เตาอบยางแผ่นรมควัน สำหรับผลิตยางแผ่นรมควัน แบบประหยัดพลังงาน

23 เม.ย. 2013 เตาอบยางแผ่นรมควัน สำหรับผลิตยางแผ่นรมควัน แบบประหยัดพลังงาน

ในปัจจุบันการผลิตยางแผ่นรมควันในประเทศไทยประสบปัญหาอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการอบแห้งของแผ่นยางที่ไม่สม่ำเสมอ ความร้อนที่เข้าสู่ห้องอบยางไม่กระจายตัวทำให้เกิดความร้อนเป็นจุด ๆ ทำให้ยางแผ่นรมควันที่ได้มีคุณภาพต่ำ  เตาอบยางแผ่นรมควัน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงของการเกิดไฟไหม้ห้องอบรมควัน รวมถึงการใช้ระยะเวลาในการอบยางที่นาน ทำให้สูญเสียเวลาและสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจำนวนมาก ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามไปด้วย กระทบต่อชาวสวนยาง และผู้ประกอบการอย่างมาก ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร จึงได้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเตาอบยางแผ่นรมควันขึ้น ใน “โครงการเพิ่มศักยภาพการแปรรูปน้ำยางพาราแบบลดต้นทุนและรักษาสิ่งแวดล้อม” โดยร่วมมือกับ สำนักงานอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (พัทลุง ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช), โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รศ.ดร.สุเจตน์ จันทรังษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร กล่าวว่า การพัฒนาเตาอบยางมีโจทย์ที่จะต้องดำเนินการแก้ไข ทั้งในเรื่องไฟไหม้โรงอบยาง และได้แผ่นยางอบที่ไม่ได้คุณภาพ มีปริมาณยางที่เสียหายหลังผ่านการอบจำนวนมาก สีไม่สม่ำเสมอ และปัญหาสำคัญคือเรื่องของพลังงาน ซึ่งโรงอบยางจะต้องใช้ไม้เป็นเชื้อเพลิงเป็นเงินถึง 6-7 แสนบาทต่อปี  มหาวิทยาลัยจึงเห็นว่าจะต้องเข้ามาหาวิธีแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรชาวสวนยางให้สำเร็จ ซึ่งได้มอบหมายให้ รศ.ดร.ฐานิตย์ เมธิยานนท์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและการถ่ายเทความร้อนเป็นผู้รับผิดชอบโครงการ “เตาอบยางที่พัฒนาขึ้นสามารถลดระยะการอบเหลือเพียง 2 วันครึ่ง จากเดิมต้องใช้เวลา 4 วัน ทำให้รอบของการอบยางสั้นลง เกษตรกรสามารถเพิ่มกำลังการผลิตหรือการอบยางได้มากกว่าเดิม ลดปริมาณน้ำยางเหลือที่ต้องนำไปขายเป็นน้ำยางดิบซึ่งได้ราคาต่ำและยังประหยัดเชื้อเพลิงได้ถึง 40% ซึ่งมหาวิทยาลัยพร้อมที่จะสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเตาอบยางต่อไป และขยายผลการศึกษาการพัฒนาออกไปยังภาคตะวันออกและภาคอีสาน ซึ่งมีพื้นที่การเพาะปลูกยางพารามากเช่นกัน” ด้าน รศ.ดร.ฐานิตย์ เมธิยานนท์  กล่าวว่า จุดเด่นของเทคโนโลยีเตาอบรมควันยางพาราแบบประหยัดพลังงานมี 3 ประการ คือ 1. เป็นเตาอบที่เวียนอากาศภายในห้องอบกลับมาใช้ใหม่ได้หลังการอบแห้งผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งทำให้ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง  2. มีความปลอดภัยในการใช้งานโดยมีการติดตั้งชุดดักสะเก็ดไฟที่อาจหลุดลอยเข้าสู่ห้องอบซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ และ 3. มีการติดตั้งชุดวัดอุณหภูมิของลมร้อนที่เข้าห้องอบเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถควบคุมอุณหภูมิลมร้อนไม่ให้สูงเกินไป ทำให้มั่นใจได้ว่าอุณหภูมิในห้องอบสม่ำเสมอและไม่สูงเกินไป จนเป็นผลเสียต่อคุณภาพยางแผ่น ยางแผ่นรมควัน ทั้งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 ได้สร้างเตาอบยางต้นแบบขึ้นมา ที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ จากนั้นได้มีการพัฒนาเตาอบยางรุ่นต่อ ๆ มาให้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันได้มีการขยายผลนำเตาอบยางแผ่นรมควันแบบประหยัดพลังงาน ไปติดตั้งให้กับกลุ่มเกษตรกรสวนยาง กลุ่มสัจจะ พัฒนายาง บ้านท้ายวัง จ.ตราด จำนวน 2 เตา คือ เตาที่ 1 เป็นเตาอบรมควันยางพาราที่ใช้เตาผลิตความร้อน 1 ลูก ใช้งานกับห้องอบรมควันแบบสหกรณ์กองทุนสวนยาง (สกย.) ปี พ.ศ. 2538 จำนวน 2 ห้อง บรรจุยางแผ่นคิดเป็นน้ำหนักยางแห้งประมาณ 7 ตัน  ผลจากการทดสอบพบว่า ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้ร้อยละ 30 คิดเป็นมูลค่า 69,000 บาทต่อเตาต่อปี (คำนวณจากราคาไม้ฟืน 0.8 บาทต่อกิโลกรัม)  สามารถผลิตยางแผ่นรมควันได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 จากเดิม 49 ตันยางแห้งต่อเดือน เป็น 70 ตันยางแห้งต่อเดือน ลดระยะเวลาในการอบยางแผ่นลงร้อยละ 20  เหลือ 3 วัน 2 คืน  ที่สำคัญยางแผ่นที่ได้มีคุณภาพดีขึ้น มีสีเหลืองสม่ำเสมอ ไม่มีรอยดำไหม้เกิดขึ้น สำหรับเตาที่ 2 เป็นเตาที่ทางกลุ่มสัจจะ พัฒนายางบ้านท้ายวัง ใช้ประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับนักวิจัย ได้ก่อสร้างเตาอบรมควันจำนวน 1 ลูก และติดตั้งใช้ระบบท่อลมในโรงอบยางแผ่นรมควัน จำนวน 2 ห้อง โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปทรงของเตาจากทรงกระบอกมาเป็นทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งทำให้ใส่ฟืนได้สะดวกขึ้น ผลการทดลองพบว่าเตาอบรมควันนี้ใช้งานได้ดี สามารถผลิตยางแผ่นรมควันได้จำนวนเพิ่มขึ้น โดยยางที่ผ่านการอบมีคุณภาพดี ส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่น มีรายได้เพิ่มขึ้น 4.2 ล้านบาทต่อปี และก่อให้เกิดการลงทุนเพิ่ม 1.8 ล้านบาท ปัจจุบันเตาอบรมควันนี้ได้มีการขยายผลโดยนำไปใช้ในกลุ่มสัจจะพัฒนายางบ้านเขาหมาก จ.ตราด แล้ว ถือเป็นการนำงานวิจัยมาปฏิบัติใช้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยเหลือชาวเกษตรกรให้ได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างเต็มที่. [code]ที่มา : http://www.dailynews.co.th/technology/198971 [/code]

No Comments

Post A Comment