ไม้ใหญ่-ไม้ยืนต้น

Zemanta Related Posts Thumbnail

14 ม.ค. 2011 ไม้ใหญ่-ไม้ยืนต้น

กล้วยพัด ไม้ประดับใบ รูปทรงแปลกตา กล้วย พัด เป็นไม้ประดับใบขนาดใหญ่ มีรูปทรงแปลกตา แตกใบที่ยอด เป็นพืชที่อยู่ใน วงศ์เดียวกับ ปักษ์ษาสวรรค์  นิยมปลูกประดับสวนเพื่อเป็นจุดเด่นหรือเรียง แถวเป็นฉากบังสายตา เพราะมีใบแผ่กางสวยงามกล้วยพัด ชื่อวิทยาศาสตร์ : Ravenala madagascariensis Sonn. ชื่อวงศ์ : Strelitziaceae ชื่อสามัญ : Traveller’s- tree ชื่อพื้นเมือง : กล้วยฝรั่ง กล้วยลังกา กล้วยศาสนา ชนิดพืช [Plant Type] : ไม้ต้น ขนาด [Size] : สูงถึง 15 เมตร สีดอก [Flower Color] : สีเหลือง ฤดูที่ดอกบาน [Bloom Tiem] : ออกดอกเมื่อต้นสมบูรณ์เต็มที่ อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : ช้า ลักษณะนิสัย [Habitat] : ขึ้นได้ในดินทั่วไป ความชื้น [Moisture] : ปานกลาง-มาก แสง [Light] : แดดเต็มวัน ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : ไม้ต้นขนาดกลาง ลำต้นตั้งตรงสีน้ำตาลไม่แตกกิ่งก้าน ลำต้นเป็นข้อสั้นๆ ลักษณะคล้ายปาล์ม กิ่งก้านแผ่คล้ายพัดกว้างประมาณ 3 เมตร ใบ (Foliage) : ใบคล้ายกล้วยแต่มีขนาดใหญ่หนา และมีก้านยาวกว่า ใบเรียงตรงข้ามซ้อนชิดกัน 2 ข้างที่ปลายยอดลำต้นแผ่ออกเป็นรูปคล้ายพัด ใบรูปขอบขนาน กว้าง 0.6-1 เมตร ยาว 1.5-3 เมตร ปลายใบมนโคนใบตัดหรือเบี้ยว ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว 2-3 เมตร โคนก้านขยายออกเป็นกาบหุ้มลำต้น ระหว่างกาบมีน้ำขังอยู่ ดอก (Flower) : สีเหลือง ออกเป็นช่อกระจุกด้านเดียวตามซอกใบระหว่างใบที่ 1-4 นับจากใบล่าง ก้านช่อดอกยาวประมาณ 1 เมตร มีกาบขนาดใหญ่ 10-12 กาบ สีขาว แต่ละกาบยาว 50 เซนติเมตร มี 10-15 ดอก ไม่มีก้านดอก มีใบประดับยาวประมาณ 20 เซนติเมตร ปลายเเหลม ผล (Fruit) : ผลแห้งแตกกลางพู ทรงกระบอก ยาว 7-10 เซนติเมตร เปลืองเเข็งมาก กินไม่ได้ เมล็ดกลม เมื่อแก่เป็นสีน้ำเงินเข้ม การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) : ปลูก ประดับสวนเพื่อเป็นจุดเด่นหรือเรียงแถวเพื่อเป็นฉากบังสายตามีใบแผ่กางสวย งาม เวลาปลูกควรเผื่อพื้นที่สำหรับใบที่แผ่กาง ไม่ควรปลูกในพื้นที่ที่มีลมแรงจะทำให้ใบแตกไม่สวยปลูกริมทะเลได้


