เครื่องจักรกลเกษตรสำหรับการผลิตข้าว

Zemanta Related Posts Thumbnail

17 พ.ย. 2010 เครื่องจักรกลเกษตรสำหรับการผลิตข้าว

เครื่องมือเตรียมดิน

รถไถเดินตาม ใช้เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 8 – 11 แรงม้า กำลังขับเคลื่อนทำหน้าที่พ่วงลากผาลไถ ซึ่งมีทั้งแบบไถหัวหมูและแบบไถจาน ส่วนประกอบของรถไถเดินตาม นอกจากเครื่องยนต์ต้นกำลังแล้วยังประกอบด้วยระบบเกียร์ซึ่งประกอบด้วยเกียร์เดินหน้า 2 เกียร์ และถอยหลัง 1 เกียร์ ล้อเหล็กขับเคลื่อน 2 ล้อ หูพ่วงลากผาลไถและคันบังคับทิศทาง ความสามารถในการทำงานของรถไถ เดินตาม 3 – 5 ไร่ต่อวัน เมื่อใช้กับใบผาลไถแบบหัวหมูมีจานไถ ขนาด 16 นิ้ว 2 ใบ และ 7 – 10 ไร่ต่อวัน ปัจจุบันสถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรมร่วมมือกับเอกชนได้พัฒนารถไถ 2 ล้อ ที่ผลิตในประเทศที่สามารถติดกับจอบหมุน ทำให้ประหยัดเวลาในการเตรียมดิน ความสามารถของรถไถเดินตามติดจอบหมุนประมาณ 10 ไร่ต่อวัน

รถแทรกเตอร์ 4 ล้อ


ในพื้นที่นาขนาดใหญ่ต้องใช้รถแทรกเตอร์ขนาดใหญ่ ที่มีเครื่องยนต์ขนาด 50 แรงม้าขึ้นไป โดยพ่วงลากเครื่องมือเตรียมดินชนิดผาล (disc tiller ) ขนาด 26 นิ้ว ชนิด 6 – 7 ใบ จะทำงานได้รวดเร็วความสามารถในการทำงานประมาณ 40 ไร่ต่อวัน ใช้ในการทำนาหว่านสำรวย หลังจากไถเตรียมดิน เกษตรกรจะหว่านข้าวแห้งแล้วคราดกลบรอฝน สำหรับการทำนาน้ำตรม เครื่องมือแบบจอบหมุนจะใช้แทนผาลพ่วงย่อยดินในพื้นนาที่มีน้ำขัง

รถแทรกเตอร์ 4 ล้อขนาดเล็ก

การทำนาน้ำตรมในปัจจุบัน ต้องใช้รถแทรกเตอร์ 4 ล้อขนาดเล็ก ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 40 แรงม้า เนื่องจากรถแทรกเตอร์ 4 ล้อขนาดเล็ก มีน้ำหนักเบาเหมาะสำหรับสภาพนาลุ่ม ความสามารถในการทำงานเมื่อใช้เครื่องมือเตรียมดินแบบจอบหมุนขนาดกว้าง 1.2 เมตร จะทำได้ 15 ไร่ต่อวัน รถแทรกเตอร์ 4 ล้อเล็กและจอบหมุนเป็นที่นิยมของเกษตรกรทั้งทำนา ทำไร่ เนื่องจากรถแทรกเตอร์ขนาดเล็กและจอบหมุนต้องนำเข้ามีราคาแพง ดังนั้นทางสถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม ได้วิจัยพัฒนารถแทรกเตอร์ 4 ล้อขนาดเล็กใช้เครื่องยนต์ดีเซลสูบเดียว ขนาด 9 – 11.5 แรงม้าขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการ ส่วนเครื่องมือเตรียมดินแบบจอบหมุน การวิจัยพัฒนาเสร็จสมบูรณ์แล้ว

