช่น สารบอร์แร็ก อัตรา 20-50 กรัม/ต้น/ปี ++ การคลุมโคน ++ ในช่วงฤดูแล้ง ควรหาวัสดุ เช่น ฟางข้าว หญ้า ใบหมาก คลุมโคนเพื่อป้องกันการระเหยของน้ำในดิน และลดการขาขาดน้ำของหมาก ++โรคและการป้องกันกำจัด ++ โรคยอดเน่า ป้องกันอย่าให้หน่อช้ำเวลาขนย้าย ใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อราที่มีส่วนประกอบของทองแดง โรคผลเน่า เกิดจากเชื้อรา ทำให้ผลเน่าร่วงก่อนที่จะเก็บเกี่ยว พ่นด้วยสารเคมีป้องกันเชื้อราโรครากและโคนเน่าป้องกันโดยไม่ควรให้มีน้ำขัง ใช้สารเคมีป้องกันเชื้อราราดลงดิน ขุดและเผาต้นที่เป็นโรค ++ แมลงและการป้องกันกำจัด ++ หนอนปลอก โดยเก็บหนอนมาเผาทำลายหรือ ใช้สารมาลาไธออน เพลี้ยไฟ ใช้สารเคมีพวกเซฟวิน-85 พ่นให้ทั่วโดยเฉพาะใต้ใบ เพลี้ยแป้ง และเพลี้ยหอย ใช้ฟลอราออยล์พ่นไรแดง ใช้สารเคมี เช่น ไมท์แทคไวท์ออย ปลวก ใช้เซฟวิน-85 โรยที่รังปลวกหรือบริเวณโคนต้นหมาก การปลูกพืชแซม ปลูกพืชแซมอายุสั้น เช่น พืชผัก ไม้ดอก พลู และพืชไร่ เพื่อใช้ที่ดินให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นและเพิ่มรายได้ การปลูกแทนหมากเริ่มให้ผลผลิตเมื่อ อายุ 4-6 ปี ให้ผลผลิตคงที่จนถึงอายุ 20 ปี จากนั้นผลผลิตจะลดลง ควรปลูกหมากแซมกลางระหว่างต้นเก่า เมื่อหมากใหม่เริ่มให้ผลก็โค่นต้นเก่าออก

การเก็บเกี่ยว

หมากอ่อน เก็บเมื่ออายุประมาณ 1.5 เดือน หลังดอกบาน (200 ผล/1 กก.) ซึ่งมีตลาดเฉพาะ เช่น ไต้หวัน หมากสด เก็บเมื่ออายุ 3-6 เดือน เปลือกผลมีสีเขียว หมากแก่ (หมากสง) เก็บเมื่ออายุ 7-9 เดือน การแปรรูป ++หมากซอย ++นำหมากดิบ หรือหมากสด เฉาะเอาเนื้อแล้วผ่าเป็น 2 ซีก จากนั้นซอยออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ หนาประมาณ 0.3 ซม. แล้วตากแดดให้แห้ง หมาก 1,000 ผล ได้หมากซอย 3-5 กก. ++ หมากกลีบส้ม ++ใช้หมากดิบปอกเอาเนื้อ แล้วผ่าประมาณ 5-7 กลีบ ตากแดดให้แห้ง ++ หมากเสี้ยว ++ใช้หมากดิบผ่าตามยาว 4-5 ชิ้น แล้วนำมาเจียน แกะเอาเนื้อให้ติดเปลือกนอก ตากแดด ให้แห้ง ++ หมากแว่น ++นำหมากสงที่เปลือกมีสี เขียวปนเหลือง เฉาะเปลือกออก แล้วหั่นหรือไสด้วยเครื่องไสหมากให้เป็นแว่น จากนั้นตากแดดให้แห้ง หมาก 1,000 ผล ได้หมากแว่น 14-15 กก. ++ หมากผ่าซีก ++ใช้หมากสุก ผ่าตามยาวเป็น 2 ซีก นำไปตากแดด 1 แดด แล้วแกะเนื้อออกจากเปลือก ตากแดดอีก 4-5 แดด จนแห้ง หมาก 1,000 ผล ได้หมากแห้ง 15 กก. ส่วนหมากผ่าสี่ และหมากแห้งทั้งเมล็ด ตากแดด 1 แดด แล้วแกะเอาแต่เนื้อเหมือนหมากผ่าซีก การเก็บรักษาหมากแห้ง ควรเก็บในภาชนะที่ปิดมิดชิด เก็บในที่ร่มมีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น เมื่อเก็บไว้นาน ๆ ควรนำออกผึ่งแดดเป็นระยะเพื่อไล่ความชื้นที่สะสมอยู่ในภาชนะ

No Comments

Post A Comment