กระถินณรงค์ ไม้โตเร็ว ทนแล้ง ประดับสวนสวย กระถิน ณรงค์ ชื่อนี้ถูกตั้งขึ้นโดยเจ้าพระยาวินิจวนันดร เพื่อเป็นเกียรติแก่ ขุณณรงค์ชวนะกิจผู้เป็นคนนำต้นไม้ชนิดนี้เข้ามาปลูกในประเทศไทย เป็นไม้เล้ย ง่าย โตเร็ว ต้องการการดูแลรักษาต่ำ ปลูกได้ในที่แห้งแล้ง ร้อนจัดและท่วม ขัง กระถินณรงค์ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Acacia auriculiformis A. Cunn. ex Benth. ชื่อวงศ์ : Leguminosae-Mimosoideae ชื่อสามัญ : Black wattle, Wattle ชื่อพื้นเมือง : ชนิดพืช [Plant Type] : ไม้ต้น ขนาด [Size] : สูง 7-15 เมตร สีดอก [Flower Color] : สีเหลือง ฤดูที่ดอกบาน [Bloom Time] : ตลอดปี อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : เร็ว ลักษณะนิสัย [Habitat] : ขึ้นได้ดีในดินร่วนปนทราย ความชื้น [Moisture] : ต่ำ แสง [Light] : แดดเต็มวัน ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : ไม้ต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ เรือนยอดทรงกลมทึบ กิ่งห้อยย้อย เปลือกสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่องตามยาว ไม่เป็นระเบียบ ใบ (Foliage) : ใบประกอบเเบบชนนกสองชั้น เมื่อยังเป็นกล้าอยู่และร่วงไปเมื่อโตขึ้นเหลือเพียงก้านใบแล้วเปลี่ยนรูป เป็นคล้ายเเผ่นใบ เรียงสลับถี่และห่างเป็นระยะ ใบรูปขอบขนาน กว้าง 1-6 เซนติเมตร ยาว 8-20เซนติเมตร ปลายและโคนใบเรียวแหลม โค้งเป็นรูปเคียว แผ่นใบหนา สีเขียว ดอก (Flower) : สีเหลือง มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อแบบช่อแยกเเขนงเป็นคู่ๆที่ซอกใบและปลายกิ่งยาว 4-10 เซนติเมตร มีดอกย่อยขนาดเล็กจำนวนมาก โคนกลีบเลี้ยงติดกันปลายแยกเป็น 5 แฉก โคนกลีบดอกติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก โค้งกลับลง เกสรเพศผู้สีเหลืองจำนวนมาก ผล (Fruit) : ผลแห้งเเตก เป็นฝักแบน สีเขียว ม้วนบิดเป็นวง 1-3 วง เมื่อแก่มีสีน้ำตาลและแตกออกทั้งสองด้าน เมล็ดสีน้ำตาลดำเป็นมัน 5-12 เมล็ด การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) : ปลูกในที่โล่ง ในสวนสาธารณะ สถานที่ราชการ ริมถนน สวนป่าปลูกเลี้ยงง่าย โตเร็ว ทนน้ำขังแฉะ ทนแล้ง แต่ควรระวังสำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้อาจจะแพ้ละอองเกสรได้

อโศกอินเดีย ไม้ยืนต้นประดับใบ ใช้บังตา ปลูกดีในที่แคบ อโศก อินเดีย หรือ อโศกเซนต์คาเบรียล เป็นไม้ยืนต้นประดับใบ นิยมใช้ในงานจัด ตกแต่งสวน ด้วยมีทรงต้นสูงชลูด กิ่งก้านลู่ลงด้านล่าง จึงเหมาะที่จะนำไป ปลูกในพื้นที่แคบๆ ควรปลูกเป็นแถวกลายต้น จึงจะดูสวยงามและนิยมปลูกเป็นไม้ กันลม บังสายตา หรือ จะปลูกเป็นแถวเป็นแนวเพื่อแสดงขอบเขตก็ได้เช่น กัน สามารถควบคุมความสูงของต้นได้ด้วยการตัดยอด อโศกอินเดีย ชื่อวิทยาศาสตร์ : Polyalthia longifolia (Benth.) Hook. f. var. pandurata ชื่อวงศ์ : Annonaceae ชื่อสามัญ : Asoke tree, Cemetary tree, Mast tree ชื่อพื้นเมือง : อโศกเซนต์คาเบรียล โสกอินเดีย ชนิดพืช [Plant Type] : ไม้ต้น ขนาด [Size] : สูง 10 – 25 เมตร สีดอก [Flower Color] : สีครีมหรือเขียวอ่อน ฤดูที่ดอกบาน [Bloom Tiem] : มี.ค.-พค. อัตราการเจริญเติบโต [Growth Rate] : ปานกลาง ลักษณะนิสัย [Habitat] : ขึ้นได้ในดินทั่วไป ความชื้น [Moisture] : ปานกลาง แสง [Light] : แดดเต็มวัน ลักษณะทั่วไป (Characteristic) : ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ไม่ผลัดใบ เรือนยอดแคบสูงรูปพีระมิด กิ่งก้านลู่ลง เปลือกต้นสีน้ำตาล มีขีดแคบยาวสีขาว ใบ (Foliage) : ใบเดี่ยว เรียงสลับ ใบรูปใบหอกแคบ กว้าง 3- 5 เซนติเมตร ยาว 15- 20 เซนติเมตร ปลายใบแหลม โคนใบสอบ ขอบใบเป็นคลื่น ผิวใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอก (Flower) : สีครีมหรือเขียวอ่อน ออกเป็นช่อกระจุกที่ซอกใบบริเวณปลายกิ่ง ช่อละ 3-6 ดอก ดอกย่อยมีขนาดเล็ก กลีบเลี้ยงเป็นรูปสามเหลี่ยมยาว 3-4 มิลลิเมตร กลีบดอกรูปดาว 6 แฉก ดอกบานเต็มที่กว้าง 3-3.5เซนติเมตร ผล (Fruit) : ผลสด เป็นแบบผลกลุ่ม รูปไข่กลับ กว้าง 1.5-2 เซนติเมตร ยาว 2-2.5 เซนติเมตร ผลแก่สีเหลืองอมเขียว มีเมล็ดเดียว การใช้งานด้านภูมิทัศน์ (Landscape Used) : เหมาะที่จะปลูกในพื้นที่ แคบ ช่วยบังลม บังสายตาหรือปลูกเป็นแนวขอบเขตพื้นที่ ควบคุมความสูงได้ตามต้องการด้วยการตัดยอด