เครื่องพ่นหว่านเมล็ดข้าว

การหว่านข้าวเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งเกษตรกรให้ความสำคัญและพิถีพิถันในการดำเนินการมาก กรมวิชาการเกษตรได้พัฒนาเครื่องพ่นสารเคมีแบบติดเครื่องยนต์ ให้สามารถใช้ในการพ่นหว่านเมล็ดข้าวได้ โดยมีจุดเด่นที่เครื่องสามารถหว่านข้าวได้อย่างรวดเร็ว ลดเวลา แรงงาน ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าลง เมล็ดที่หว่านมีความสม่ำเสมอมากขึ้น อีกทั้งเกษตรกรยังสามารถนำเครื่องไปใช้ในการหว่านปุ๋ยเม็ดได้

คุณลักษณะ

ต้นกำลัง                  เครื่องพ่นสารเคมีแบบติดเครื่องยนต์

อัตราการทำงาน        5-8 ไร่/ชั่วโมง

ความสามารถ           หว่านข้าว (ข้าวแห้งและข้าวงอก) ปุ๋ยเม็ด และสามารใช้พ่นสารเคมีได้ตามปกติ

ข้อจำกัด                  ไม่ควรใช้กับข้าวที่สกปรก หรือข้าวที่มีรากยาเกิน 3-5 ซ.ม.

สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรมได้ทำการพัฒนาเครื่องพ่นหว่าน สารเคมีให้สามารถใช้พ่นหว่านเมล็ดข้าวได้ซึ่งสามารถใช้กับการปลูกข้าวแบบ หว่านนาน้ำตมและการหว่านข้าวแห้ง (หว่านสำรวย) ทำให้ประหยัดแรงงานและเมล็ดพันธุ์ การกระจายเมล็ดสม่ำเสมอสามารถหว่านข้าวงอก 5 – 8 ไร่ต่อชั่วโมง และ 10 – 12 ไร่ต่อชั่วโมง สำหรับข้าวแห้ง

ขลุบหมุนติดรถแทรกเตอร์ขนาดเล็ก



ประเทศไทยมีพื้นที่นาข้าวชลประทานราว 8 ล้านไร่ ซึ่งเกษตรกรนิยมทำนาหว่านน้ำตม 2-3 ครั้งต่อปี การเตรียมดินครั้งที่สองเพื่อให้ได้ความเป็นเทือกที่เหมาะสมและได้ระดับเป็น งาน ที่ต้องใช้เวลามาก ดังนั้นเพื่อความรวดเร็ว ในการเตรียมดินให้ทันต่อความต้องการ ลดปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรมจึงได้ออกแบบและพัฒนาขลุบหมุน สำหรับเตรียมดินขั้นที่สองในนาข้าวชลประทาน โดยใช้รถแทรกเตอร์ขนาด 20-35 แรงม้า เป็นต้นกำลัง กำลังจากเพลาอำนวยกำลังของรถแทรกเตอร์ จะส่งผ่านไปยังเพลาขลุบหมุนลักษณะของใบมีดเป็นแบบ Cage Wheel ซึ่งมีลักษณะเป็นใบมีด เชื่อมติดกับกรงเหล็กหมุนวางเรียงสลับกัน ขลุบหมุนสามารถทำเทือกให้มีความละเอียด และเรียบได้ระดับอย่างมีประสิทธิภาพ

คุณลักษณะ
หน้ากว้างการทำงาน                    2.40  เมตร
ความเร็วรอบเพลาขลุบหมุน           218   รอบ/นาที
(ที่ความเร็วรอบเพลาอำนวยกำลัง    540   รอบ/นาที)
ความสามารถการทำงาน               2.27  ไร่/ชม.
ความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง       1.97   ลิตร/ไร่
ดัชนีความเป็นเทือก                     52.41 %

