องุ่น

Zemanta Related Posts Thumbnail

11 ม.ค. 2011 องุ่น

การผลิตองุ่นนอกฤดูกาล สำหรับราคาของผล องุ่นในสมัยก่อนนั้นนับว่าแพงมากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของประชาชน  จนถึง กับมีคำกล่าวว่า  “คนซื้อไม่ได้กิน   คนกินไม่ได้ซื้อ”   เพราะมักจะซื้อ เป็นของฝากให้เจ้านายหรือญาติผู้ใหญ่มาก  ส่วนคนซื้อเองไม่กล้า กิน   ปัจจุบันถึงแม้ราคาจะไม่แพงมากนักเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของ ประชาชน   แต่ก็จัดว่าเป็นผลไม้ที่มีราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับบรรดาผล ไม้ทั่วไป  และราคาจะแพงยิ่งขึ้นถ้ามีองุ่น ออกมาในช่วงเดือนธันวาคมถึง เมษายน  ซึ่งเป็นช่วงที่มีผลไม้อื่นออกมาน้อย  ด้วยเหตุนี้ชาวสวนองุ่น  โดย เฉพาะแถวอำเภอบ้านแพ้ว  อำเภอกระทุ่มแบน  จังหวัดสมุทรสาคร อำเภอ สามพราน  อำเภอนครชัยศรี  จังหวัดนครปฐม  และอำเภอดำเนินสะดวก  จังหวัด ราชบุรี  พยายามบังคับองุ่นเพื่อให้ออกผลในช่วงนี้กันมาก   โดยใช้วิธีการ ตัดแต่งกิ่งร่วมกับการดูแลรักษาที่ค่อนข้างพิถีพิถัน องุ่นเป็นผลไม้ที่มีรสดี  ราคาแพง  ปลูกกันมานานกว่า  5,000  ปี แล้ว  สามารถขึ้นได้ดีทั้งในเขตร้อน  อบอุ่นและหนาว  สำหรับประเทศไทยไม่ ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าถูกนำเข้ามาปลูกในสมัยใด  แต่พอจะเชื่อได้ว่าในสมัย ราชกาลที่  5  พระองค์ท่านได้นำพันธุ์ไม้แปลก ๆ  จากต่างประเทศที่เสด็จ ประพาสไปนั้นมาปลูกในประเทศไทยเชื่อว่ามีองุ่นรวมอยู่ด้วย  ในสมัยรัชกาล ที่  7  ได้มีการปลูกองุ่นกันบ้าง  แต่ผลองุ่นที่ได้มีรสเปรี้ยวการปลูก องุ่นจึงซบเซาลงไป  จนในปี  2493  ได้เริ่มมีการปลูกองุ่นกันอย่างจริงจัง และในปี  2497  ได้นำพันธุ์องุ่นมาจากยุโรป  ซึ่งปลูกได้ผลดีเป็นที่น่า พอ  นับตั้งแต่นั้นมาการปลูกองุ่นในประเทศไทย  จึงได้แพร่หลายขึ้น ุ่ ***การที่ชาวสวนจะบังคับให้องุ่นออกผลในช่วงธันวาคม ถึงเมษายนนั้น ชาวสวนจะต้องทำการตัดแต่งกิ่งตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีฝนตกชุกและมักมีปัญหาเรื่องโรคและแมลงระบาดอย่างรุนแรง ฉะนั้น ย่อมเป็นการเสี่ยงอยู่มิใช่น้อย แต่อย่างไรก็ตามหากชาวสวนมีการดูแลเอาใจใส่อย่างดี โดยมีการฉีดยาป้องกันโรคแมลงทุก ๆ 5-7 วัน และถ้าฝนตกมากอาจจะฉีดยาดังกล่าวทุก ๆ 2 วัน ถึงแม้จะเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ก็คุ้มกับผลตอนแทนที่จะได้รับ ขั้นตอนปฏิบัติในการบังคับให้องุ่นออกดอกนอกฤดูกาล : การบังคับให้องุ่นออกดอกนอกฤดูกาลชาวสวนมักจะมีการปฏิบัติหลังจากที่ได้เก็บ ผลไปแล้ว โดยที่ชาวสวนจะต้องมีการบำรุงต้นให้มีความสมบูรณ์ มีการสะสมอาหารได้เพียงพอ และมีการป้องกันโรค แมลง เพื่อองุ่นจะได้มีความพร้อมและความสมบูรณ์ในการออกดอก ออกผลต่อไป ***ภายหลังจากที่ได้เก็บเกี่ยวผลเสร็จแล้ว ชาวสวนจะปล่อยให้ต้นองุ่นโทรมประมาณ 15-30 วัน แล้วจึงใส่ปุ๋ย โดยในตอนแรกใส่ปุ๋ยคอก พร้อมทั้งปุ๋ยน้ำทางในสูตรที่มีตัวกลางสูง เช่น สูตร 11-22-11 ฉีดพ่น 1 ครั้ง พร้อมทั้งเตรียมลอกเลนขึ้นจากท้องร่อง และตบแต่งคันร่องเพื่อรอการตัดแต่งกิ่ง ***การตัดแต่งกิ่งองุ่นจะตัดเอากิ่งแขนงหรือกิ่งสาขาให้สั้นลง และให้มีตาองุ่นบนกิ่งแก่ และตัดกิ่งที่แพร่กระจายทับกันออก โดยให้เหลือตาองุ่นไว้จำนวนหนึ่ง เพื่อจะได้แตกตาดอกและเจริญเป็นดอกเป็นผลต่อไป ซึ่งถ้าเป็นพันธุ์ไวท์มะละกาให้มีตาเหลือไว้ประมาณ 5-7 ตาต่อกิ่ง แต่ถ้าเป็นพันธุ์คาร์ดินัล จะตัดให้เหลือแค่ 3-5 ตาต่อกิ่งเท่านั้น ***เมื่อตัดแต่งกิ่งเสร็จชาวสวนองุ่นจะให้ปุ๋ยน้ำที่มีธาตุอาหารหลัก คือ เอ็น พี เค (n p k) ให้สูตรตัวหน้าสูงเพื่อช่วยเร่งตาองุ่นให้ออกเร็วขึ้น เช่น ใช้สูตร 20-10-10 หรือสูตรอื่นที่ใกล้เคียงกันในอัตรา 70 กิโลกรัมต่อไร่ หรือขนาดร่อง 5 ตารางวาต่อปุ๋ย 10 กิโลกรัม โดยหว่านให้ทั่วทั้งร่อง การใส่ปุ๋ย ควรเลือกเวลาตอนบ่ายหรือตอนเข้าในขณะที่แสงแดดไม่แรงมากนัก หลังจากหว่านปุ๋ยแล้วต้องรดน้ำเพื่อให้ปุ๋ยละลายและรากขององุ่นจะดูดซึม เพื่อไปเลี้ยงลำต้นได้เร็วขึ้น ***ในระยะ 2-3 วันแรกหลังตัดแต่งกิ่งสำเร็จ ให้ฉีดปุ๋ยน้ำทางใบสูตร คือ กลางสูง เช่นสูตร 11-22-11 และอาหารเสริมทางใบ เพื่อเร่งให้องุ่นแทงช่อดอกออกมาพร้อมกับใบ โดยทำการฉีด 5-7 วันต่อครั้ง การฉีดพ่นปุ๋ยทางใบให้กับองุ่นนั้นจะมีประสิทธิภาพดีกว่าการให้ทางดิน และเพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายชาวสวนอาจจะผสมยาฆ่าแมลงและยาป้องกันกำจัดโรครา ลงได้ด้วยก็ได้ ชนิดของสารเคมีที่ใช้ป้องกันกำจัดเชื้อราในสวนองุ่นที่ได้ผลดีได้แก่สารที่ มีส่วนผสมของกำมะถันผงหรือสารประกอบทองแดง เช่น โซเน็บ มาเน็บ หรือยาที่มีธาตุสังกะสีเป็นองค์ประกอบ เช่น แคปแทน 50 ออร์โธไซด์ หรือ ไดเทนเอ็น 45 ส่วนยาฆ่าแมลงที่ใช้ได้ผลก็มีหลายชนิด และมีฤทธิ์การทำลายที่แตกต่างกันไป มีทั้งราคาถูกและราคาแพง ซึ่งขึ้นอยู่กับการพิจารณาและการตัดสินใจของชาวสวนเอง อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะทำการผสมสารต่าง ๆ ลงไปพร้อมกัน ชาวสวนควรศึกษาให้ละเอียดถึงการเข้ากันได้หรือไม่ได้ของสารเคมีเสียก่อน เพราะมิฉะนั้นแล้วการใช้สารครั้งนั้นอาจจะไม่ได้ผลหรือได้ผลในแง่ลบได้ ***ภายหลังจากที่ได้ตัดแต่งกิ่งไปได้ประมาณ 15-20 วัน ตาขององุ่นก็จะแตกใบใหม่ออกมาให้เห็น ถ้าเป็นฤดูร้อนและในฤดูฝนตาจะแตกเร็วกว่าประมาณ 15 วัน แต่ถ้าเป็นฤดูหนาว ตาจะแตกใบอ่อนช้าออกไปอีกประมาณ 20 วันขึ้นไป และโดยธรรมชาติขององุ่นเมื่อตาแตกใบอ่อนออกมาแล้ว ช่อดอกจะแทงออกมาด้วย ในขณะที่ดอกองุ่นกำลังบานหรือติด ชาวสวนอาจพิจารณาเด็ดตาดอกที่ไม่มีดอกทิ้งบ้าง ทั้งนี้เพื่อไม่ให้องุ่นมีใบมากในช่วงนี้ ***หลังจากที่องุ่นแทงช่อดอกออกมาแล้วประมาณ 16-17 วัน ชาวสวนอาจจะเพิ่มคุณภาพขององุ่น โดยใช้ฮอร์โมน จิบเบอเรลลิน, เอ็น.เอ.เอ. หรืออาหารเสริมทางใบ เพื่อยืดช่อดอกองุ่นให้ยาวใหญ่ขึ้น แต่การใช้ฮอร์โมนยืดช่อดอก ชาวสวนจะต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง และต้องรู้จักวิธีการใช้ เพราะหากใช้ผิดพลาดแล้วจะเกิดผลเสียหายต่อดอกและผลองุ่น เช่น ดอกยาวเกินไป ดอกร่วง หรือทำให้องุ่นไม่ติดผลได้ ***เมื่อองุ่นติดผลไปแล้ว ก็มีการปฏิบัติดูแลรักษาตามปกติ และโดยเฉพาะการฉีดยาป้องกันกำจัดโรค แมลง จะต้องกระทำสม่ำเสมอ อาทิตย์ละครั้ง หรืออาจจะฉีดพร้อมกับการให้อาหารเสริมทางใบด้วยก็ได้ จนกระทั่งผลองุ่นโตเต็มที่ เพื่อรอการเก็บเกี่ยวผลต่อไป

No Comments

Post A Comment