เทคนิคการทำนาไร้สารพิษ 100 ถังต่อไร่

11 พ.ย. 2012 เทคนิคการทำนาไร้สารพิษ 100 ถังต่อไร่

คุณณรงค์ สิทธิพันธุ์ เกษตรกรทำ นาในพื้นที่ชลประทาน เจ้าของนา ทุ่งโพธิ์ชัย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เป็นเกษตรกรอีกผู้หนึ่งที่เป็นสมาชิก เครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษ ซึ่งทำนาแบบ เกษตรอินทรีย์บนพื้นที่ 50 ไร่ ผลิตข้าวที่ ปลอดภัย ได้คุณภาพเพื่อเป็นการพิสูจน์ให้ เห็นว่าแนวทางของเกษตรอินทรีย์นี้ เป็น สิ่งที่ทุกคนควรมุ่งสู่รวมทั้งยังเป็นแปลงนา เรียนรู้ของทางชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนที่ อินทร์บุรี จังหวัดจันทบุรี 100 ถังต่อไร่ไม่ใช่เรื่องยากค่อยปรับ เป็นอินทรีย์ผลผลิตดีขึ้นตลอด “ช่วงปีแรกที่เราทำก็แย่หน่อย เพราะเรายังไม่ค่อย ถนัดได้เรียนรู้อยู่ที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง และอีกหลายที่ ปีแรกปัญหาเรื่องหญ้าเป็นปัญหาใหญ่เลย หญ้ามันขึ้นรก เบียดข้าวหมด ข้าวมันโตไม่ทันหญ้า ผลผลิตก็เลยได้ไม่เต็มที่ เริ่มแรกก็ได้ผลผลิตข้าวแค่ 50 ถัง/ไร่ เราก็เริ่มจากการไม่เผาฟาง นำฟางมาหมัก นำน้ำ จุลินทรีย์ไปหมักฟางเพื่อให้มีการย่อยสลายเร็วขึ้น รวมทั้ง เราก็ปรับสภาพดินด้วยปุ๋ยอินทรีย์ที่หมักเองจากขี้เค้ก ละอองข้าว รำอ่อน มูลเป็ด มูลไก่ และก็ใช้แร่เพอร์ไรท์ มาช่วยเพิ่มแร่ธาตุให้แก่ดิน มันทำให้ดินดีขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาผลผลิตก็เพิ่มขึ้นเป็น 70 ถัง/ไร่ จนปัจจุบันอยู่ที่ 100 กว่าถัง/ไร่ ทำไปนานๆ ปุ๋ยก็จะใช้น้อยลง โรคแมลงก็ไม่มี มารบกวน หญ้าก็น้อยลง เพราะการหมักฟางจะเกิดความ ร้อนเป็นการฆ่าหญ้า ฆ่าเชื้อโรคไปในตัว เราจะทำนาหว่าน การคุมหญ้าให้หมดไปต้องทำแบบนาดำ ตอนแรกเราใช้ ข้าวพันธ์ุ หอมปทุมฯ ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นพันธ์ุสุพรรณบุรี ใช้เวลา 120 วัน ข้าวที่ได้มีคุณภาพดีมาก โรงสีที่ซื้อข้าวไป เขาก็บอกว่าเมล็ดข้าวแต่งดี ข้าวเต็มเม็ด ไม่เป็นท้องปลา ซิว ตอนที่ข้าวออกรวงก็อองรวงแน่น รวงใหญ่ ต้นข้าว เขียวสดไม่เหลือง รากข้าวถอนได้ง่าย รากขาว แข็งแรง มีรากในการดูดซึมอาหารมาก” นายณรงค์ กล่าว แต่การปลูกข้าวในพื้นที่ชลประทานแม้จะมีน้ำ เพียงพอ ปลูกข้าวได้ปีละ 3 ครั้ง แต่ก็เป็นการใช้ดินอย่าง หักโหมหากมีการพักดิน ให้ปุ๋ยก็จะเป็นการช่วยให้ดินมี การปรับตัวฟื้นฟูตัวเองขึ้นมาได้ รวมทั้งการเลือกช่วงเวลา ในการทำนาทั้ง 3 ครั้ง ให้มีความเหมาะสมก็เป็นส่วนช่วย ให้เกษตรกรมีระบบการบริการจัดการแปลงของตนเอง ที่ดีด้วย จากประสบการณ์การทำนาของชมรมเพื่อนช่วย เพื่อนจะแบ่งช่วงการทำนาออกเป็นช่วงดังนี้