เครื่องมือปลูกข้าว

เครื่องดำนา



การปักดำเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้แรงงานมาก ดังนั้นสถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม จึงได้นำต้นแบบเครื่องดำนาแบบต่าง ๆ จากประเทศมาทดสอบและปรับปรุงเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทั่ว ๆ ไป ในประเทศ เครื่องดำนาที่นำมามีทั้งแบบใช้แรงคนและเครื่องยนต์เป็นต้นกำลัง สำหรับเครื่องดำนาแบบใช้แรงคนปักดำครั้งละ 4 -5 แถว ระยะแถว 30 เซนติเมตร มีขีดความสามารถในการทำงาน 1.5 ไร่ต่อวัน / คน สำหรับเครื่องดำนาแบบใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 แรงม้า ปักดำครั้งละ 4 แถวระยะแถว 30 เซนติเมตร ใช้กล้าแบบเพาะในกระบะเป็นแผ่น ความสามารถในการทำงาน 6 ไร่ต่อวัน ข้อจำกัดของเครื่องดำนาทั้งสองแบบคือต้องมีการควบคุมระดับน้ำในแปลงนา และการเตรียมกล้าโดยการเพาะในถาด สำหรับเครื่องปักดำทั้งสองแบบจะเห็นว่ายุ่งยาก และมีราคาแพงจึงไม่ได้รับความนิยมจากเกษตรกร สำหรับหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่ผลิตเมล็ดพันธ์จำหน่ายแก่เกษตรกร เช่นศูนย์ขยายพันธุ์พืช หรือสถาบันวิจัยข้าวให้ความสนใจเครื่องปักดำแบบใช้เครื่องยนต์เพราะนอกจาก ใช้ลดแรงงาน คนแล้วการปักดำยังช่วยให้การคัดแยกพันธุ์ปลอมปนออกได้ง่าย

เครื่องหยอดข้าวแห้ง


สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม ได้ร่วมมือกับโรงงานผลิตเครื่องหยอดเมล็ดเอกชน และเครื่องหยอดข้าวแห้งแบบโรยเป็นแถวแบบ 7 แถว และ 11 แถว เพื่อใช้ทดแทนการปลูกข้าวแบบการหว่านสำรวยการปลูกข้าวโดยใช้เครื่องหยอดข้าว ทำให้การเจริญเติบโตของข้าวเป็นแถว สะดวกในการควบคุมศัตรูพืชและการเก็บเกี่ยว ข้าวที่ปลูกด้วยเครื่องหยอดจะทนต่อความแห้งแล้งได้ดีกว่าการปลูกโดยวิธีหว่าน เนื่องจาก เครื่องหยอดเมล็ดข้าวจะมีตัวเปิดร่องทำให้เมล็ดลงในร่องดินรากข้าว ซึ่งจะรับความชื้นในดินมากกว่าวิธีหว่านเมล็ดจะอยู่บนผิวดินที่มีความชื้นน้อยกว่า ความสามารถของเครื่องหยอดข้าวแห้งประมาณวันละ 30 – 40 ไร่

เครื่องปลูกข้าว 4 แถวแบบไม่เตรียมดินใช้ไถเดินตาม

การปลูกข้าวแบบหยอดเป็นแถวโดยไม่เตรียมดิน เหมาะกับสภาวะอากาศแห้งแล้ง จะได้ผลผลิตต่ำสำหรับการปลูกข้าวโดยการเปิดหน้าดินให้เป็นร่องแล้วโรยเมล็ด ข้าวจะทำให้การเจริญเติบโตของต้นข้าวทนความแห้งแล้งได้ดี เพราะรากของต้นข้าวดูดความชื้นได้ลึกกว่า นอกจากนั้นหน้าดินส่วนที่ไม่มีการไถพรวนจะมีเศษวัชพืชหรือ ตอซังปกคลุมอยู่ช่วยลดการระเหยของน้ำจากดิน สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรมได้ออกแบบพัฒนาเครื่องปลูกข้าว 4 แถวแบบไม่เตรียมดิน โดยตัวเปิดร่องเป็นแบบจานเดี่ยวระยะห่างระหว่างแถว 30 เซนติเมตร ใช้เมล็ดพันธุ์ 9.5 กิโลกรัมต่อไร่ และใช้รถไถ 2 ล้อเป็นต้นกำลังในการฉุดลาก ความสามารถในการทำงาน 1.2 ไร่ต่อชั่วโมง