ต้นนนทรีป่า นนทรีเป็นต้นไม้ ที่ค่อนข้างโตเร็ว ปลูกง่าย แข็งแรง ทนทาน เหมาะ สำหรับปลูกประดับอาคารสถาน ที่ หรือสองข้างถนนหนทาง ให้ร่มเงาและป้องกันลมได้ดี รูปทรงและดอก งด งาม ใช้เป็นร่มเงาในสวนกาแฟ ได้ดีมาก เพราะเป็นต้นไม้ตระกูล   ถั่ว ช่วย บำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ขึ้นด้วย นิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารและสถานที่ ส่วนลำต้น ไม้ใช้ทำสิ่งก่อ สร้าง เครื่องเรือน  เปลือก มีรสฝาด รับประทานเป็นยากล่อมเสมหะ แก้โรคท้อง ร่วง เป็นยาขับลม ชื่อทั่วไป : นทรีป่า ชื่อสามัญ :Moulmein Lancewood ชื่อวิทยาศาสตร์ :Peltophorum dasyrachis (Miq) Kurz วงศ์ :LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE ชื่ออื่นๆ :คางฮู่ง, คางรุ้ง, ราง, ช้าขม, นนทรี,อะราง,ร้าง,อะล้าง, ช้าชม ,กว่าเซก, คางฮ่ง , จ๊าขาม ถิ่นกำเนิด :ป่าเบญจพรรณชื้น พบมากในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี ประเภท :ไม้ยืนต้น รูปร่างลักษณะ : – ต้น เป็นไม้ยืนต้นสูง 15-30 เมตร กิ่งผลัดใบ เรือนยอดเป็นรูปร่มแผ่กว้าง เปลือกต้น,uสีเทา ลำต้นเปลาตรง ยอดอ่อนสีน้ำตาลแดง โตเร็ว ชอบแดดจัด – ใบ ใบประกอบแบบขนนก 2 ชั้น ปลายคู่ เรียงเวียนสลับถี่ที่ปลายกิ่ง ก้านใบย่อย 10 – 22 คู่ ไม่มีก้านใบย่อย ใบย่อย 6 – 16 คู่ รูปขอบขนานกว้าง 0.5 – 1 เซนติเมตร ยาว 1 – 2.5 เซนติเมตร ปลายใบมนและเว้าเล็กน้อย โคนใบมนและเบี้ยว – ดอก ดอกช่อออกที่ซอกใบปลายกิ่ง ช่อดอกห้อยลงยาว 15 -20 เซนติเมตร กลีบดอก 5 กลีบ สีเหลือง กลีบดอกซ้อนกันแน่น มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 – 1.5 ซม. เกสรตัวผู้ 10 กัน ออกดอกเดือนมกราคม – มีนาคม – ผล เป็นฝักแบน กว้าง 2 – 4 เซนติเมตร ยาว 10- 15 เซนติเมตร ปลายผลและโคนแหลม สีน้ำตาลแดง เมื่อแก่เป็นสีดำ – เมล็ด มี 4 -8 เมล็ด เรียงตามขวางของฝัก การขยายพันธ์ : ขยายพันธุ์ โดยการเพาะเมล็ด สภาพที่เหมาะสม : เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด กลางแจ้ง พบมากตามป่าดิบแล้งทางภาคตะวันออก เป็นพืชโตเร็ว ชอบแดดจัด ปลูกริมทะเลได้ ประโยชน์ของนนทรี : – ในทางสมุนไพร ตำราแพทย์แผนไทยใช้เปลือกของลำต้นนนทรีซึ่งมีรสฝาด กินกล่อมเสมหะและ เลือด แก้บิด แก้ท้องร่วง ขับลมผาย นอกจากนั้นยังใช้สมานแผลสดด้วย – ไม้นนทรีมีสีน้ำตาลอมชมพู ใช้ก่อสร้างบ้านเรือนได้ดี เช่น ทำพื้น ฝา รอด ตง อกไก่ เครื่องเรือน หีบ คันไถ พานท้ายปืน เป็นต้น

No Comments

Post A Comment