วิธีการเก็บรักษาข้าวเปลือกและข้าวสาร

วิธีการเก็บรักษาข้าวเปลือกและข้าวสาร

29 พ.ย. 2016 วิธีการเก็บรักษาข้าวเปลือกและข้าวสาร

เนื่องจากข้าวที่เกษตรกรมีปริมาณมากออกสู่ท้องตลาด และเกษตรกรชาวเกษตรอินทรีย์หลายคนกำลังมองหาวิธีเก็บรักษาข้าวไว้นานๆ เผื่อจะเอาไว้กินไว้ขายในอนาคต เลยหยิบยกวิธีการเกษตรรักษาข้าวแบบง่ายๆที่ทำได้เองไม่ยุ่งยากมาฝากกัน จะได้มีข้าวไว้กินไว้ขายกันต่อไป เพราะข้าวนั้นเป็นพืชตระกูลหญ้า ที่มีความหลากหลายของสายพันธุ์ ถือเป็นอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณค่าโภชนาการต่อร่างกายในด้านต่างๆ แถมยังช่วยลดอัตราเสี่ยงของโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด หัวใจ สมอง ช่วยระบบสืบพันธุ์ เซลล์ประสาทและกล้ามเนื้อ ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญข้าวยังถือเป็นแหล่งพลังงานหลักในการช่วยสร้างพลังงานให้กับมนุษย์เราอีกด้วยนะ มาดูวิธีการเก็บรักษาข้าวสารและข้าวเปลือกกันเลย..

ข้าวเปลือก

วิธีการเก็บรักษาข้าวเปลือก

การเก็บรักษาข้าวหลังจากตากเมล็ดข้าวจนแห้ง ประมาณ 3-4 แดด เกษตรกรจะเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง เพื่อไว้บริโภคหรือแบ่งขาย และอีกส่วนหนึ่งจะแบ่งไว้ทำพันธุ์ โดยแยกไว้ในกระสอบต่างหาก ฉะนั้นข้าวพวกนี้จะต้องเก็บไว้เป็นอย่างดี โดยการรักษาให้ข้าวนั้นมีคุณภาพไม่สูญเสียความงอก ข้าวพวกนี้ควรเก็บไว้ในยุ้งฉางที่ดี ซึ่งทำด้วยไม้ยกพื้นสูง อากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อจะได้ระบายความชื้นและความร้อนออกไปจากยุ้งฉาง

นอกจากนี้หลังคาของฉางจะต้องไม่รั่ว และสามารถกันน้ำฝนไม่ให้หยดลงไปในฉางได้ ก่อนเอาข้าวขึ้นไปเก็บไว้ในยุ้งฉางจำเป็นต้องทำความสะอาดฉางเสียก่อน และบางพื้นที่ก็จะนำมูลวัวหรือมูลควายที่ใกล้แห้งมาติดรอบยุ้งฉาง เพื่ออุดรูรั่ว และป้องกันแมลงและหนูเข้าไปกินข้าวด้วย

ข้าวสาร

วิธีการเก็บรักษาข้าวสาร

การเก็บรักษาข้าวสาร เราควรเก็บไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด เก็บในสภาพไร้อากาศ มีการควบคุมอุณหภูมิเพียงอย่างเดียว ถือเป็นการรักษาคุณภาพได้นานที่สุด เป็นการเก็บแบบธรรมชาติ ไม่ต้องใช้สารเคมีด้วย และถ้าเก็บไปแล้วเกิดมอดขึ้นมาเรามีวิธีแก้ดังนี้เลย

  • ใส่โอ่งดินเผา
  • ใส่ใบเตยตากแห้ง 3-4 ใบ ต่อข้าวสาร 1 กิโลกรัม
  • ใส่พริกขี้หนูสด โดยผ่าครึ่งประมาณ 10 เม็ด ต่อข้าวสาร 1 กิโลกรัม
  • ใช้ช้อนสแตนเลส จะเป็นช้อนสั้นหรือช้อนยาวก็ได้ จำนวน 1-2 คัน ต่อข้าวสาร 1 กิโลกรัม
  • นำใบมะกรูดสดๆ ใส่ในถุงหรือถังข้าวสารที่มีมอด

ลองเลือกเอาไปใช้กันดูน่าจะพอหาอุปกรณ์และวัถุดิบกันได้ไม่ยาก เพราะเป็นของที่มีตามท้องตลาดและบ้านเรือนของชาวเกษตรอินทรีย์กันอยู่แล้ว และท้ายนี้ขอให้ชาวนาทุกท่านอยู่รอดปลอดภัยผลิตข้าวออกมาหล่อเลี้ยงคนทานข้าวของประเทศต่อไปนะ

Save

No Comments

Post A Comment