เฉียงพร้านางแอ

เฉียงพร้านางแอ

21 ธ.ค. 2012 เฉียงพร้านางแอ

เฉียงพร้านางแอ เฉียงพร้านางแอ Carallia brachiata (Lour.) Merr. วงศ์ RHIZOPHORACEAE ชื่ออื่น กวางล่าม้า (ตราด); แก็ก, วงคด, องคต (ลำปาง); ต่อไส้, สันพร้านางแอ (ภาคกลาง); นกข่อ, ส้มป้อง (เชียงใหม่); บงคด (แพร่); สีฟันนางแอ (ภาคเหนือ); โองนั่ง (อุตรดิตถ์) ลักษณะวิสัย ไม้เนื้ออ่อน โตเร็ว ไม่ผลัดใบ ขนาดเล็กถึงขนาด กลาง สูงได้ประมาณ 20 ม. เปลือกค่อนข้างเรียบ หรือขรุขระเล็กน้อย สีน้ำตาลปนเทา เปลือกในสีเหลืองคล้ำ ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ หูใบร่วม รูปใบหอก ปลาย เรียวแหลม ยาว 1–2.5 ซม. ร่วงง่าย ใบเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก แผ่น ใบมีจุดสีน้ำตาลกระจาย ดอกออกเป็นช่อกระจุกสั้น ๆ ตามซอกใบ กลีบดอกและกลีบเลี้ยงมีจำนวนอย่างละ 5–8 กลีบ กลีบเลี้ยงติดทน ยาว เท่า ๆ กลีบดอก กลีบดอกสีเขียวอ่อน แยกกัน เกสรเพศผู้มีจำนวน เป็น 2 เท่าของจำนวนกลีบดอก ยาวไม่เท่ากัน อันสั้นติดตรงข้าม กลีบเลี้ยง อันยาวติดตรงข้ามกลีบดอก จานฐานดอกเป็นวง ผลสด เนื้อฉ่ำน้ำ ทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5–1 ซม. ผิวเกลี้ยง สุกสีแดง มี 1–5 เมล็ด เมล็ดรูปไต เขตการกระจายพันธุ์ มาดากัสการ์ ศรีลังกา อินเดีย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลียทางตอนบน การกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยาในประเทศไทย ขึ้นกระจายใน ป่าผลัดใบผสม ป่าดิบแล้ง ป่าบึงน้ำจืด และป่าดิบชื้น ในป่าผลัดใบผสม มักพบใกล้แหล่งน้ำ ระดับความสูงถึงประมาณ 1,300 ม. ออกดอกเดือน มกราคม–กุมภาพันธ์ ผลแก่เดือนมีนาคม–มิถุนายน ประโยชน์ เนื้อไม้อ่อน ค่อนข้างแข็ง ใช้ก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ ไม้แบบ เครื่องดนตรี หรือไม้ค้ำยัน ทำไม้ฟืนและถ่านให้ความร้อนสูง ผล รสหวาน รับประทานได้ และเป็นอาหารสัตว์ป่า ช่วยดึงดูดนกได้ดี การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด เมล็ดควรเก็บแล้วนำไปเพาะทันที โดยทำการล้างเอาเนื้อที่ฉ่ำน้ำออกก่อน ห้ามนำไป ผึ่งแดด หากจำเป็นต้องขนส่งไปไกล ๆ ก็ควรใส่ภาชนะที่โปร่ง อากาศถ่ายเทได้ดี การเก็บเมล็ดควรเฝ้าสังเกตช่วงเวลาให้ ดี เพราะเฉียงพร้านางแอมักจะผลิตเมล็ดจำนวนมากเกือบทุกปี แล้วสุกร่วงหล่นใต้ต้นพร้อม ๆ กันในช่วงเวลาสั้น ข้อแนะนำ เป็นไม้เบิกนำ โตเร็ว ชอบขึ้นในที่โล่งแจ้ง หรือชายป่า ปกติมักพบขึ้นตามชายน้ำ แต่ สามารถขึ้นได้บนพื้นที่ลาดชันเล็กน้อย เหมาะสำหรับปลูกฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรมที่ใกล้แหล่งน้ำ ปลูกผสม ผสานกับไม้โตช้าและโตเร็วได้หลายชนิด โดยไม้ป่าชายน้ำ และไม้วงศ์ยาง ข้อมูลเพิ่มเติม ต้นไม้เมืองเหนือ (ไซมอน และคณะ, 2543); PROSEA 5 (3) (1998); Flora of Thailand Vol. 2 (1) (1970)

No Comments

Post A Comment