ลักษณะสังคมพืช ตามพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาใหญ่

วิจัยการจัดการดิน

27 ก.ย. 2012 ลักษณะสังคมพืช ตามพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาใหญ่

ลักษณะสังคมพืชพื้นที่ลุม่ นํ้าเจา้ พระยาใหญมี่พื้นที่ปา่ ไมป้ ระมาณรอ้ ยละ 42 ของพื้นที่ลุม่ นํ้า โดยกวา่ รอ้ ยละ 70 อยูใ่ นภาคเหนือตอนบน ในเขตลุ่มน้ำปิง วัง ยม และน่าน ปัจจัยหลักที่กำหนดชนิด สังคมพืชของประเทศไทยรวมถึงพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ คือสภาพภูมิอากาศที่แบ่งแยกระหว่างฤดูฝนและฤดูแล้ง ชัดเจน มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายปี 1,100–1,400 มม. พื้นที่บนภูเขาสูงตั้งแตร่ ะดับ 1,000 ม. ถึงยอดดอยอินทนนท  2,565 ม. ปริมาณน้ำฝนจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณร้อยละ 20–80 จากการปกคลุมของเมฆหมอกเป็นประจำ ปริมาณ น้ำฝนเฉลี่ยรายปี (จากฝนปกติและเมฆหมอกบนภูเขาสูง) ยอดดอยอินทนนทไ์ มต่ ํ่ากวา่ 2,200 มม. โดยทั่วไป ปริมาณ น้ำฝนกว่าร้อยละ 80 ตกในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะในเดือน สิงหาคมและกันยายน จึงทำให้สังคมพืชส่วนใหญ่เป็นป่า ผลัดใบ (deciduous forest) ได้แก่ ป่าผลัดใบผสมหรือป่า เบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ส่วนป่าไม่ผลัดใบ (evergreen forest) ได้แก่ ป่าดิบแล้ง จะพบได้ตามหุบเขาหรือชายน้ำ หรือพื้นที่ที่มีดินลึกอุดมสมบูรณ์ และป่าดิบเขาจะพบตาม ภูเขาสูง กว่า 1,000 ม.ขึ้นไป ซึ่งสภาพภูมิประเทศ ดิน หิน และการรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นปัจจัยรองที่ ทำให้พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่มีสังคมพืชที่หลากหลาย และซับซ้อน สังคมพืชส่วนใหญ่ของลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่ จำแนกเป็น 2 ประเภทหลัก คือป่าผลัดใบ (deciduous forest) และป่าไม่ผลัดใบ (evergreen forest) ซึ่งส่วนใหญ่เป็น ป่าผลัดใบ คือ ป่าผลัดใบผสม และป่าเต็งรัง สำหรับป่า ไม่ผลัดใบ ได้แก่ ป่าดิบแล้ง และป่าดิบเขา การแบ่งชนิดป่า หรือสังคมพืชในประเทศไทยมีหลายทฤษฎี สำหรับป่าตาม ธรรมชาติหลักๆ ที่พบในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาใหญ่และ มักเป็นพื้นที่ที่จัดให้มีกิจกรรมปลูกป่าทดแทน  

No Comments

Post A Comment