ระบบการผลิตเกษตรอินทรีย์ (ระดับสากล)

ระบบลดปุ๋ยเคมีในการผลิตข้าว

ใช้ปุ๋ยชีวภาพ “อัลจินัว”  ลดปุ๋ยเคมี  50%  ในการผลิตข้าวเขตชลประทานภาคกลาง พบว่า  ข้าวที่ใช้ปุ๋ยชีวภาพ  “อัลจินัว”  ร่วมกับปุ๋ยเคมี(50% คำแนะนำ)  ให้ผลผลิตข้าวสูงกว่าระบบใช้ปุ๋ยเคมี  10%

ระบบลดสารเคมีในข้าว 

เกษตรกรเครือข่ายการผลิตข้าว   โครงการพัฒนาเกษตรยั่งยืน   สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่   5 ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี  สุพรรณบุรี  และชัยนาท  ใช้น้ำหมักชีวภาพ  ในการผลิตข้าวพันธุ์สุพรรณบุรี  1   มีวิธีการปฏิบัติที่สามารถใช้ประโยชน์จากฟางข้าว  ลดต้นทุนการผลิต  ลดการใช้สารเคมี  โดยพบว่าวิธีใช้น้ำหมักชีวภาพสูตรพืชผัก  ผลไม้  และสมุนไพร มีรายได้สุทธิสูง  คือ 1,541  บาท/ไร่ ส่วนวิธีใช้สารเคมีมีรายได้สุทธิเพียง  946  บาท/ไร่

ระบบลดสารเคมี 100% และลดปุ๋ยเคมี 85% ในส้มโอขาวแตงกวา

นายเฉลิม  อ่วมดี  เกษตรกร  ตำบลท่าฉนวน  อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ปลูกส้มโอพันธุ์ขาวแตงกว่า  จำนวน  260  ต้น พื้นที่ 16 ไร่ โดยใช้น้ำหมักชีวภาพสูตรหอยเชอรี่  ผลไม้และสมุนไพรกับส้มโอขาวแตงกวา อายุ 12 ปี พบว่า วิธีการใช้น้ำหมักชีวภาพมีรายได้สุทธิสูงคือ  50,867 บาท/ไร่ส่วนวิธีใช้สารเคมี มีรายได้สุทธิเพียง 41,407บาท/ไร่  คิดเป็นส่วนต่างรายได้สุทธิที่เพิ่มขึ้น  9,460  บาท/ไร่(22.85%)

ระบบลดสารเคมี 100% และลดปุ๋ยเคมี 50% ในส้มโอขาวแตงกวา 

แปลงเรียนรู้  ธ.ก.ส. จังหวัดชัยนาท   นายเสรี  กล่ำน้อย   เจ้าของสวนส้มพวงฉัตร  ใช้น้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยหมักแห้งชีวภาพในส้มโอพันธุ์ขาวแตกกวา ในพื้นที่ 67 ไร่ มีส้มโอ 2,500   ต้น ในช่วง 2   ปีแรก  ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีเป็นจำนวนเงิน 200,000  กว่าบาทต่อปี ในปีที่ 3 – 4 เปลี่ยนมาใช้น้ำหมักชีวภาพสูตรฮอร์โมนไข่ และสมุนไพร (ลดสารเคมี 100%) ใช้ปุ๋ยหมักแห้งชีวภาพลดปุ๋ยเคมี   50% มีค่าใช้จ่ายเพียงปีละประมาณ 50,000 บาทต่อปี สามารถลดต้นทุนลงได้150,000  บาทต่อปี (75%)

ระบบลดสารเคมี 80% และลดปุ๋ยเคมี 85% ในส้มเขียวหวาน 

นายพินิจ   เกิดรี   เกษตรกรตำบลหนองสรวง  อำเภอวิหารแดง  จังหวัดสระบุรี  ปลูกสัมเขียวหวานจำนวน 1,200  ต้น  พื้นที่  20 ไร่  โดยใช้น้ำหมักชีวภาพสูตรหอยเชอรี่  ผักสด  ผลไม้  ฮอร์โมนไข่นมสด  และสมุนไพรร่วมกับปุ๋ยหมักแห้งชีวภาพ   พบว่า  วิธีใช้น้ำหมักชีวภาพและปุ๋ยหมักแห้งชีวภาพมีรายได้สุทธิสูง   คือ  22,452  บาท/ไร่   ส่วนวิธีใช้สารเคมีมีรายได้สุทธิเพียง  18,910  บาท/ไร่  คิดเป็นส่วนต่างรายได้สุทธิที่เพิ่มขึ้น  3,542  บาท/ไร ่ (18.73%)

การผลิตชมพู่อินทรีย์ 

นางสมหมาย  หนูแดง  เกษตรกร  (ครูภูมิปัญญาไทยรุ่นที่ 2  ด้านเกษตรกรรม)   ตำบลหนองแขม  อำเภอโคกสำโรง  จังหวัดลพบุรี  ผลิตชมพู่พันธุ์เพชรน้ำผึ้งจำนวน 600  ต้น  พื้นที่ 6 ไร่  ใช้น้ำหมักชีวภาพสูตรถั่วเหลืองหรือนมสด  และปุ๋ยหมักแห้งชีวภาพโดยไม่มีการใช้ปุ๋ยเคมี   และสารเคมี    มีรายได้สุทธิจากการผลิตชมพู่อินทรีย์ประมาณ  55,536   บาท/ไร่ ส่วนวิธีใช้สารเคมีมีรายได้สุทธิเพียง 47,719  บาท/ไร่  คิดเป็นส่วนต่างรายได้สุทธิที่เพิ่มขึ้น 7,817  บาท/ไร่  (16.38%)

การผลิตพืชผักอินทรีย์ 

เกษตรกรเครือข่ายการผลิตผัก  โครงการพัฒนาเกษตรยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี   ลพบุรี  ใช้น้ำหมักชีวภาพสูตรผักสด ผลไม้ ถั่วเหลือง  หรือนมสด และปุ๋ยหมักชีวภาพในการผลิตแตงกวา (ลดปุ๋ยเคมีและสารเคมี  100%)  พบว่า รายได้สุทธิสูงประมาณ 3,201  บาท/ไร่   ส่วนวิธีใช้สารเคมีมีรายได้สุทธิสูงประมาณ  11,928   บาท/ไร่    คิดเป็นส่วนต่างรายได้สุทธิที่เพิ่มขึ้น  1,273   บาท/ไร่ (10.67%)