ช่วงการทำนา

คุณณรงค์ สิทธิพันธุ์ แนะนำว่าข้อสำคัญเราจะ ต้องไม่เผาฟางเพราะมันจะเป็นตัวปรับปรุงดินอย่างดี เป็น การช่วยให้การทำนาง่ายขึ้น ควรจะทำการหมักฟางตลอด ทุกปี เพื่อให้ดินมีอินทรียวัตถุเพิ่มขึ้น โดยปกตินาเคมีต้อง ทำการไถดินถึง 4 รอบ แต่ทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ ไถเพียง 2 รอบ ดินมีความร่วนง่ายต่อการไถ เป็นการช่วย ให้การทำนามีความเหนื่อยน้อยลง ประหยัดต้นทุนเพราะ ปุ๋ยก็ทำใช้เอง เครื่องจักรทางการเกษตรระยะเวลาในการ ใช้ก็น้อยลง

การทำนาอินทรีย์ด้วยวิธีการหมักฟาง (ประสบการณ์ชมรมเพื่อนฯ)

การเตรียมเมล็ดข้าวปลูก

เมล็ดข้าวปลูกจะซื้อที่มีการคัดเมล็ดไว้เรียบร้อย แล้วมาทำการแช่น้ำ 2 วัน 2 คืนในน้ำหมักชีวภาพ 5 ลิตร/ น้ำ 200 ลิตร ใช้ซีเมนต์บล็อคก่อขึ้นเพื่อแช่กระสอบ ข้าวปลูก

การหมักฟางในนาข้าว

เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จ ทำการกระจายฟาง ข้าวให้ทั่วแปลงนา ใช้ปุ๋ยหมักตักไปหว่านในนา โดยหว่าน ลงบนฟางเลย เมื่อหว่านเสร็จก็ทำการใช้รถลากวนไปมา จากนั้นให้ทำการสูบน้ำใส่โดยผสมน้ำจุลินทรีย์ลงไปพร้อม กับน้ำที่ปล่อยเข้าแปลงนา ปล่อยน้ำลงไปจนท่วมนา โดยพื้นที่ 1 ไร่ใช้น้ำจุลินทรีย์ 5 ลิตรผสมกับน้ำ 200 ลิตร และกากน้ำตาล 5 กก. ทำการหมักฟางในนาทิ้งไว้ 15 วัน เมื่อครบ 15 วันฟางข้าวจะมีการย่อยสลาย ให้นำรถ

ข้าวอินทรีย์ไร้สาร

มาตีดิน ย่ำทำเทือก แล้วทำการหว่านข้าวปลูกได้เลย ในกรณีที่ไม่รีบทิ้งไว้อีก 10-15 วัน จะมีหญ้าและเมล็ดข้าว ที่ตกค้างในนางอกขึ้นมา ทำการกำจัดออก ต่อจากนั้นให้ ทำเทือกและหว่านกล้า วิธีการนี้เป็นการช่วยลดจำนวน หญ้าอีกทางหนึ่ง

ระยะเวลาการให้ปุ๋ยหลังจากหว่านกล้า

20-30 วันหลังจากหว่านกล้า ช่วงนี้ให้เริ่มปล่อยน้ำ เข้าโดยผสมน้ำจุลินทรีย์เหมือนเดิม

30 วันหลังจากหว่านกล้า ใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือ ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดหว่านไร่ละประมาณ 25 กิโลกรัม

[code] ข้อมูลจาก : การผลิตข้าวนาปรังอินทรีย์ ชมรมเพื่อนช่วยเพื่อน จ.สิงห์บุรี วารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ 10/2549 [/code]

No Comments

Post A Comment