เกษตรอินทรีย์ ทางเลือกในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร

29 พ.ย. 2014 เกษตรอินทรีย์ ทางเลือกในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร

ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นครัวของโลก แต่ผลิตอาหารเน้นปริมาณ มีการใช้สารเคมีในการเกษตรมากขึ้น ทำให้คุณภาพของอาหารที่ผลิตได้ ปนเปื้อนสารกำจัดศัตรูพืชเกินมาตรฐาน ซึ่งสิ่งที่จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ได้ก็คือ การทำเกษตรอินทรีย์ ในแง่ของการส่งออกหากเป็นสินค้าเกษตรอินทรีย์จะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นกว่าสินค้าทั่วไปกว่า 30 % โดยเฉลี่ย รวมถึงลดปัญหาในเรื่องของการใช้ต้นทุนและปัจจัยการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นได้ ขณะเดียวกันผู้บริโภคในประเทศก็จะได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพปลอดภัยอีกด้วย เกษตรอินทรีย์ Organic “แม้ว่าเกษตรอินทรีย์จะได้รับความนิยมและมีการพูดถึงเป็นจำนวนมากแต่ในประเทศไทยยังคงมีปริมาณของการทำเกษตรอินทรีย์ที่ไม่สูงมาก ซึ่งทุกฝ่ายทุกหน่วยงานยังคงต้องทำงานอย่างหนักในการรณรงค์เพื่อให้เกษตรอินทรีย์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตอาหารคุณภาพต่อไป” ทุกคนสามารถเป็นผู้ผลิตอาหารที่มีคุณภาพเองได้ การผลิตเพื่อการบริโภคเองสามารถทำได้ทุกคนแม้แต่คนในเมือง เห็นได้จากโครงการสวนผักคนเมืองของทาง สสส. ที่มีการแพร่หลายเป็นอย่างมาก ทั้งในพื้นที่อยู่อาศัย โรงเรียน หน่วยงานต่างๆ มีการให้ความสนใจในเรื่องการทำเกษตรในเมืองมากขึ้น หรือแม้ว่าเราไม่สามารถเป็นผู้ผลิตอาหารได้ เราก็สามารถเลือกบริโภคอาหารจากการผลิตที่ปลอดภัยซึ่งเกื้อกูลต่อสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงด้านอาหาร ตลาดสีเขียว หนึ่งยุทธศาสตร์สร้างทางเลือกให้ผู้บริโภคยุคสมัยใหม่ ตลาดสีเขียว คือ การสร้างอาหารทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพโดยจัดสรรเป็นตลาดทางเลือกแก่ผู้บริโภค โดยขณะนี้ในหลายจังหวัดได้มีการพัฒนาให้เป็นต้นแบบตลาดสีเขียว อาทิ จังหวัดยโสธรที่มีการจัดการเรื่องของตลาดสีเขียวให้มีขึ้นในทุกอำเภอ แม้แต่ในกรุงเทพฯ ขณะนี้ก็มีการจัดตั้งเครือข่ายตลาดสีเขียว แต่ยังคงเป็นตลาดนัดที่มีการขายเป็นครั้งคราวในหนึ่งเดือนเนื่องจากพื้นที่จำกัด แต่ในอนาคตจะมีการผลักดันให้เกิดตลาดสีเขียวที่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมให้มากขึ้น วิธีเลือกบริโภคเพื่อความมั่นคงทางอาหารแก่ประชาชนว่า มี 2 วิธี ได้แก่ 1.เลือกบริโภคอาหารที่มาจากการผลิตของท้องถิ่น เช่น ผักพื้นบ้าน ผลไม้พื้นบ้าน 2.การเลือกบริโภคอาหารที่ผลิตมาจากระบบแบบอินทรีย์ ซึ่งขณะนี้สินค้นอินทรีย์มีการวางจำหน่ายในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น รวมถึงการซื้อโดยตรงจากเกษตรกรหรือเรียกว่าระบบCSA เป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากในทั่วโลก ทำให้ประชาชนเข้าใกล้แหล่งผลิตของอาหาร และสร้างปฏิสัมพันธ์กันระหว่างผู้บริโภคกับเกษตรกรให้เกิดในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการสร้างความเข้าใจ และสร้างความตระหนักในสถานการณ์อาหารร่วมกันทั้งคนเมืองและชนบท เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทางออกร่วมกันในอนาคต อีกทั้งช่วยสร้างความสัมพันธ์ ความเข้าใจในปัญหาความต้องการระหว่างคนเมืองและคนชนบท  

No Comments

Post A Comment