พืชสมุนไพรป้องกันกำจัดโรคพืช

Zemanta Related Posts Thumbnail

19 ม.ค. 2011 พืชสมุนไพรป้องกันกำจัดโรคพืช

”ขมิ้นชัน” สมุนไพรกำจัดเชื้อราและแมลง ขมิ้น มีหลายชนิดแต่ที่นำมาใช้มีสองชนิด ได้แก่ ขมิ้นชันและขมิ้นอ้อย ขมิ้นที่ใช้ ในการปรุงอาหารคือขมิ้นอ้อย ส่วนในทางยานิยมใช้ขมิ้นชัน ชื่อสามัญ / ชื่ออังกฤษ : Turmeric, Curcuma, Yellow Root Zedoary (ขมิ้นอ้อย) ชื่อวิทยาศาสตร์ : ขมิ้นชัน Curcuma longa Linn., ขมิ้นอ้อย Curcuma zedoaria Rosc. วงศ์ : Zingiberaceae ชื่ออื่น/ชื่อท้องถิ่นของขมิ้นชัน:ขมิ้น (ทั่วไป) ขมิ้นแกง ขมิ้นหัว ขมิ้นหยวก (เชียงใหม่) มิ้น ขี้มิ้น (ภาคใต้), ชื่ออื่น/ชื่อท้องถิ่นของขมิ้นอ้อย:ขมิ้น (ทั่วไป) มิ้น ขี้มิ้น (ภาคใต้) ขมิ้นขิ้น ขมิ้นหัวขึ้น ว่านเหลือง ละเมียด ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ขมิ้นชันเป็นพืชล้มลุก อายุหลายปี สูง 30-90 ซม. มีลำต้นใต้ดินหรือเหง้า เหง้าใต้ดินรูปไข่มีแขนงรูปทรงกระบอกแตกออกด้านข้าง 2 ด้าน ประกอบด้วยแง่งหลักที่เรียกว่าแง่งแม่ แขนงที่แตกอกมาจากแง่งแม่ถ้ามีลักษณะกลมเรียกว่า “หัว” แต่ถ้ามีลักษณะยาวคล้ายนิ้วมือเรียกว่า “นิ้ว” ขมิ้นชันจะมีเหง้าเล็กกว่าขมิ้นอ้อย มีกลิ่นหอม เนื้อในเหง้าขมิ้นชันเป็นสีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบเดี่ยว แทงออกมาเหง้าเรียงเป็นวงซ้อนทับกันรูปใบหอก กว้าง 12-15 ซม. ยาว 30-40 ซม. ดอก ช่อ แทงออกจากเหง้า แทรกขึ้นมาระหว่างก้านใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ใบประดับสีเขียวอ่อนหรือสีนวล บานครั้งละ 3-4 ดอก ผล รูปกลมมี 3 พู ขมิ้นชันมีใบยาวเรียวแหลมกว่าขมิ้นอ้อย ด้านล่างของใบมีเส้นใบเห็นได้ชัดเจน ออกดอกเป็นช่อ โดยแทงออกมาจากเหง้าบริเวณใจกลางกลุ่มใบ ลักษณะช่อดอกคล้ายทรงกระบอก ประกอบด้วยดอกย่อย ซึ่งดอกย่อยของขมิ้นชันมีสีเหลืองอ่อนถูกหุ้มด้วยกลีบเลี้ยงหรือกลีบประดับ สีเขียวอมชมพู ส่วนดอกย่อยของขมิ้นอ้อยมีสีขาว มีกลีบเลี้ยงสีชมพูอ่อนๆ พบได้ทุกภาคของประเทศไทย สารสำคัญที่พบในขมิ้น : ในเหง้าขมิ้นชันมีน้ำมันหอมระเหย ประมาณ 3-4% ซึ่งเป็นน้ำมันสีส้มเหลือง มีเซสควิเทอร์พีนคีโทน (Sesquiterpene) โดยมีสารส่วนใหญ่เป็นทูมีโรน (Tumerone) นอกจากนี้ยังมีสารเออาร์-เทอร์มีโรน (ar-Tumerone) อัลฟา-แอทเลนโทน (Alpha-Atlantone) ซิงจิเบอร์รีน (Zingiberene) บอร์นีออล (Borneol) เป็นต้น ส่วนสารสีเหลืองส้มมีชื่อว่า เคอร์คิวมิน (Curcumin) มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชี้อรา เป็นสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการหลั่งของกรดในกระเพาะป้องกันการเกิดแผลใน กระเพาะอาหาร ลดการอักเสบและออกฤทธิ์ในการขับน้ำดีด้วย นอกจากนี้ขมิ้นชันยังประกอบด้วยสารอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันและแร่ธาตุ สรรพคุณของขมิ้น : 1. ช่วยป้องกันในกระเพาะอาหาร เพราะสารเคอร์คิวมินจะกระตุ้นการหลั่งมิวซิน (Mucin) ออกมาเคลือบกระเพาะ โดยต้มผงขมิ้นชันจนได้น้ำข้นๆ ผสมกับน้ำผึ้งพอประมาณ รับประทานเป็นประจำ นอกจากนี้ยังช่วยรักษาแผลเปื่อยในกระเพาะและลำไส้หายเร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากมีฤทธิ์ฝาดสมานช่วยห้ามเลือด 2. แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ โดยตำเหง้าขมิ้นชันสดให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำและผสมกับน้ำต้มสุกในอัตราส่วน 1 : 2 รับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ หลังอาหารและก่อนนอน 3. ช่วยย่อยอาหารและบรรเทาอาการแน่นจุกเสียด เพราะสารเคอร์คิวมินมีฤทธิ์ขับน้ำดี โดยกระตุ้นให้ถุงน้ำดีบีบตัวมากขึ้น ซึ่งยังช่วยรักษาโรคนิ่วในถุงน้ำดีได้เช่นกัน 4. น้ำมันหอมระเหยในขมิ้นมีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งช่วยรักษาโรคผิวหนัง เช่น แผลสด แผลถลอก แผลพุพอง ผื่นคัน แมลงกัดต่อย โดยใช้เหง้าขมิ้นชันสดตำให้ละเอียดผสมกับเกลือพอกบริเวณที่ปวด 5. รักษาโรคทางเดินหายใจ บรรเทาอาการไอ ขับเสมหะและช่วยรักษาโรคไขข้ออักเสบ แก้อาการปวดตามข้อ ปวดเข่า โดยใช้เหง้าขมิ้นชันสด ตำให้ละเอียดผสมกับเกลือพอกบริเวณที่ปวด 6. ช่วยระงับกลิ่นตัว โดยใช้ผงขมิ้นทาบริเวณนั้น 7. ช่วยให้ผิวสวยสะอาด โดยใช้ผงขมิ้นถูให้ทั่วตัวหลังอาบน้ำและล้างหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด 8. ใช้เป็นส่วนผสมในยาแก้ปวดท้อง ยาลดกรด ขับลมและยาเจริญอาหาร ส่วนที่ใช้ประกอบอาหาร : เหง้า แง่ง วิธีใช้ประกอบอาหาร ใช้แต่งสีอาหารให้เป็นสีเหลือง เช่น ข้าวหมกไก่ แกงกะหรี่ แกงเหลือง ข้าวเหนียว เนย เนยแข็ง ผงมัสตาร์ด ผักดอง ขนมเบื้องญวน เป็นส่วนผสมของแกงกะหรี่ ซอส ข้อสังเกต / ข้อควรระวัง 1. น้ำมันที่สกัดจากเหง้าขมิ้นแห้ง ใช้เป็นยากำจัดแมลง และฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ 2. ใช้เป็นสีย้อมผ้าและเครื่องสำอาง 3. ไม่ควรรับประทานขมิ้นเป็นเวลานานๆ อาจทำให้เกิดอาการกระวนกระวาย อาเจียน ถ่ายเป็นเลือด 4. สตรีมีครรภ์อ่อนๆ ไม่ควรรับประทานขมิ้นในปริมาณมากเพราะอาจทำให้แท้งได้ 5. หากรับประทานขมิ้นแล้วเกิดอาการแพ้ เช่น ท้องเสีย คลื่นไส้ ปวดหัว ควรหยุดรับประทานทันที ประโยชน์ด้านกำจัดแมลง : ใช้ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช: ด้วงงวงข้าว ด้วงเจาะเมล็ดถั่ว มอดข้าวเปลือก มอดแป้ง หนอนหลอดหอม หนอนกระทู้ผัก หนอนใยผัก หนอนผีเสื้อ แมลงวันทอง ไรแดง การนำไปใช้: เหง้าขมิ้นชัน มีประสิทธิภาพในการกำจัดแมลงได้หลายชนิด วิธีใช้ขมิ้นชันป้องกันกำจัดแมลง: วิธีที่ 1. ขมิ้นชัน 0.5 กก. ตำให้ละเอียด เติมน้ำลงไป 1 ปี๊บ แช่ทิ้งไว้ 2 วัน กรองเอาน้ำไปฉีดไล่แมลงวันทอง ด้วงเจาะเมล็ด ด้วงงวงข้าว มอดข้าวเปลือก และไรแดง วิธีที่ 2. ขมิ้นชัน 0.5 กก. ตำให้ละเอียด หมักกับน้ำ 2 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 1 คืน กรองเอาน้ำจะได้สารเข้มข้น แล้วนำสารนี้ผสมกับน้ำ 8 ลิตร ฉีดพ่นแปลงผัก สามารถไล่พวกหนอนใยผัก หนอนหลอดหอม ได้ผลดี วิธีที่ 3. ป่นขมิ้นชันเป็นผง ผสมเมล็ดถั่วต่างๆ ในอัตราขมิ้นชัน 1 กก. ต่อเมล็ดถั่ว 50 กก. เพื่อการเก็บรักษา ป้องกันแมลงมาทำลายถั่ว

การใช้ขิงแก่บดป้องกันกำจัดเชื้อราในพืช โดยหว่านเมื่อเห็นราทุกชนิด ++วัตถุดิบ++ ขิงแก่บด ++ขั้นตอนการทำ++ หว่าน10กก./ไร่ในนาข้าวหรือพืชชนิดอื่นๆช่วยป้องกันโรคราต่างๆพืชจะดูดซึม สารจากขิงแก่บดเข้าไปจะช่วยป้องกันเชื้อราที่มาทำอันตรายพืชให้เสียหายได้

No Comments

Post A Comment