เครื่องมือเก็บเกี่ยวข้าว
เครื่องเกี่ยวข้าววางราย

การจะเพิ่มประโยชน์จากพื้นที่ในการผลิต ทำให้เกษตรกรจึงเลือกใช้เครื่องทุ่นแรงการเกษตรสำหรับพื้นที่ขนาดเล็ก ที่ไม่สะดวกและเหมาะสมในการใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าว ซึ่งมีขนาดใหญ่เกษตรกรเลือกใช้เครื่องเกี่ยวข้าววางราย ซึ่งมีขนาดเล็กใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 5 แรงม้าเป็นต้นกำลังจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อใช้เกี่ยวข้าวตั้งตรง ความสูง 80 – 120 เซนติเมตร และใช้ไม่ได้เลยเมื่อต้นข้าวล้มติดดิน

เครื่องนวดข้าว

ปัจจุบันมีการใช้เครื่องนวดข้าวกันอย่างแพร่หลายแต่ก็ยังมีข้อจำกัด บางประการในเรื่องของลักษณะพื้นที่มีขนาดเล็กการสุกแก่ของข้าวในพื้นที่ เดียวกันไม่พร้อมกัน จึงทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องเกี่ยวนวดข้าวลดลงและมีต้นทุนสูงขึ้น ดังนั้นเกษตรกรจึงนิยมเกี่ยวด้วยมือหรือเครื่องเกี่ยวข้าววางรายขนาดเล็ก แล้วนำมานวดด้วยเครื่องนวดข้าว เครื่องนวดข้าวที่เกษตรกรนิยมใช้กันทั่วไปมีความยาวลูกนวดขนาด 5 ฟุต ลักษณะการเคลื่อนที่ของข้าวผ่านลูกนวดเป็นแบบไหลตามแกน ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 70 แรงม้า ความสามารถในการทำงานประมาณ 2.5 ตันต่อชั่วโมง

เครื่องเกี่ยวนวดข้าว


ปัจจุบันเกษตรกรสามารถทำนาได้ตลอดปี โดยเฉพาะพื้นที่ในเขตชลประทาน โดยเลือกใช้เครื่องเกี่ยวนวดข้าวในการเก็บเกี่ยวข้าวกันมากขึ้น เพราะรวดเร็วทำให้เกษตรกรสามารถใช้พื้นที่เพาะปลูกข้าวตลอดปีเครื่องเกี่ยวนวดข้าวผลิตโดยโรงงานเอกชน มีสถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรมสนับสนุนให้คำแนะนำในด้านเทคนิค ในการผลิตและพัฒนาความสามารถในการทำงาน ประมาณ 5 ไร่ต่อชั่วโมง ใช้เครื่องยนต์ต้นกำลัง 120 แรงม้า


เครื่องมือเก็บรักษาข้าว
เครื่องลดความชื้นแบบเมล็ดพืชบรรจุในกระสอบ

ตัวเครื่องประกอบด้วยห้องลมร้อนที่ด้านบนเจาะช่องไว้สำหรับวางกระสอบเมล็ดพืช มีหลายช่องสามารถวางได้หลายกระสอบ ลมร้อนจะเป่าผ่านช่องว่างเมล็ดพืชในกระสอบ ใช้อุณหภูมิต่ำ ส่วนใหญ่ไม่เกิน 45 องศาเซลเซียส

เครื่องลดความชื้นแบบกระบะ


ประกอบด้วยกระบะเมล็ดพืชที่บรรจุอยู่บนตะแกรงด้านล่างของตะแกรงจะเป็นห้องลมส่วนที่ต่อเข้ากับพัดลมและชุดเตาลมร้อน ลมร้อนจะถูกเป่าผ่านชั้นเมล็ดพืชที่อยู่นิ่งกับที่จากด้านล่างสู่ด้านบน มีผลทำให้ความชื้นเมล็ดพืชด้านล่างลดเร็วกว่าด้านบน มีอุณหภูมิไม่เกิน 50 องศาเซลเซียส ที่ใช้อยู่ในประเทศส่วนใหญ่จะใช้กับเมล็ดพันธุ์ สามารถลดความชื้นได้ 0.5 เปอร์เซ็นต์ต่อชั่วโมง

