สาเหตุที่ชาวนาเลิกใช้สารเคมีไม่ได้คืออะไร?

การฉีดพ่นยาฆ่าแมลงในข้าว

07 พ.ย. 2012 สาเหตุที่ชาวนาเลิกใช้สารเคมีไม่ได้คืออะไร?

การฉีดพ่นยาฆ่าแมลงในข้าว ผมเป็นคนเมือง แต่เป็นหลานชาวนา ตายายอยู่ชนบทจนสิ้นอายุขัย ปัจจุบันผมตัดสินใจใช้ช่วงปลายชีวิต กลับไปสู่ผืนดินที่พ่อของยายยกเป็นมรดกตกทอดมาให้แม่จนถึงผมและจะส่งต่อไปสู่ลูกของผมต่อไป ผมใช้ชีวิตเป็นคนเมือง แต่ผมผูกพันและไม่เคยลืมความสุขในหมู่วงศาคณาญาติและท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยรวงข้าวสีทอง ผมรักบ้านนอก รักความสงบ ผมจึงกลับสู่บ้านตายาย พร้อมแนวคิดการทำการเกษตรอินทรีย์ เมื่อสามปีที่แล้วผมเริ่มทดลองทำนาโยนกล้าแบบเกษตรอินทรีย์ บนผืนดินที่ร้างจากการทำนามาเกินกว่าสามปี เพราะผู้เช่าขอเช่าเฉพาะที่นาลุ่ม นาดอน 5 ไร่จึงให้เช่าเลี้ยงวัวอยู่หลายปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมจึงพยายามปรับปรุงที่ดอน 5 ไร่ให้สามารถทำนาแบบโยนกล้าให้ได้ ปัจจุบันที่ดอนดังกล่าวเริ่มจะเก็บน้ำอยู่บ้างแล้วทำให้แนวทางเกษตรอินทรีย์เข้าใกล้คำว่า “การทำการเกษตรอินทรีย์แบบยั่งยืน”แล้ว แต่ตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา ผมพยายามค้นหาคำตอบว่า ทำไมชาวนาส่วนใหญ่จึงใช้สารเคมีทั้งๆที่รู้ว่าเกษตรเคมีมีค่าใช้จ่ายสูง ผมจึงลองทำนาแบบเคมีดูบ้าง ประเภทเข้าเมืองตาหลิ่วก็หลิ่วตาตาม บนที่นาที่ขอคืนจากผู้เช่าจำนวน 12 ไร่ และก็ทำตามกระบวนการการทำนาแบบเกษตรเคมีเต็มรูปแบบและขอคำแนะนำจากพี่ป้าน้าอาตลอดจนผองเพื่อนที่ทำนาอยู่ใกล้ชิดติดกันขอคำแนะนำแบบชนิดที่ว่าผมไม่เคยทำนาแบบเขามาก่อนเลย ทุกคนยินดีแนะนำด้วยความจริงใจด้วยหัวใจของคนที่มีวิถีชีวิตแบบกึ่งเมืองกึ่งชนบท(rurban) หนึ่งฤดูกาล ที่ทำนาแบบเกษตรเคมีผมพบว่าที่ชาวนายินดีทำนาโดยใช้สารเคมีทั้งทั้งที่รู้ว่าอันตรายและมีค่าใช้จ่ายสูงนั้น เพราะว่า 1.เกษตรอินทรีย์ใช้กับนาผืนใหญ่มากไม่ได้ เพราะสภาพนาข้าวที่เก็บน้ำไม่อยู่ทำให้วัชพืชโตจนทำให้ผลผลิตเสียหาย จำเป็นต้องคุมเลน ถ้าไม่อยู่ต้องคุมฆ่า ถ้าไม่อยู่อีกต้องตามเก็บเฉพาะประเภทที่หัวแข็งอีกต่างหาก ถ้ากล้าสู้ รับรองนาสอาด ผลผลิตสูง 2.การปลูกข้าวแบบหว่านไร่ละไม่ต่ำกว่า 2 ถังข้าวเปลือก ปุ๋ยธรรมชาติไม่พอให้ข้าวโตและออกรวงอย่างสมบูรณ์ได้ ต้องยูเรีย ปุ๋ยสูตร ปุ๋ยรับท้องแต่งหน้า ปิดท้ายด้วยออร์โมนอวบอิ่มเม็ดสวยน้ำหนักดี 3.การปลูกข้าวแน่นให้ผลผลิตมาก แต่โรคและแมลงรบกวนง่าย เมื่อเกิดแล้ว เคมีเท่านั้นจึงจะช่วยได้ชงัด ทั้งฉีดพ่นเมื่อเจอโรคหรือแมลง และประเภทป้องกันไว้ก่อน 4.อันตรายไม่มีครับเพราะมีคนรับจ้างฉีดพ่นแทน เรายืนดูอยู่ห่างๆเหนือลมเข้าไว้ แค่นี้ก็ปลอดภัย ส่วนคนรับจ้างก็ได้ค่าจ้าง และยังมีชีวิตอยู่รับจ้างเราได้อีกหลายปี วันนี้นำเสนอแค่สี่ข้อก่อน และถ้าทำตามนี้ได้ จะได้ผลผลิตไร่ละ 1 ตันเชียวละครับต่างจากการทำนาแบบโยนกล้าที่ได้อย่างเก่งไร่ละ 600 กิโลกรัม นี่แหละครับทำไมชาวนาภาคกลางจึงไม่เลิกใช้สารเคมี แถมใช้มากขึ้นด้วย [code] ที่มา : http://www.learners.in.th/blogs/posts/527903 [/code]

No Comments

Post A Comment