เครื่องลดความชื้นแบบถังหมุนเวียน

เครื่องลดความชื้นแบบนี้ถังบรรจุเมล็ดพืชทำด้วยตะแกรงเป็นรูปทรงกระบอกแนวตั้ง ส่วนกลางถังมีท่อลมทำด้วยตะแกรง เป็นรูปทรงกระบอกวางซ้อนอยู่ภายใน ลมร้อนจะถูกเป่าออกจากรูตะแกรงผ่านเมล็ดออกสู่ภายนอก เมล็ดจะหมุนเวียนผ่านลมร้อนโดยถูกลำเลียงจากก้นถังสู่ด้านบนของถัง และไหลผ่านลมร้อนกลับสู่ก้นถังหลาย ๆ เที่ยวจนกว่าจะแห้ง แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมเนื่องจากฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจายออกมา

เครื่องลดความชื้นแบบคอลัมน์

เครื่องลดความชื้นแบบนี้ภายนอกมีลักษณะเป็นถังบรรจุเมล็ดพืชรูปทรงสี่ เหลี่ยมแนวตั้ง สูงมากกว่า 3 เมตร ถังบรรจุเมล็ดพืชต่อเข้ากับท่อลมร้อนด้านข้าง ซึ่งมีเตาลมร้อนและพัดลมเป็นส่วนประกอบส่วนล่างของถังบรรจุเมล็ดจะมีชุดควบ คุมการไหลของเมล็ดพืชอุณหภูมิที่ใช้ประมาณ 54 องศาเซลเซียส เครื่องลดความชื้นชนิดนี้แบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ แบบเมล็ดพืชไม่ไหลคลุกเคล้า และแบบเมล็ดพืชมีการไหลคลุกเคล้า

เครื่องลดความชื้นเมล็ดพืชแบบเมล็ดไหลคลุกเคล้า หรือแบบ แอล.เอส.ยู


ลักษณะภายนอกคล้ายกับเครื่องลดความชื้นแบบคอลัมน์ถังบรรจุเมล็ดเป็นถังทรง สี่เหลี่ยมแนวตั้ง เมล็ดพืชจะไหลจากบนลงล่าง โดยมีอุปกรณ์ควบคุมการไหลของเมล็ด ภายในถังประกอบด้วยท่อลมเป็นชั้น ๆ มีท่อลมร้อนเข้าและออกสลับกัน ทำให้เมล็ดพืชมีโอกาสสัมผัสกับลมร้อนเข้าและลมชื้นที่เป่าออกสลับกันเท่ากัน ตลอดทั้งถังบรรจุเมล็ด อุณหภูมิที่ใช้คือ 66 องศาเซลเซียส

เครื่องลดความชื้นแบบฟลูอิดไดซ์ – เบด


เครื่องลดความชื้นแบบนี้ใช้งานในลักษณะเมล็ดไหลต่อเนื่อง ส่วนของห้องอบเป็นห้องปิดตะแกรงอยู่ด้านล่าง ที่ปลายทั้งสองด้านมีอุปกรณ์ป้อนเมล็ดเข้าและออกจากห้องอบ ใช้ความเร็วสูงทำให้ชั้นเมล็ดซึ่งหนาไม่เกิน 10 เซนติเมตร ที่อยู่บนตะแกรงลอยตัวได้ใช้อุณหภูมิ 100 องศาเซลเซียส เมล็ดเมื่อผ่านเครื่องลดความชื้นนี้เพียงครั้งเดียวความชื้นจะลดลง 5 – 10 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีอัตราการทำงานสูงเหมาะกับข้างเปลือกความชื้นสูงในปริมาณมาก

No Comments

Post A Comment